แพคเกจทัวร์
CECU OSLOB WHALE SHARK WATCHING
รีวิวทริป
CECU OSLOB WHALE SHARK WATCHING
ชมฉลามวาฬ เกาะเซบู ชายหาดออสล็อบ ประเทศฟิลิปินส์
ราคาเริ่มต้น 14,999
ดาวน์โหลดโปรแกรม ที่นี่ >>
คลิ๊กที่นี่เพื่อชม คลิปวีดีโอ ที่เที่ยว ฟุกุโอกะ
รีวิวทริป
คลิ๊กที่นี่เพื่อชม คลิปวีดีโอ ที่เที่ยว ฟุกุโอกะ
คลิปที่ 1 : บ่อน้ำพุร้อน umi jigoku เมืองเบปปุ จังหวัด โออิตะ เกาะคิวชู

--------------------------------------------------------------------------------------
คลิปที่ 2 : 
หมู่บ้านยูฟูอิน ฟลอร่า วิลเลจ Yufuin Floral Village
--------------------------------------------------------------------------------------
คลิปที่ 3 : 
หมู่บ้านยูฟูอิน Yufuin Floral Village ร้านขายของน้องหมาน้องแมว

ราคาเริ่มต้น 53,900
ดาวน์โหลดโปรแกรม ที่นี่ >>
7 อย่าง อาหารที่ต้องห้ามพลาด
รีวิวทริป
7 อย่าง อาหารที่ต้องห้ามพลาด
7 อย่าง อยางที่ต้องห้ามพลาด

สายกินต้องไม่พลาด ชิม ช้อป แชะ ให้เขาได้รู้ว่านี่เราอยู่ญี่ปุ่น
อาหารมีมากมายในญี่ปุ่นแต่ในเมื่อเราไปแล้วต้องห้ามพลาด 7 อย่างนี้ 
ไม่งั้นจะถือว่าไปไม่ถึงนะจ๊ะ

ทัวร์ญี่ปุ่น , ทัวร์โตเกียว , ทัวร์โอซาก้า , โอเด้ง , ขาปู , ปูยักษ์ , ราเมน , รับจัดทัวร์ ,
รับจัดกรุ๊ปเหมา , จัดกรุ๊ปเหมา , กรุ๊ปเหมา



1.ปูยักษ์ Kani Doraku

ถ้ามาญี่ปุ่นแล้วไม่ได้มากินปูยักษ์ที่โอซาก้าก็เหมือนมาไม่ถึง ปูยักษ์เนื้อแน่น เนื้อหวาน ชิ้นโตๆ 

ที่จัดเสิร์ฟเป็นเมนูหลากหลาย จะสั่งเป็นเซ็ทคอสหรือสั่งแยกเป็นจานๆ

แบบปิ้งย่าง หรือ แบบชาบูชาบู ก็มีให้เลือก หรือจะสั่งเซ็ทพิเศษตามฤดูกาลก็ได้ 

ปูยักษ์ถูกสั่งตรงมาจากฮอกไกโดในร้านเด็ดร้านดัง ปูยักษ์  Kani Doraku ต้นตำหรับปูยักษ์ 

บรรยากาศในร้านก็จะเป็นสไตล์ญี่ปุ่นและยังมีพนักงานแต่งชุดกิโมโนคอยเสิร์ฟอาหารอีกด้วย 

ที่ตั้งร้านปู Kani Doraku ตั้งอยู่หัวมุมริมคลองโดทงโบริ 

บริเวณสะพานป้ายกูลิโกะ จุดถ่ายภาพยอดฮิตของนักท่องเที่ยว 

ใกล้ๆกันยังเป็นถนนชอปปิงที่ยาวที่สุด และคึกคักที่สุดของโอซาก้า อย่างชินไซบาชิ 



2.ซูเฟล่ชีสเค้ก ร้าน Rikuro Ojisan

ซูเฟล่ชีสเค้กขนมที่ไม่ธรรมดา เพราะมันนุ่มมาก เนียนหอมหวาน ตัวเค้กจะเด้งๆ

ถ้ากินตอนเค้กร้อนๆก็จะได้ความรู้สึกนุ่มๆได้ความหอมหวานของตัวครีมชีส

หรือจะกินแบบเย็นๆตัวเค้กก็จะแข็งขึ้นมารสของครีมชีสก็จะเข้มข้นขึ้นมาอีก

ข้างใต้ของเค้กยังมีลูกเกดซ่อนอยู่บอกเลยว่าไม่ว่าจะกินแบบร้อนหรือเย็น

ก็อร่อยเด็ดห้ามพลาด ต้องไปลองที่ร้าน Rikuro Ojisan ร้านชีสเค้กตำรับคุณลุง

ที่มีชื่อเสียงเรื่องความนุ่มฟูและหอมอร่อย 

ซึ่งชีสเค้กสูตรพิเศษนี้ทำมาจากชีสเดนมาร์กคัดพิเศษอย่างดี

พร้อมนมสดคุณภาพเยี่ยมจากฮอกไกโด

ที่ตั้งร้าน สาขานัมบะ นั่งรถไฟใต้ดินสาย Midosuji ลงที่สถานี Namba

ออกทางออกฝั่งเหนือ (ด้านห้าง Marui และ Takashimaya)



3.น้ำเปล่ารสชานม สินค้าใหม่ยอดฮิตในญี่ปุ่น มองดูภายนอกจะเหมือนน้ำเปล่าทั่วไป

แต่มันพิเศษกว่านั้นเมื่อเปิดฝาออกมาจะได้กลิ่นหอมหวานของชานมรสชาติดี 

ถือว่าแปลกใหม่สำหรับน้ำเปล่าที่มีรสชาติเหมือนกินชานมจริงๆ 

ซึ่งลองหาซื้อมาทานได้ง่ายมากๆในญี่ปุ่นตามร้านสะดวกซื้อทั่วไปในญี่ปุ่น



4.ของทอดเสียบไม้ ร้าน Kushikatsu Daruma

ของทอดเสียบไม้เมนูธรรมดาที่ไม่ธรรมดาจริงๆ เพราะไปเที่ยวโอซาก้า

ดินแดนของอร่อยแห่งภูมิภาคคันไซทั้งที หนึ่งในเมนูที่ไม่ควรพลาดเลยก็คือ คุชิคัตสึ 

ของทอดเสียบไม้ทอดใส่แป้งบางกรอบทานคู่กับซอสและกะหล่ำปลีหวานๆ 

สำหรับข้อแนะนำการานให้จิ้มคุชิคัตสึในถ้วยซอสที่เตรียมไว้ให้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น 

ห้ามใช้ไม้เดิมจิ้มลงไปในถ้วยซอสซ้ำเด็ดขาดถ้าต้องการซอสเพิ่ม 

ให้ใช้กะหล่ำปลีตักซอสแทนการใช้ช้อน ร้าน Kushikatsu Daruma

เป็นร้านเล็กๆ ที่นั่งแบบเคาท์เตอร์ ที่นี่มีคุชิคัตสึให้เลือกหลากหลายกว่า 40 ชนิด

จะจิ้มกับซอสสูตรพิเศษของทางร้านหรือไม่จิ้มก็อร่อยเหมือนกัน

ที่ตั้งร้าน Osaka prefecture Osaka-shi Naniwa-ku Eimi-koto 2-3-9


ทัวร์ญี่ปุ่น , ทัวร์โตเกียว , ทัวร์โอซาก้า , โอเด้ง , ขาปู , ปูยักษ์ , ราเมน , รับจัดทัวร์ ,

รับจัดกรุ๊ปเหมา , จัดกรุ๊ปเหมา , กรุ๊ปเหมา



5.อันมิตสึ (Anmitsu) ร้าน Ueno

ขนมหวานคลายร้อนสุดคลาสสิกต้องห้ามพลาดอย่าง Anmitsu 

ส่วนผสมก็จะมีวุ้น ถั่วแดง โมจิ ผลไม้สด และไอศกรีม เสิร์ฟพร้อมคุโรมิตสึ 

หรือน้ำผึ้งดำ ทานกันแบบเย็นๆ กันในช่วงหน้าร้อนก็จะสดชื่นมากเลย 

ถ้าอยากจะหนีความวุ่นวายมานั่งกินขนมหวาน Anmitsu 

แบบชิวๆกับบรรยากาศแบบดั้งเดิมของกรุงโตเกียว 

ต้องที่ร้าน Ueno ย่าน "shitamachi" ของโตเกียว



6.ราเมนน้ำดำ ร้านโกเกียว

ราเมนน้ำดำ เป็นการทำด้วยวิธีการต้มซีอิ้วญี่ปุ่น และเต้าเจี้ยวให้ไหม้

จนเกิดเป็น ราเมนมิโซะไหม้ หรือ ราเมนซีอิ๊วญี่ปุ่นไหม้ 

จะให้รสชาติสุดเข้มข้น กลมกล่อม หอมน่ากินสุดๆ

จุดเด่นของราเมนน้ำดำอยู่ตรงที่น้ำซุปที่จะร้อนนาน

เพราะว่าน้ำมันที่ลอยหน้าช่วยกักเก็บความร้อน

เมนูพิเศษๆแบบนี้ต้องคู่กับร้านพิเศษๆอย่างร้าน Gogyo (โก-เกียว

เข้าไปภายในร้านก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศแห่งเกียวโตได้ทันที

เป็นอีกหนึ่งร้านที่ตกแต่งได้สวยมากเลยทีเดียว

ที่ตั้งร้าน 452  Jumonjicho Yanaginobamba-dori Takoyakushi Sagaru,

Nakagyo-Ku, Koyto เดินทางเพียง 7 นาที จาดสถานี Shijo Karasuma



7.โอเด้ง ร้าน อิชิบาชิ โชคุฮิน (Ishibashi Shokuhin)

โอเด้งนับเป็นอาหารท้องถิ่นของคนญี่ปุ่นอีกอย่าง โอเด้งญี่ปุ่นแท้ๆรสชาติจะอร่อยมาก

น้ำซุปแบบเข้มข้นซึมเข้าเครื่องเข้าเนื้อ ถ้าได้กินแล้วจะหยุดไม่ได้เลยล่ะ 

โอเด้งที่ร้าน อิชิบาชิ โชคคุฮิน ที่เปิดมาแล้วกว่า 42 ปี ที่ย่านตลาดคุโรมง โอซาก้า

ที่ตั้งร้าน อิชิบาชิ โชคุฮิน (Ishibashi Shokuhin) อยู่ภายในตลาดคุโรมง

(Kuromon Ichiba Market) ที่โอซาก้า

ราคาเริ่มต้น 25,000
ดาวน์โหลดโปรแกรม ที่นี่ >>
ออนเซ็นที่เจ๋งและคูลที่สุดในญี่ปุ่น
รีวิวทริป
ออนเซ็นที่เจ๋งและคูลที่สุดในญี่ปุ่น

ออนเซ็นที่เจ๋งและคูลที่สุดในญี่ปุ่น

ทัวร์ญี่ปุ่น , ออนเซ็น , ออนเซ็นญี่ปุ่น , ทัวร์ญี่ปุ่นราคาถูก , รับจัดกรุ๊ปส่วนตัว , รีวิวญี่ปุ่น ,
รีวิวออนเซ็น
 
   สวัสดีค่า เนื่องจากไม่กี่วันมานี้แอดมินได้มีโอกาสไปแช่ออนเซ็นญี่ปุ่นที่ฟินเวอร์ เลยอยากจะมา
บอกต่อความสุขกับออนเซ็นที่ในชีวิตนี้ควรจะไปสัมผัสให้ได้สักครั้ง! ซึ่งจริงๆแล้วออนเซ็นที่ญี่ปุ่น
มีมากมายนับไม่ถ้วนเลยทีเดียว  เพราะการแช่ออนเซ็นถือว่าเป็นวัฒนธรรมของคนญี่ปุ่นเพื่อบำรุง
ผิวกายกันมายาวนาน วันนี้เลยจะมาแนะนำ  5 ออนเซ็นสุดเจ๋งและคูล ไปดูกันนน!

1. Kusatsu Onsen

   เริ่มที่ Kusatsu Onsen แห่งนี้ที่เป็นหนึ่งในรีสอร์ทน้ำพุร้อนที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่นเลยทีเดียว 
ตั้งอยู่ที่เมือง Kusatsu ในจังหวัด Gunma และที่สำคัญอากาศดีทั้งปีด้วยแหละ ซึ่งคุซัทสึออนเซ็น
นั้นเป็นออนเซ็นที่เก่าแก่กว่า 120ปี ในทุกๆ1 นาทีจะมีน้ำพุร้อนธรรมชาติไหลพุ่งออกมามากมาย ทำ
ให้มีไอน้ำปกคลุมตลอดเวลาเป็นบรรยากาศที่สวยงามไม่น้อย โดยคนญี่ปุ่นเชื่อกันว่าน้ำแร่ธรรมชาติ
จากน้ำพุร้อนของที่นี่สามารถรักษาโรคและบาดแผลต่างๆได้อีกด้วย
การเดินทาง Kusatsu Onsen แห่งนี้ห่างจากเมืองโตเกียวระยะทางประมาณ 190กม. ถ้าเดินทาง
โดยรถยนต์น่าจะใช้เวลาประมาณ 3ชม.คะ

2. Beppu Onsen
 
    มาต่อกันที่เบปปุออนเซ็นเป็นแหล่งออนเซ็นที่มีเอกลักษณ์มากๆ ทั้งด้านบรรยากาศและสรรพคุณ
ของออนเซ็นแต่ละที่ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนเลย เช่น บ่อทราย บ่อโคลนเดือนที่เป็นโคลนจากบ่อ
น้ำแร่ บ่อออนเซ็นสีแดง และบ่อออนเซ็นสีฟ้า นอกจากบรรยากาศจะแปลกแหวกแนวแล้ว สรรพคุณ
ในการบำรุงยังแตกต่างกันอีกด้วย
การเดินทาง  เบปปุออนเซ็นนั้นตั้งอยู่ในจังหวัดโออิตะ ห่างจากโตเกียวประมาณ 1,116 กม. และ
เดินทางโดยรถยนต์ใช้เวลาประมาณ 13ชม.คะ

3. Hakone Onsen
 
   และอีกหนึ่งที่ที่ได้รับความนิยมอย่างมากทั้งจากคนญี่ปุ่นและชาวต่างชาติ เนื่องจากใกล้โตเกียว
และยังได้ดื่มด่ำกับการชมวิวสวยๆของภูเขาไฟฟูจิ ภูเขาไฟที่สูงที่สุดในญี่ปุ่นด้วยนั่นเอง
การเดินทาง Hakone Onsen ใช้เวลาในการเดินทางโดยรถยนต์จากโตเกียวเพียง 1ชม. 30นาที
เท่านั้น ระยะทางประมาณ 108 กม.

ทัวร์ญี่ปุ่น , ออนเซ็น , ออนเซ็นญี่ปุ่น , ทัวร์ญี่ปุ่นราคาถูก , รับจัดกรุ๊ปส่วนตัว , รีวิวญี่ปุ่น , 
รีวิวออนเซ็น

4. Atami Onsen
 
   ถ้าไม่พูดถึง Atami Onsen ก็คงจะไม่ได้ เพราะที่นี่ถือเป็นแหล่งน้ำพุร้อนที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น
และเก่าแก่มีชื่อเสียงอย่างมาก อยู่ทางทิศใต้ของโตเกียวในจังหวัด Shizuoka ซึ่งอาตามินั้น
แปลว่าทะเลร้อน หรือน้ำพุร้อนที่อยู่ติดริมทะเลนั่นเอง บรรยากาศที่นี่ถือว่าให้เต็มร้อย ไม่ผิด
หวังแน่นอนเพราะโรงแรมริมชายฝั่งทะเลของที่นี่มักจะมีบ่อน้ำร้อนให้นอนแช่ตัวชิวๆ พร้อม
ชมวิวทะเลสวยๆ ชิคๆ ในเวลาเดียวกัน
การเดินทาง  เนื่องจากห่างจากโตเกียวไม่มากใช้เวลาในการเดินทางโดยรถยนต์ไม่เกิน 2 ชม.เท่านั้น
เอง ระยะทางประมาณ 101 กม.ค่ะ

5. Ito Onsen
 
   หมู่บ้านน้ำพุร้อนแห่งนี้เป็นหนึ่งในแหล่งน้ำพุร้อนที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น 1 ใน 3แห่ง รองจากเมือง
Beppu และAtami ตั้งอยู่ในจังหวัด Shizuoka ซึ่งมีสถานที่ให้บริการแช่น้ำพุร้อนทั้งในรีสอร์ทหรือ
โรงแรม กว่า150ที่เลยทีเดียว ไม่เพียงแต่จำนวนออนเซ็นที่มากมายเท่านั้น ที่นี่ยังมี Tokai Inn
โรงแรมขึ้นชื่อที่ทำจากไม้ทั้งหลังที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1928 ว่ากันว่าที่นี่มีออนเซ็นที่ดีที่สุด ที่ยากจะ
หาใครเปรียบ
การเดินทาง ใช้เวลาในการเดินทางจากโตเกียวมาถึง Ito Onsen ประมาณ 2 ชม. 13นาที ระยะทาง 122 กม.ค่ะ

ราคาเริ่มต้น 9,999
ดาวน์โหลดโปรแกรม ที่นี่ >>
สวนดอกไม้ ญี่ปุ่น ที่ไหนสวยเว่อร์
รีวิวทริป
สวนดอกไม้ ญี่ปุ่น ที่ไหนสวยเว่อร์

ทัวร์ญี่ปุ่น , สวนดอกไม้ญี่ปุ่น , สวนดอกไม้สวยๆ , ทัวร์ญี่ปุ่นราคาถูก , รับจัดกรุ๊ปส่วนตัว

สวนดอกไม้ ญี่ปุ่น ที่ไหนสวยเว่อร์

          เมื่อนึกถึงประเทศญี่ปุ่นเราก็จะนึกถึงอาหารบ้าง ช็อปปิ้งบ้าง ความคึกคักใน

เมืองบ้าง แต่วันนี้แอดมินอยากมาบอกว่าอีกไฮไลท์นึงที่เมื่อไปที่ญี่ปุ่นแล้ว เราต้องไป

เที่ยวให้ได้!! คือสวนดอกไม้นั่นเอง เพราะญี่ปุ่นนั้นเป็นประเทศที่ผู้คนชื่นชมความสวยงาม

ของดอกไม้ ดังนั้นจึงมีสวนดอกไม้สวยงามหลายแห่ง สีสดใสและกลิ่มหอมสดชื่นดึงดูดนัก

ท่องเที่ยวจำนวนมากโดยเฉพาะในช่วงบานสะพรั่ง พร้อมแล้วไปดูที่แรกกันเลย

1.      สวนดอกชิบะซากุระ ( Fuji Shibazakura Festival )

   ถ้าใครอยากมาชมทุ่งดอกชิบะซากุระ ให้มาที่ ทะเลสาบโมโตสุโกะ(Lake Motosuko)

โดยเราจะเห็นภูเขาไฟฟูจิอยู่ด้านหลังชัดเจน และแนะนำให้มาในฤดูใบไม้ผลิช่วงกลางเดือนพฤษภาคมถึงต้นเดือนมิถุนายน 

เพราะดอกไม้จะบานสวยงามทีเดียว

      การเดินทาง  จากสถานีโตเกียว(Tokyo/Ueno Statio)ไปถึงสวนดอกชิบะซากุระ

ใช้ระยะทาง 132 กม. ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงนะเจ้าคะ 


2.สวนฮิกาชิโมโกโตะ  ( Higashimokoto Shibazakura Park )

          เป็นสวนดอกชิบะซากุระอีกที่นึงที่ขึ้นชื่อว่ามีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น 

เพราะทั้งสวยงามเก่าแก่ และ จุดเด่นอยู่ที่ทุ่งดอกชิบะซากุระ ( Moss Phlox ) ที่กว้างถึง 

100,000 ตารางเมตร สามารถเดินชมได้ในฤดูใบไม้ผลิของประเทศญี่ปุ่นนะเจ้าคะ

การเดินทาง

          ถ้าเดินทางจากสถานีโตเกียว มาถึง Higashimokoto Shibazakura Park 

จะค่อนข้างไกลนิดนึงนะ ถ้าเกิดใครที่มีเวลาว่างอยากมาดูสวนดอกไม้สวยๆ 

ก็สามารถเดินทางโดยรถยนต์มาที่เมือง Ozora ระยะทางประมาณ 1,440 กม. 

ใช้เวลาประมาณ 19 ชม. 45 นาที 


ทัวร์ญี่ปุ่น , สวนดอกไม้ญี่ปุ่น , สวนดอกไม้สวยๆ , ทัวร์ญี่ปุ่นราคาถูก , รับจัดกรุ๊ปส่วนตัว


3.ฟาร์มโทมิตะ ( Tomita Farm )

   เดินชมความงามของทุ่งดอกชิบะซากุระแล้วเรามาต่อที่ทุ่งดอกลาเวนเดอร์กันเพราะ

จะสวยมากในเดือนกรกฎาคม และแน่นอน จุดชมดอกลาเวนเดอร์ที่ดีที่สุด ในฮอกไก

โด ก็คือฟาร์มโทมิตะ เมืองฟูราโน่แห่งนี้นี่เอง ที่สำคัญคือเปิดให้เข้าชมฟรีด้วยนะจ้ะ 

อย่าไปบอกใครนะจุ๊ๆ


         การเดินทาง                                   

         ถ้าใครที่เดินทางมาเที่ยวฮอกไกโด ฟาร์มโทมิตะแห่งนี้อยู่ไม่ ไกล สามารถเดินโดย

รถยนต์มาประมาณ 2 ชม. 30นาทีเท่านั้น ระยะทาง 120กม.


4. สวนฮิตาชิ ซีไซด์ ( Hitachi Seaside Park )

    
       ถัดมาเป็นสวนที่นอกจากจะสวยแล้วยังติดริมทะเลอีกด้วย และยังสามารถเดินทาง
ไปเที่ยวได้ทั้งปีอีกต่างหาก มีไฮไลท์อยู่ 4 ช่วงด้วยกัน

·       ทุ่งดอกนาร์ซิสซัส(Narcissus) ที่จะบานช่วงฤดูใบไม้ผลิ ปลายเดือนมีนาคมถึงกลางเดือน

เมษายน ที่สวนแห่งนี้มีมากกว่า 1 ล้านดอกจาก 600 สายพันธุ์ โดยจะอยู่ใกล้กับโซนป่าสน

ซึ่งจะส่งกลิ่นหอมหวานไปทั่วเลยทีเดียว

·       ทุ่งดอกทิวลิป(Tulip) ก็บานในช่วงฤดูใบไม้ผลิเหมือนกัน ในกลางเดือนมีนาคมถึงปลายเดือน

เมษายน ต่อจากทุ่งดอกนาร์ซิสซัส มีดอกทิวลิปสีสันสดใสมากกว่า 280,000 ต้น จาก 220 

สายพันธ์

·       ทุ่งดอกเนโมฟีเลีย(Nemophila) นั้นจะบานหลังจากผ่านช่วงฤดูใบไม้ผลิไปแล้ว ตั้งแต่ปลาย

เดือนเมษายนจนถึงปลายเดือนพฤษภาคม เป็นดอกไม้สีฟ้าและน้ำเงิน ดูๆไปแล้วสวยงามแปลก

ตาเลยทีเดียวและที่สำคัญยังหาชมได้ยากอีกด้วย จัดว่าเป็นหนึ่งในไฮไลท์ของสวนแห่งนี้ 

นอกจากนี้ยังมีทุ่งดอก rapeseed สีเหลืองสดที่จะบานพร้อมกันด้วย

·       ทุ่งดอกโคเชีย(Kochia) จะบานในฤดูใบไม้ร่วง ตั้งแต่ปลายเดือนกันยายนถึงกลางเดือน

ตุลาคม โดยปกติต้นโคเชียจะเป็นไม้พุ่มกลมสีเขียวซึ่งก็สวยงามอยู่แล้ว แต่พอถึงช่วงฤดูใบ

ไม้ร่วงจะเปลี่ยนสีเป็นสีแดงสด ทำให้ดูสวยงามและแปลกตามากขึ้น และเป็นไฮไลท์หลักของ

สวนแห่งนี้เลยทีเดียว ซึ่งที่สวนฮิตาชิจะปลูกอยู่บริเวณเนินเขา มิฮาราชิ(Miharashi)

การเดินทาง

จากสถานีโตเกียว สวน Hitachi Seaside Park แห่งนี้อยู่ไม่ไกลมากนัก ห่างออกไป

ประมาณ 120 กม. ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์แค่ 1ชม. 40นาทีเท่านั้นเอง 

คุ้มค่าต่อการเดินทางไปดูแน่นอน

5. สวนนาโนฮานะ ( Nanohana)

       ถ้าใครต้องการสัมผัสกับธรรมชาติสถานที่สุดท้ายถือว่าตอบโจทย์กับการมาพักผ่อน

ที่สวนนาโนฮานะแห่งนี้นี่เอง เป็นสวนสาธารณะที่มีทุ่งดอกคาโนลา และขึ้นชื่อเรื่องจุดชม

พระอาทิตย์ตกดิน โดยช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการชมทุ่งดอกคาโนลา คือเดือนเมษายน

ถึงต้นเดือนพฤษภาคมของทุกปี

การเดินทาง

สวน Nanohana แห่งนี้อยู่ไม่ไกลจากโตเกียวเลยค่ะ ใช้เวลาเดินทางแค่ 40 นาทีเท่านั้น 

เพราะห่างจากโตเกียวแค่ 25 กม.เอง ใครที่มาเที่ยวโตเกียวและอยากเดินชมสวนดอกไม้

ที่นี่ถือว่าตอบโจทย์กับทุกคนเลยทีเดียว


ทัวร์ญี่ปุ่น , สวนดอกไม้ญี่ปุ่น , สวนดอกไม้สวยๆ , ทัวร์ญี่ปุ่นราคาถูก , รับจัดกรุ๊ปส่วนตัว

ราคาเริ่มต้น 9,999
ดาวน์โหลดโปรแกรม ที่นี่ >>
ไหว้พระ 9 วัด ฮ่องกงเฮงสุดๆ
รีวิวทริป
ไหว้พระ 9 วัด ฮ่องกงเฮงสุดๆ
ไหว้พระ 9 วัด ฮ่องกงเฮงสุดๆ


1. วัดหวังต้าเซียน เป็นวัดที่คนโสดต้องอยากไปอย่างแน่นอน เนื่องจากว่ามีเทพแห่งความรัก

อยู่ภายในวัด นั้นคือเทพเจ้าหยกโหลว สังเกตง่ายๆเทพเจ้าหยกโหลว

จะมีด้ายแดงอยู่ในมือและข้างหลังของท่านจะมีพระจันทร์เลี้ยวอยู่

คนฮ่องกงเชื่อว่าด้ายแดงคือเส้นโยงโชคชะตาด้วยความรัก

การขอพรเรื่องความรักด้วยการผูกด้ายแดงจะทำให้คนโสดพบเนื้อคู่

ส่วนคนมีคู่ไม่ใช่ว่าจะทำพิธีนี้ไม่ได้นะ คนมีคู่ก็ทำได้เช่นเดียวกันแต่จะเป็นการทำให้ความรักที่มี มีความมั่นคงและยืนยาว



2. วัดโป่หลิน หรือที่คนจะรู้จักกันว่า พระใหญ่นองปิงพระพุทธรูปสูง 34 เมตร

ตั้งสง่าอยู่บนยอดเขา ไฮไลท์ของที่นี่คือการนั่งกระเช้าลอยฟ้าชมวิวแบบ 360 องศา

ลงไปที่หมู่บ้านนองปิงพอเดินผ่านซุ้มประตูใหญ่ไปเล็กน้อยจะเห็นลานกว้างพื้นปูกระเบื้อง

เป็นลักษณะวงกลมสำหรับให้นั่งหรือยืนไหว้พระอธิษฐานขอพร

โดยให้หันหน้าไปทางพระใหญ่ แต่ถ้าอยากจะชมพระใหญ่แบบใกล้ชิดจะต้องเดินขึ้นบันไดไปอีก 268 ขั้น ระหว่างทางจะได้ชมทัศนียภาพของทิวเขาและทะเลจากบริเวณฐานขององค์พระด้วย

เชื่อกันว่าใครที่มาขอพรชีวิตก็จะมีแต่ความสุขและประสบความสำเร็จในทุกๆด้านๆ



3. วัดแชกงหมิว หรือ วัดกังหันลม เป็นหนึ่งในวัดยอดนิยมของประเทศฮ่องกง 

ในเรื่องการให้โชคลาภหรือการแก้ชง เมื่อเข้าไปในศาลจะเจอรูปปั้นสูงใหญ่ของท่านแชกงเทพประจำวัดนี้ ให้อธิษฐานขอพรและมองหน้าท่าน อย่างมุ่งมั่น ทำพิธีหมุนกังหันแห่งโชคชะตา 

เชื่อกันว่า "กังหันนำโชค" จะหมุนแต่สิ่งดี ๆ เข้ามาในชีวิตเมื่อหมุนกังหันเสร็จแล้ว 

ตีกลอง อีก 3 ครั้ง ดังๆ เพื่อให้เป็นที่รับรู้ทั่วกันทั้งฟ้าดินให้พรนั้นสมประสงค์

และถ้าหากจะแก้ปีชงให้บูชากังหันนำโชคไว้สวมใส่ มีทั้งแบบสร้อยคอ และแหวน  



4. วัดซีซ้าน ถือว่าเป็น Unseen ของฮ่องกงเลยก็ว่าได้ด้วยความสูงของรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิม

ที่มีความสูงถึง 76 เมตร มีความสูงเป็นอันดับ 2 ของโลกวัดนี้เหมาะกับคนที่ชอบความสงบ

และมีการวางแผนที่จะมาตั้งแต่แรก เนื่องจากว่าวัดแหล่งนี้จำกัดจำนวนผู้เข้า 500 คนต่อวัน 

และหากว่าจะเข้ามาสักการะพระแม่กวนอิมก็จะต้องทำการจองคิวล่วงหน้าเผื่อที่จะเข้าไปสักการะพระแม่กวนอิม



5. วัดเจ้าแม่กวนอิม หาดรีพัลส์เบย์ คนฮ่องกงเชื่อกันว่าเจ้าแม่กวนอิมมีความศักดิ์สิทธิ์มาก

ขอสิ่งใดก็สมหวังดังที่ขอ และอีกหนึ่งที่เลื่องลือเลยก็คือการเสี่ยงเซียมซีเขาว่ากันว่าที่นี่แม่นยำมากจริงๆ และนอกจากหาดรีพัลส์เบย์จะมีเจ้าแม่กวนอิมแล้วก็ยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นให้สักการะบูชาด้วย



6. วัดหม่านโหมว ภายในจะมีลานกว้างซึ่งโดยปกติจะใช้ในการสะเดาะเคราะห์โดยจุดธูปที่มีลักษณะเป็นขดแล้วนำไปแขวนบนเพดาน พร้อมกับกระดิ่งสำหรับขอพรตลอดสองข้างทาง

โดยในบริเวณรั้วเดียวกันจะมีอีก 2 อาคารที่สร้างขึ้นเพื่อสักการะเทพต่างๆมากมายบนสรวงสรรค์ เป็นเหมือนหอประชุมของคนในชุมชน พ้นลานกว้างก็เข้าไปสักการะเทพแห่งความรู้

(หมั่น) และเทพแห่งสงคราม (โหม่) ซึ่งเป็นที่นิยมของพวกนักเรียนนักศึกษาที่พากันมาขอพร

ให้สมหวัง เรื่องเรียน ให้เรียนเก่ง และมีสติปัญญาดี



7. วัดปักไท เป็นที่ประดิษฐานของเทพเจ้าแห่งท้องทะเลของลัทธิเต๋า 

หรือที่รู้จักกันในนามจักรพรรดิแห่งดินแดนสุขขาวดี 

ที่นี่นอกจากจะเป็นที่นิยมสำหรับการมาขอพรหรือแก้ชงแล้วนั้น 

ยังมีพระจีนซิ่มทงจี๋พระองค์เล็กๆที่ถือใบพัดด้านซ้าย 

ที่ว่ากันว่าสามารถเปลี่ยนใจให้คนที่ไม่รักเรากลับมารักเราได้ 



8. วัดนางชี ฉีหลิน เป็นวัดที่อยู่ใจกลางเมืองแต่สวยงามและเงียบสงบมาก

สถาปัตกรรมอาคารต่างๆของวัดทำจากไม้ รูปทรงคล้ายวัดญี่ปุ่น 

ภายในยังเก็บพระบรมสารีริกธาตุ 

นอกจากนี้สำนักชีแห่งนี้ยังประกอบไปด้วยโถงอารามหลายโถง

บางโถงมีรูปปั้นทอง ดินเหนียว และไม้เป็นตัวแทนของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เช่น 

พระศากยมุนีและพระโพธิสัตว์ เมื่อเข้าไปจะรู้สึกเงียบและสงบมาก



9. วัดหยวนหยวน เป็นวัดเพียงแห่งเดียวของฮ่องกงที่เผยแพร่ศาสนาหลักของจีน

ทั้ง 3 ศาสนาในวัดเดียวกัน คือ พุทธ, เต๋า และขงจื้อ ภายในมีอาคารหลายอย่างอยู่รวมกัน 

เช่น วัด ศาลเจ้า ศาลา เจดีย์ และสวน โดยมีอาคารไฮไลท์ คือ 

วิหารสวรรค์ที่เป็นอาคารรูปทรง 6 เหลี่ยม ซึ่งภายในมีหินตามธรรมชาติที่มีรูปร่างน่าสนใจต่างๆ เทพตามโหราศาสตร์จีนที่สัมพันธ์กับปีนักกษัตร

หรือปีเกิดไทส่วยเอี๊ย และพระพุทธรูปของมีเทพเจ้าและศาสดาของทั้ง 3 ศาสนา 

วัดนี้คนฮ่องกงนิยมมากราบไหว้ฝากดวงชะตา หรือที่เรียกกันว่า ไหว้แก้ชง

กับเทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ย เราสามารถเลือกซื้อคำอวยพรเสริมดวงชะตา 

และนำมาพกใส่กระเป๋า หรือไว้ที่โต๊ะทำงานก็ได้

ราคาเริ่มต้น 15,999
ดาวน์โหลดโปรแกรม ที่นี่ >>
อาหารแปลกๆใน Wangfujing ถนนคนเดินอันดับ 1 ของปักกิ่ง !
รีวิวทริป
อาหารแปลกๆใน Wangfujing ถนนคนเดินอันดับ 1 ของปักกิ่ง !


อาหารแปลกๆใน Wangfujing ถนนคนเดินอันดับ 1 ของปักกิ่ง !

The Horrors of Chinese Food / The most unusual food in Beijing
ทัวร์ปักกิ่ง , ทัวร์จีน , อาหารแปลก , รับจัดกรุ๊ปส่วนตัว , รับจัดกรุ๊ป


      แอดมินได้มีโอกาสเดินทางไปยังกรุงปักกิ่ง และที่พลาดไม่ได้เลยคือต้องไปเดินชมวิว
เพลิดเพลินกับการรับประทานอาหารยามค่ำคืนที่ถนนคนเดินอันดับ 1 ของปักกิ่งหรือที่
เรียกว่าถนน Wangfujing Street (ถนนหวังฝู่จิ้ง) นั่นเองที่รวบรวมทั้งของฝากและของ
ที่ระลึกอาหาร แฟชั่น แสง สี เสียงของกรุงปักกิ่งที่ครบเครื่องในที่เดียวและในที่เดียว
กันนี้ทุกคนจะได้ลิ้มลองกับอาหารแปลกๆที่อาจจะไม่เคยคิดมาก่อน ถึงกับอุทานว่า 
เฮ้ย มันกินได้จริงๆเหรอ!!


1.ปลาดาวทอด


        ใครที่อยากรู้ว่ารสชาติเป็นยังไง อยากให้มาลองชิมที่นี่ มีปลาดาวขายมากมายทุกมุม
ของถนนไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็จะเจอแต่ปลาดาว!

2.แมงป่องทอด


         เจ้าตัวนี้เขาบอกรสชาติคล้ายเบค่อน ใครอยากลองบ้างจ้ะ

3.ตุ๊กแกย่าง

        
          แอดมินเชื่อแล้วว่าพี่จีนเขากินได้ทุกอย่างจริงๆ  ตุ๊กแกที่ว่าแน่ก็ต้องแพ้พี่จีน

4.ม้าน้ำทอด


       สิ่งที่ไม่เคยคิดว่าจะมีใครกิน เขาก็กินกันนะ รสชาติมันจะเป็นยังไงต้องไปลองกันดู

ทัวร์ปักกิ่ง , ทัวร์จีน , อาหารแปลก , รับจัดกรุ๊ปส่วนตัว , รับจัดกรุ๊ป

5.บึ้งทอด


     เดินไปเดินมาก็มาพบกับแมงมุมทารันทูร่า (แมงมุมยักษ์ทอด)
หรือที่เรียกกันว่า บึ้งอยากกินตัวเล็กหรือตัวใหญ่ที่ปักกิ่งเขามีขายคะ

6.งูเสียบไม้ย่าง


     เดินมาได้สักพักก็เห็นงูเสียบไม้รอย่างอยู่ข้างถนนวางขาย
เป็นเรื่องปกติของถนนหวังฝู่จิ้งและมีขายอยู่หลายเลยทีเดียว 


7.ตะขาบและแมลงทอด


    ถัดมาเป็นร้านขายแมลงทอดที่คนต่อคิวซื้อกันเยอะมากๆมีทั้งหนอนด้วง ดักแด้ 
แต่ที่สะดุดตาที่สุดก็คือ ตะขาบ !! แอดมินขอผ่านไปนะเจ้าคะ 

8.นกย่าง


   สุดท้ายนี้ คือนกย่างนั่นเอง หน้าตาก็คล้ายๆเป็ดย่างในร้านภัตตาคารชื่อดังเลยทีเดียว 
ถามว่าแปลกมั้ยก็แปลก แต่ในปัจจุบันนี้ที่ประเทศไทยก็เริ่มรับประทานกันอย่างแพร่หลาย
และถ้าให้เลือกรับประทานใน 8 อย่างที่ผ่านมานี้ก็คงเป็นนกย่างที่คงรับประทานได้อย่าง
สบายใจที่สุดเจ้าคะ

ทัวร์ปักกิ่ง , ทัวร์จีน , อาหารแปลก , รับจัดกรุ๊ปส่วนตัว , รับจัดกรุ๊ป

ราคาเริ่มต้น 8,888
ดาวน์โหลดโปรแกรม ที่นี่ >>
รีวิว วันที่ 2 มิ.ย. : ทริปการท่องเที่ยวประเทศจีน จางเจียเจี้ย
รีวิวทริป
รีวิว วันที่ 2 มิ.ย. : ทริปการท่องเที่ยวประเทศจีน จางเจียเจี้ย
รีวิว วันที่ 2 มิ.ย.61
วันที่ 2 ของการเดินทางท่องเที่ยว
เดินทางจากฉางเต๋อ จางเจียเจี้ย
ประตูสวรรค์ เทียนเหมินซากระเช้า ภูเขาเทียนเหมินซา
ชมโชว์นางจิ้งจอกขาว สุดอลังการ ณ จางเจียเจี้ย

ทัวร์จีน จางเจียเจี้ย , ทัวร์จางเจียเจี้ย , ทัวร์จีน , ทัวร์จีน หุบเขาอวตาร , ทัวร์จีน ประตูสวรรค์ , ทัวร์จีน ฉางซา , ทัวร์ฉางซา , รับจัดกรุ๊ปส่วนตัว , เมืองจีน , จางเจียเจี้ย , Zhangjiajie , Changsha

วันนี้ตื่นตี 5 ครึ่ง ทานอาหารเช้า 6โมงครึ่ง แล้วออกเดินทาง 7 โมครึ่ง
อาหารเช้าที่นี่ก็พอทานได้ ไม่เยอะไม่น้อยจนเกินไป แต่ต้องรีบลงมาทาน
ไม่งั้นถ้าพี่จีนลงมาทันนะ ทานไม่ทันแน่นอน แถมยังต้องเจอกลิ่นบุหรี่แน่ๆ
ผมเลยตัดสินใจตื่นเช้าหน่อยเพื่อที่จะลงมาทานก่อนพี่จีน เลยได้เก็บภาพมาให้ได้ชมกันตามนี้เลยนะ
ออกเดินทางจางโรงแรม Huajing Hotel เมืองฉางเต๋อ มุ่งหน้าสู่เมืองจางเจียเจี้ยกันเลย 
และนี่คือรูปรถบัสของเราที่ใช้ในการเดินทางทริปนี้ส่ชมพุเข้ากับหน้าของเรามากครับ 555
ระหว่างทางบนรถมีแจกผลไม้ให้ทานด้วย เป็น ผลไม้ที่ชื่อว่า ลูกท้อ
ถือไปถือมา จนคนข้างๆทักว่าเหมือนเลย เราก็งงว่าเหมือนอะไร
อ่อๆ ยี่ห้องยาหม่องบ้านเรานี่ ลิงถือลุกท้อ 555
ข้างในเป็นแบบนี้ รถชาดก็ไม่หวานมาก ฝาดๆนิด ต่ไม่ขมนะครับ
มาถึงเมืองจางเจียเจี้ย ก็เกือบจะเที่ยงแล้ว ก็เลยแวะทานอาหารกลางวันกันก่อนเลยละกัน
และนี่คือหารจีนมื้อแรกสำหรับคณะของเรา มีเมนูพิเศษเป็นซุปเห็ด ชาบุ ซะด้วย
เมนูอาหารก็ไม่ขออธิบายนะครับ ดูตามภาพที่ลงให้ดูเลยละกันนะ รสชาดอร่อยไม่เลียนอย่างที่คิด
ทัวร์จีน ที่มาเที่ยวเมืองนี้ก็มาทานเมนูแบบนี้กันทั้งนั้นนะครับ
ที่ไม่เลียนสงสัยเพราะจะเป็นมื้อแรกด้วยหรือเปล่าไม่แน่ใจ แต่ก็ไปดูรูปกันเลยนะครับ
ร้านอาหารจีนส่วนใหญ่ บนโต๊ะจะเครื่องดื่มน้ำอัดลม1ขวด และเบียร์1ขวด ไว้คอยบริการเราอยุ่แล้ว
แต่น้ำแข็งบางร้านมี บางร้านไม่มีนะครับ แต่ร้านนนี้มีไวน์จีนให้ได้ลองทานด้วย
รสชาดถือได้ว่าไม่ดีแต่ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรพอทานได้ครับ
หลังจากทานเสร็จแล้ว ก็เก็บภาพบรรยากาศรอบๆร้านมาให้ดูกันนะครับ
หลังจากนั้นก็ออกเดินทางสู่เคเบิ้ลคาร์กระเช้าขึ้นเขาเทียนเหมินซา

ขึ้นกระเช้า เคเบิ้ลคาร์ สู่ยอดเขาเทียนเหมินซากันแล้ว
ขึ้นมาถึงจุดสุดยอดแล้ว เลยเอาแผนที่บริเวณทั้งหมดมาให้ได้ดูกัน
แบบนี้ใช่มั๊ยที่เค้าเรียกว่าสูงเสียดฟ้า สูงทะลุเฆม ทะลุหมอก กันมาเลย สุดยอดมากทั้งบรรยากาศ ทั้งวิว
ไม่เสียเที่ยวเมื่อขึ้นมาถึงจุดนี้ ต่อจากนี้ไปก็จะถึงระเบียบกระจกกันแล้ว นึกภาพไม่ออก ก็บอกกันคร่าวๆก่อน
มันก็คือระเบียงที่ทำเป็นทางเดินลัดเลาะหน้าผานั่นเอง ไปดูภาพกันเลย โอ๊ยสุดยอดเสียวดีเหมือนกัน สวยด้วย
ลืมบอกก่อนจะเดินระเบียงแก้วนี้ เค้าให้ใส่รองเท้าผ้า สีแดงๆสวมทับรองเท้าของเราก่อน
รองเท้าจีนอะเน้อ ก็อาจจะไม่ใหม่เท่าไหร่ แต่ก็ใส่ได้แหละเน้อ555
มันก็จะเสียวๆหน่อย วิวบางช่วงก็สวย บางช่วงก็หมอกเยอะจนมองอะไรไม่เห็นเลย
มาจางเจียเจี้ย ต้องมานะ แนะนำ ได้ประสบการณ์ที่แปลกใหม่ดีมาก
และนี่คือชุดประจำท้องถิ่นของคนจางเจียเจี้ยที่นี่ครับ สวย แปลกดี
ขึ้นมาถึงยอดเขาเทียนเหมินซาน ก็ยังสามารถใช้งานเน็ตได้นะ
เพราะเครื่อง Pocket wifi จาก แกรนด์ทัวริสโม่ เลยนะเนี่ย ของเค้าดีจริงๆ
จากจุดนี้เดินไปเรื่อยจะไปพบกับต้นไม้ที่เค้าว่ากันว่า เมื่อหลายร้อยล้านปีที่แล้วบนโลกนี้มีเจ้าต้นนี้เยอะที่สุดในโลก
และเป็นอาหารของไดโนเสาร์กินพืชอีกด้วย
เดินไปอีกนิดก็จะไปพบกับสะพานไม้ ที่ทำไว้เชื่อมต่อกับภูเขาแต่ละลุก
เพื่อให้นักท่องเทียวอย่างเราเดินท่องเที่ยวได้ง่ายขึ้น สวยมากด้วยนะ
เดินทางสุดท้ายก็จะมาเจอทางลงบันไดเลื่อน 7 ช่วง จะว่ายาวที่สุดในโลกก้ได้มั้ง
เพราะตั้งแต่เห็นมา ยังไม่เคยเจอบันได้เลื่อนที่ไหนยางขนาดนี้เลยจริงๆ
นี่แหละที่เราต้องการเห็น ประตูสวรรค์ ณ เมืองจางเจียเจี้ย
เหมือนสวรรค์จริงๆด้วย สวยแบบเหลือเชื่อมาก
จากจุดนี้จะมีจุดที่เรียกว่า ประตูจากสวรรค์ สู่ โลกมนุษนย์ เค้าก็เค้าใจคิดนะคนจีนเนี่ย
จากตรงนี้ก็เป็นที่วัดใจกันแล้วครับ คุณผู้ชม เพราะมีให้เลือกระหว่า ลงลิฟต์ กับเดินลงบันได
ให้ทายว่าแอดมิน เลือกแบบไหน..........
เดินลงซะครับ จะรออะไร ใจสู้อยู่แล้ว สู้โว้ย ลุยยยยยย
มองย้อนกลับขึ้นไปก็สวยเป็นระยะ และขาก็ขาสั่นเป็นระยะเช่นกัน
กว่าจะลงมาถึง ก็ขอโชว์หน่อยละกันนะ ว่ายังไหวอยู่
หลังจากที่เดินบัไดลงมาทั้งหมด 999 ขั้นตามที่คนท้องถิ่นบอกแล้ว
พูกเลยว่าแรกก็นับนะ พอเริ่มลงมาเรื่อยๆ นับไม่ไหวจริงๆ555
รู้อย่างเดียวว่าขาสั่นไปหมด เป็นการออกกำลังกายที่ดีเลยนะเนี่ย
ได้ทดสอบว่าสภาพกล้ามเนื้อขาขอเราเป็นยังไง
พอลงมาถึงด้านล่าง เราต้องมานั่งรถต่อเพื่อลงไปสู่ด้านล่าง
รถแบบนี้
ถนนแบบนี้ มาดูกัน พันกว่าโค้งได้มั้ง ไม่ไหวจะนับ 555
หลังจากนั้นเราก้ต้องไปทานอาหารค่ำกันแล้ว ถึงเวลาพอดี ซึ่งร้านอาหารก็อยู่ไม่ไกลจากที่ลงรถเท่าไหร่
เดินทางประมาณ 15 นาทีเท่านั้นเอง และนี่คือร้านอาหารครับ อาหารจีน
และนี่คือภาพบรรยากาศภายในร้าน
หลังจากทานอาหารค่ำ เราก็ออกเดินทางไปดูโชว์จิ้งจอกขาว วันนี้เที่ยวเต็มเหนี่ยวไปเลย
กลับโรงแรม 5 ทุ่มได้ แต่ไม่เหนื่อยนะ เพราะที่เที่่ยวมีสิ่งอำนวยความสะดวกค่อนข้างเยอะ
โชว์จิ้งจอกขาวที่นี่สุดอลังการ งานสร้างมาก ตั้งแต่ฉาก รวมไปจนถึงนักแสดงแต่ละคน
แสดงได้เต็มที่ ผมจำเนื้อเรื่องได้คร่าวๆว่า มีนางจิ้งจอกแปลงกลายเป็นคนมาอยู่ร่วมกับมนุษย์
แล้วอยู่มาวันนึ่งนางจิ้กจอก ดันตกหลุมรักมนุษย์ พอคนในหมู่บ้านรู้ก็ขับไล่ จนในที่สุดก็ได้รักกัน
ประมาณนี้ แต่ทั้งเพลง บรรยากาศ และนักแสดง เก่งมาก ดุไม่น่าเบื่อเลย แต่มีน่าเบื่อบ้างบางจุด
แต่โดยรวมถือว่าเป็นโชว์ที่ดีห้ามพลาดจริงๆ
จะลงรุปตั้งแต่ทางเข้าไปถึงลานโชว์เลยนะ
จบจากโชว์ก็เดินทางประมาณ 1 ชม.15 นาที เพื่อกลับโรงแรม
โรงแรมของเราชื่อ Zhangjiajie State Guest Hotel(S.G.Hotel)
จบภาระกิจวันนี้ ขอจบการรีวิว แต่เพียงเท่านี้ สวัสดี ราตรีสวัสดิครับผม ZZZzzzzzZZZZzzzzZZZzzzz
ราคาเริ่มต้น 17,777
ดาวน์โหลดโปรแกรม ที่นี่ >>
รีวิว วันที่ 1 มิ.ย. : ทริปท่องเที่ยวประเทศจีน เมืองจางเจียเจี้ย
รีวิวทริป
รีวิว วันที่ 1 มิ.ย. : ทริปท่องเที่ยวประเทศจีน เมืองจางเจียเจี้ย
รีวิวทริปท่องเที่ยวประเทศจีน เมืองฉางซา - จางเจียเจี้ย
ออกเดินทางวันที่ 1-5 มิ.ย 61 (5วัน 4คืน)
บินด้วยสายการบิน ไทยสมายด์(WE)

สามารถติดตามเราได้ที่ 
Facebook Fanpage : @grandtourismo
Offcial Line : @Grandtourismo

ทัวร์จีน จางเจียเจี้ย , ทัวร์จางเจียเจี้ย , ทัวร์จีน , ทัวร์จีน หุบเขาอวตาร , ทัวร์จีน ประตูสวรรค์ , ทัวร์จีน ฉางซา , ทัวร์ฉางซา , รับจัดกรุ๊ปส่วนตัว , เมืองจีน , จางเจียเจี้ย , Zhangjiajie , Changsha

รีวิว วันที่ 1 ของการเดินทาง ณ วันที่ 1 มิ.ย. 61 ณ สนามบินสุวรรณภูมิ บินด้วยสายการบินไทยสมายด์ จากสนามบินสุวรรณภูมิ
บินตรงสู่ สนามบินฉางซา หวงหัว ประเทศจีน เป็นสายการบินแบบ Premium Low cost ที่บริการด้วยแอร์ฮอสเตรทคนไทย
กับนักบินกัปตันคนไทย เรื่องบริการสบายหายห่วง ใช้เวลาบิน 3 ชม. 10 นาที พนักงานบนเครื่อง เสริฟไม่หยุด บริการดีจริงๆ
อาหารแอบอร่อยกว่าที่คิด กระเพราหมูสับ ไข่ดาวแบบทอดซะด้วย รสชาดดีเลยคุณผู้ชม พอมาถึงก็ผ่านพิธีการต่างๆก็ไม่นาน
แล้วก็ออกเดินทางจากสนามบิน มุ่งหน้าสู่เมืองฉางเต๋อ ใช้เวลาประมาณ 4 ชม.เท่านั้น
#Grandtourismo #GTM #แกรนด์ทัวริสโม่
ที่นั่งแบบ 3 - 3 แต่ก็ไม่เล็กนั่งสบายอยู่นะ
ดูที่นั่งซิ กว้างสบายอยู่ ไม่อึดอัดนะ
อาหารก็ดีมากอร่อยมากมีให้เลือกระหว่ากระเพราะหมูสับ+ไข่ดาว กับ ผัดไทย แอดมินขอเลือกกระเพราละกัน
เดินาทางออกจากสุวรรณภูมิเวลา 16.05
ถึง สนามบิน ฉางซา หวงหัว แอร์พอร์ต Changsha Huanghua Airport
เวลา 20.20 น. ใช้เวลาบินประมาณ 3 ชม.เท่านั้น
ถึงเมืองฉางซากันแล้ว กำลังเดินไปด่านตรวจคนเข้าเมือง Immigration กันแล้ว
เมื่อผ่านขั้นตอนทั้งหมดทั้งด่านตรวจคนเข้าเมือง รับกระเป๋าแล้วก็เดินออกมาขึ้นรถเพื่อเดินหน้าสู่โรงแรม
และนี่คือบรรยากาศสนาบินฉางซา ด้านนอกนะครับ เก็บภาพมาฝากกันได้ไม่มากเท่าไหร่ เพราะรถมารับเราเร็วมาก
และอีกอย่างการเดินทางของเราก็ต้องใช้เวลาอีก 4 ชม.เพิ่ืเดินทางจากเมืองฉางซาไปเมืองฉางเต๋อ เพื่อเข้ารร.ของเรา
ขึ้นรถมาแล้วไกดท้องถิ่นคนนี้ชื่อ สมุทร ก็แจ้งให้เราทราบทันทีว่า ที่เมืองฉางซา
รถบัสจะวิ่งได้เร็วที่สุด 80 กิโลเมตรต่อชั่วไมงและคนขับรถสามารถขับได้นานที่สุด 4 ชม.
ก็ต้องหยุดพักรถ 25 นาที เป็นอย่างน้อย จากนั้นเราก็ออกเดินทางกันเลย เพื่อไม่ให้ถึงรร.ดึกจนเกิดไป
และนี่คือด่านที่จะออกจากเมืองฉางซาไปเมืองฉางเต๋อ สวยอลังการงานสร้าง สไตล์พี่จีนมากๆ
นั่งรถไปได้ประมาณ 2 ชม เพื่อแวะที่ Service Area ลงรถมาถึงก็ได้กลิ่นจีนๆเลย ห้องน้ำก็ถือว่าไม่ได้สกปรกมาก
แต่ก็สไตล์จีนนั่นเอง เก็บภาพมาให้ได้ดูกันนิดหน่อย
จากนั้นก็ออกเดินทางต่อสู่โรงแรมของเราที่เมือง ฉางเต๋อ ใช้เวลาอีก 40 นาทีโดยประมาณ
เราใช้เวลาเดินทางจากสนามบินฉางซา มาที่โรงแรม โดยแวะพักรถ 1 ครั้ง
รวมแล้ว 4 ชม. มาถึงโรงแรมเกือบจะตี 1 อะ เช้าต้องออกจากโรงแรม 07.30 น.
เพื่อไปเที่ยวกัน และนี่คือรูปโรงแรมของเราคืนนี้ โรงแรมมีชื่อว่า Hua Jing Hotel
หวง จิง โฮเท็ล เมือง ฉางเต๋อ ประเทศจีน



ราคาเริ่มต้น 17,777
ดาวน์โหลดโปรแกรม ที่นี่ >>
แกรนด์ทัวริสโม่ ตอน : รีวิวการใช้เวปไซต์ที่ง่ายฝุดๆจริงๆนะยูวววววว!!
รีวิวทริป
แกรนด์ทัวริสโม่ ตอน : รีวิวการใช้เวปไซต์ที่ง่ายฝุดๆจริงๆนะยูวววววว!!
แกรนด์ทัวริสโม่ ตอน : รีวิวการใช้เวปไซต์ที่ง่ายฝุดๆจริงๆนะยูวววววว!!
คลิ๊กเพื่อชม >> https://youtu.be/ghE5-HeSAOA
ราคาเริ่มต้น 0
ดาวน์โหลดโปรแกรม ที่นี่ >>
JAPANESE BATH ETIQUETTE
รีวิวทริป
JAPANESE BATH ETIQUETTE
1.กรุณาชำระร่างกายก่อนที่จะลงแช่ในอ่าง (กรุณานั่งอาบน้ำจากฝักบัวและใช้น้ำอย่างประหยัด)
2.กรุณาตรวจสอบห้องแต่งตัวให้ดีก่อนเข้าไปใช้บริการ เพราะห้องแต่งตัวแยกชายหญิง ให้สังเกตที่ตัวอักษรคันจิ
「男」 = ผู้ชาย

「女」 = ผู้หญิง
3.กรุณาถอดชุดชั้นในหรือชุดว่ายน้ำก่อนเข้าไปในบริเวณที่อาบน้ำ และเก็บเสื้อผ้าให้เรียบร้อยในตู้เก็บสัมภาระ
4.กรุณาอย่านำผ้าขนหนูลงไปในอ่างแช่น้ำร้อน แต่สามารถนำผ้าขนหนูผืนเล็กๆเข้าไปได้ แต่ไม่ใช่นำไปขัดตัวในอ่าง เพราะจะทำให้น้ำแร่สกปรก
5.กรุณาอย่าวิ่งในบริเวณที่อาบน้ำ และไม่ว่ายน้ำในอ่างแช่น้ำร้อน
6.กรุณาล้างโฟมและแชมพูออกจากร่างกายให้เรียบร้อยก่อนที่จะลงไปแช่ในอ่างน้ำร้อน
7.เรื่องนี้เป็นสำคัญมากเมื่อลงออนเซ็น ถ้าหากเรามีรอยสักไม่ว่าจะมากหรือน้อย จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าอย่างเด็ดขาด เพราะที่ญี่ปุ่นมีภาพลักษณ์ของคนที่มีรอยสักว่าเกี่ยวของกับ “ยากุซ่า” หรือ นักเลง ผู้มีอิทธิพลในญี่ปุ่นนั้นเอง ซึ่งชาวต่างชาติแม้จะไม่เกี่ยวก็ตามก็ได้รับผลไปด้วย ดังนั้นเราต้องทราบก่อนที่จะลงไปแช่ แต่บางแห่ง อนุญาตให้ผู้มีรอยสักลงแช่ได้
8.ไม่ควรแช่น้ำร้อน ก่อนและหลังรับประทานอาหาร และหลังจากการดื่มแอลกฮอล เพราะการแช่น้ำร้อนอุณหภูมิ 40 องศาจะเพิ่มความดันในร่างกายของเราอย่างมาก ยิ่งถ้าเราดื่มมาด้วยก่อนก็จะยิ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
ราคาเริ่มต้น 0
ดาวน์โหลดโปรแกรม ที่นี่ >>
29 ประเทศ ถือพาสปอร์ตไทย ไม่ต้องขอวีซ่า
รีวิวทริป
29 ประเทศ ถือพาสปอร์ตไทย ไม่ต้องขอวีซ่า
1. อาร์เจนตินา (90วัน)
2. บาห์เรน* (14วัน)
3. บราซิล (90วัน)
4. บรูไน* (14วัน)
5. กัมพูชา (14วัน)
6. ชิลี (90วัน)
7. เอกวาดอร์* (90วัน)
8. จอร์เจีย* (365วัน)
9. ฮ่องกง (30วัน)
10. อินโดนีเซีย* (30วัน)
11. ญี่ปุ่น* (15วัน)
12. สาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) (90วัน)
13. สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (30วัน)
14. มาเก๊า (30วัน)
15. มองโกเลีย (30วัน)
16. มาเลเซีย* (30วัน)
17. มัลดีฟส์* (30วัน)
18. เมียนมาร์ (14วัน) *เฉพาะท่าอากาศยานนานาชาติ
19. ปานามา* (180วัน)
20. เปรู (90วัน)
21. ฟิลิปปินส์* (30วัน)
22. รัสเซีย (30วัน)
23. เซเชลส์* (30วัน)
24. สิงคโปร์* (30วัน)
25. แอฟริกาใต้* (30วัน)
26. ไต้หวัน* (30วัน)
27. ตุรกี* (30วัน)
28. วานูอาตู* (90วัน)
29. เวียดนาม (30วัน)

* หมายถึง ประเทศที่ประกาศยกเว้นการตรวจลงตราแก่ไทยฝ่ายเดียว นอกจากนั้นคือ ประเทศที่ทำความตกลงทวิภาคีกับไทย

เอกวาดอร์*
ประกาศยกเว้นการตรวจลงตราแก่คนทุกสัญชาติเพื่อการท่องเที่ยว เมื่อ มิ.ย. 2551 ซึ่ง สอท. ณ กรุงลิมา ได้แจ้งเพิ่มเติมว่าครอบคลุมถึงผู้ถือหนังสือเดินทางทุกประเภท 

ไต้หวัน*
อนุญาตให้ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยที่มีถิ่นที่อยู่ถาวร หรือได้รับการตรวจลงตราแบบเดินทางเข้า-ออกได้หลายครั้งจากสหรัฐอเมริกา แคนาดา ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ได้รับการยกเว้นการตรวจลงตราในการเดินทางเข้าไต้หวัน สามารถขอหลักฐานเข้าไต้หวันได้ที่เว็บไซต์ https://nas.immigration.gov.tw/nase/ และนำหลักฐานที่ได้รับแสดงต่อสายการบินและเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองไต้หวัน (กรณีที่ผู้แสดงหลักฐานแต่ไม่สามารถแสดงวีซ่าของประเทศดังกล่าวในข้อ 1 จะถูกปฎิเสธการเข้าไต้หวัน)

รัสเซีย*
ยกเว้นการตรวจลงตราให้ผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาของไทยที่ประสงค์จะเดินทางเข้ารัสเซียเพื่อการท่องเที่ยวเท่านั้น หากเป็นด้วยวัตถุประสงค์อื่น ก็อาจถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าเมืองได้ดังนั้น คนไทยที่จะเดินทางไปรัสเซียควรขอรับการตรวจลงตราให้ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ในการเข้าประเทศทุกครั้ง

ปานามา*
ยกเว้นการตรวจลงตราให้ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยทุกประเภท โดยจะพำนักได้ไม่เกิน 6 เดือน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 2555

โคลอมเบีย*
ยกเว้นการตรวจลงตราให้แก่ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยที่ได้รับการตรวจลงตราจากสหรัฐฯ (ไม่ใช่ประเภท Transit C1) และกลุ่มประเทศเชงเก้น (เฉพาะประเภท C และ D) ที่มีอายุการตรวจลงตราไม่น้อยกว่า 180 วัน นับจากกวันที่เดินทางเข้าโคลอมเบีย รวมถึงยกเว้นการตรวจลงตราให้แก่ผู้ที่มีถิ่นที่อยู่ถาวรในสหรัฐฯ และกลุ่มประเทศเชงเก้นด้วย ทั้งนี้ ระยะเวลาที่ได้รับยกเว้นฯ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองโคลอมเบีย
ราคาเริ่มต้น 0
ดาวน์โหลดโปรแกรม ที่นี่ >>
อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมสำหรับเที่ยวหน้าหนาวอุณหภูมิติดลบ
รีวิวทริป
อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมสำหรับเที่ยวหน้าหนาวอุณหภูมิติดลบ
แว่นกันแดด นอกจากจะช่วยให้เราสวยเก๋แล้ว ยังช่วยป้องกันแสงแดดที่สะท้อนบนหิมะสีขาว ซึ่งจะทำให้เราแสบตามากกว่าแดดปกติ
ราคาเริ่มต้น 1
ดาวน์โหลดโปรแกรม ที่นี่ >>
อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมสำหรับเที่ยวหน้าหนาวอุณหภูมิติดลบ
รีวิวทริป
อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมสำหรับเที่ยวหน้าหนาวอุณหภูมิติดลบ
ลิปมัน ครีมทาผิว ป้องกันไม่ให้ปากแห้งแตก และป้องกันไม่ให้ผิวแห้ง ผิวลอก ผิวแตก
ราคาเริ่มต้น 1
ดาวน์โหลดโปรแกรม ที่นี่ >>
อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมสำหรับเที่ยวหน้าหนาวอุณหภูมิติดลบ
รีวิวทริป
อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมสำหรับเที่ยวหน้าหนาวอุณหภูมิติดลบ
ลองจอน หรือ ฮีทเทค เจ้าสิ่งนี้จะช่วยเก็บความร้อนของอุณหภูมิในร่างกายไว้ และช่วยให้ผิวของเราไม่เสียดสีกับเสื้อผ้าโดยตรง เพราะผ้าบางชนิดเมื่อเจออากาศเย็นมากๆ เนื้อผ้าอาจจะแข็งกว่าปกติ
ราคาเริ่มต้น 1
ดาวน์โหลดโปรแกรม ที่นี่ >>
อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมสำหรับเที่ยวหน้าหนาวอุณหภูมิติดลบ
รีวิวทริป
อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมสำหรับเที่ยวหน้าหนาวอุณหภูมิติดลบ
รองเท้าบูท หรือรองเท้ากีฬา แนะนำเป็นรองเท้าที่สวมใส่สบายนะคะ เพราะเวลาเจออากาศเย็นเท้าเราจะขยายถ้าใส่รองเท้าที่แน่นเกินไปมันจะบีบเท้าเราได้ ไม่แนะนำเป็นรองเท้าผ้าใบนะคะเพราะหากมีการเดินลุยหิมะ รองเท้าจะเปียกได้ค่ะ

ราคาเริ่มต้น 1
ดาวน์โหลดโปรแกรม ที่นี่ >>
อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมสำหรับเที่ยวหน้าหนาวอุณหภูมิติดลบ
รีวิวทริป
อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมสำหรับเที่ยวหน้าหนาวอุณหภูมิติดลบ
ถุงมือ ถุงเท้า หมวกไหมพรม ที่ปิดหูกันหนาว ผ้าพันคอ เป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นมาก ช่วยสร้างความอบอุ่นให้ร่างกายได้ดีมากค่ะ
ราคาเริ่มต้น 1
ดาวน์โหลดโปรแกรม ที่นี่ >>
อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมสำหรับเที่ยวหน้าหนาวอุณหภูมิติดลบ
รีวิวทริป
อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมสำหรับเที่ยวหน้าหนาวอุณหภูมิติดลบ
เสื้อโอเวอร์โค้ท หรือเสื้อแจ็คเก็ตแบบหนานะคะ เพราะในอุหภูมิติดลบ เสื้อแจ็คเก็ตทั่วไปไม่เพียงพอต่อการกันหนาวนะคะ
ราคาเริ่มต้น 1
ดาวน์โหลดโปรแกรม ที่นี่ >>
<font color=red><b>Hot</b></font> แพ็กเกจทัวร์ ฮ่องกง โรงแรม เพนนินซูล่า
รีวิวทริป
Hot แพ็กเกจทัวร์ ฮ่องกง โรงแรม เพนนินซูล่า
แพ็กเกจฮ่องกง คือ ทัวร์อีกรูปแบบที่ต้องการความเป็นส่วนตัว
แล้วสามารถเลือกโรงแรมตามความต้องการ และท่องเที่ยวตามสไตล์ของคุณเอง
รายละเอียด แพ็กเกจนี้ มีรายละเอียดดังนี้
1.โรงแรมที่พัก 2 คืน สำหรับ 2 ท่าน
2.รถรับส่งสนามบิน โรงแรม สนามบิน(รายละเอียดของรถกรุณาดูในโปรแกรม)
3.ซิตี้ทัวร์ ครึ่งวัน (ใช้บริการก็ได้ไม่ใช้บริการก็ได้)
4.Afternoon Tea สำหรับ 2 ท่าน
ราคาเริ่มต้น 29,900
ดาวน์โหลดโปรแกรม ที่นี่ >>
สิงหาคม 01 ส.ค. - 31 มี.ค. 60,
<font color=red><b>มีไว้ดี๊ดี</b></font> Pocket Wifi
รีวิวทริป
มีไว้ดี๊ดี Pocket Wifi
Pocket WIFI
สามารถใช้งาน WIFI ความเร็ว 4G LTE ความเร็วของสัญญาณแรงไม่มีหมดและไม่จำกัด อีกทั้งสามารถปล่อยสัญญาณ WIFI
เชื่อมต่อสัญญาณได้ถึง 7 เครื่องในเวลาเดียวกัน จึงมีความคุ้มค่าในการเดินทางไปต่างประเทศเป็นหมู่คณะ
สามารถใช้งาน WIFI ได้เป็นระยะเวลา 10-12 ชั่วโมงหลังชาร์ตไฟเต็ม และยังมีขนาดเล็ก พกพาสะดวกในการเดินทาง
ใช้งานง่าย เพียงแค่กดปุ่มเปิดเครื่อง Pocket Wifi และล็อคอินเข้าสัญญาณ WIFI  ก็สามารถใช้งานได้ทันที
ไม่ต้องเสียเวลาเปลี่ยนแปลงเบอร์ให้วุ่นวาย  ประหยัดค่าใช้จ่ายได้ดีกว่าเปิดโรมมิ่งในมือถือ
เครือข่ายสัญญาณมีความเสถียรในการใช้งาน สามารถใช้เล่น Line , Facebook , Twitter , E-mail ได้ทุกที่ทุกเวลา
เพราะมีเครือข่ายสัญญาณที่ครอบคลุมทั่วทั้งประเทศนั้น ๆ
-------------------------------------------------------------------
สนใจติดต่อได้ที่นี่
โทร.02-508-1010
Hotline. 092-854-9496
        095-091-5646
Official Line : @grandtourismo
ราคาเริ่มต้น 300
ดาวน์โหลดโปรแกรม ที่นี่ >>
มิถุนายน 29 มิ.ย. - 31 ธ.ค. 59,