GTM-05 มหัศจรรย์ แอฟริกาใต้ 8D5N OCT - DEC 17 SQ
เที่ยวแอฟริกาใต้ พิพิธภัณฑ์วูร์เทรคเกอร์ ท่องป่าซาฟารียามรุ่งอรุณ แหลมกู๊ดโฮป   
เดินทาง กันยายน - ธันวาคม 2560
ราคาเพียง 69,900 บาท
โดยสายการบิน Singapore Airlines


เริ่มต้น 69,900


ส่งให้เพื่อนทางไลน์
***คุ้มที่สุดพักโรงแรมสุดหรู THE PALACE OF THE LOST CITY ถึง 2 คืน **** ***อาหารพิเศษ !!! กุ้งมังกร และหอยเป๋าฮื้อ เมนูขึ้นชื่อ รวมทั้งชิมเนื้อสัตว์ป่านานาชนิด *** ลัดฟ้าสู่โจฮันเนสเบิร์ก เยือนหมู่บ้านเลเซดี (Lesedi Cultural Village) หมู่บ้านวัฒนธรรมของชนเผ่าพื้นเมืองต่างๆ ของชาวแอฟริกาใต้ ตื่นเต้นกับกิจกรรมส่องสัตว์ซาฟารีที่ พีลันเนสเบิร์ก (Pilanesburg) ท่องป่าซาฟารียามรุ่งอรุณ เดินทางภายในประเทศด้วยสายการบิน Domestic สู่เมืองเคปทาวน์ (Cape Town) เมืองสวยติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก ขึ้นกระเช้าไฟฟ้าหมุนรอบตัวเองขึ้นสู่จุดชมวิวด้านบน Table Mountain เดินเล่นย่านวิคตอเรีย แอนด์ อัลเฟรด วอเตอร์ฟร้อนท์ ล่องเรือไปชมแมวน้ำ นกเพนกวิน ชมทัศนียภาพอันงดงามที่แหลมกู๊ดโฮป (Cape of Good Hope) สำหรับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี เอกสารที่เป็นภาษาไทย ต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ และได้การรับรองจาก สถานทูต แอฟริกาใต้
วันแรกของการเดินทาง กรุงเทพฯ – สิงคโปร์
18.00 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ เคาน์เตอร์สายการบินสิงคโปร์ พบเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกให้กับท่าน
21.00 น. ออกเดินทางสู่สิงคโปร์ โดยสายการบินสิงคโปร์ เที่ยวบินที่ SQ981
วันที่สองของการเดินทาง สิงคโปร์ – โจฮันเนสเบิร์ก – พริทอเรีย – พิพิธภัณฑ์วูร์เทรคเกอร์ – ตลาดเพชรพลอย – เมืองซันซิตี้
00.25 น. ถึงสนามบินชางฮี ประเทศสิงคโปร์ เพื่อรอเปลี่ยนเครื่อง
02.10 น ออกเดินทางต่อ โดยสายการบินสิงคโปร์ เที่ยวบินที่ SQ 478
06.55 น. ถึงสนามบินโจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ (South Africa) (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง) นำท่านสู่ “City of Jacaranda” อันสะพรั่งไปทั่วเมืองทุกปีในช่วงเดือนตุลาคม เป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองอันโดดเด่น คือดอกไม้สีม่วงสด คือดอกแจ๊กการันดา (Jacaranda) โดยชื่อของเมือง พริทอเรีย (Pretoria) นามนี้คือวีรบุรุษผู้กล้าเมื่อครั้งอดีตกาลนามว่า แอนดีส์ พรีทอรีอัส (Andries Pretorius) ปัจจุบันมีความสำคัญเมืองหลวงด้านการบริหารของแอฟริกาใต้ จึงมีสถานที่สำคัญมากมาย นำท่านชมในบริเวณเมือง โดยเฉพาะจัตุรัสกลางเมือง Church Square ชมอนุสาวรีย์ของอดีตประธานธิบดีของรัฐอิสระชาวบัวร์ ชื่อพอล ครูเกอร์ ในบริเวณใกล้เคียงกันนั้นเป็นที่ตั้งของศาลาว่าการเมือง อันมีอนุสาวรีย์ของแอนดีส์ พรีทอรีอัสผู้ก่อตั้งเมือง และลูกชาย อีกทั้งสถานที่สำคัญทางราชการของเมืองต่างๆ เช่น ทำเนียบประธานาธิบดีและที่ทำการรัฐบาลวุฒิสภา ที่มีความสวยงามและยิ่งใหญ่อลังการจนถูกจัดอันดับเป็นสถาปัตยกรรมอันงดงามติดอันดับโลกอีกด้วย นอกจากสถาปัตยกรรมอันงดงามแล้ว อีกสถานที่แห่งความรู้เพื่อเข้าถึงชนพื้นเมืองผู้กล้า เข้าชมพิพิธภัณฑ์วูร์เทรคเกอร์ (Voortrekker Monument & Museum) อนุสรณ์สถานฉลองครบรอบ 100 ปีสงครามกับพื้นเมือง อีกทั้งวิถีแห่งชาวบัวร์ชนพื้นเมืองผิวขาวกับการอพยพ จากนั้นนำท่านไปช๊อปปิ๊งยังตลาดเพชรพลอย (Diamond Market) แอฟริกาใต้เป็นเมืองแห่งอุสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ได้มีการพัฒนาแล้ว เนื่องจากความพร้อมทั้งในด้านแหล่งวัตถุดิบไม่ว่าจะเป็นเพชร ทองคำ แพลตตินั่ม เงิน และหินมีค่าต่างๆรวมถึงบุคลากรที่มีความชำนาญการด้านเทคนิคและการออกแบบ และแรงงานที่มีประสบการณ์ ตลอดจนการผลิตที่มีตั้งแต่สินค้าทีได้รับการออกแบบพิเศษ ตามความต้องการของลูกค้า
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารไทย
บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่เขตวนอุทยานสัตว์ป่าขุนเขาพีลันเนสเบิร์ก(Pilanesburg) เพื่อจากนั้นนำท่านสู่ที่พักสุดหรูและพร้อมด้วยกิจกรรมหลากหลาย เมืองซันซิตี้ (Sun City) เมืองที่ถูกสร้างตามจินตนาการของ ชอล เคิร์ชเนอร์ มหาเศรษฐีนักลงทุนผู้มั่งคั่ง ใช้งบประมาณมหาศาล ทั้งระยะเวลายาวนานในการสร้างอย่างปราณีตและสร้างสรรค์กว่า 18 ปี จากดินแดนอันไร้ค่าในอดีตแห่งแคว้น Bophuthatswana บริเวณตอนกลางของแอฟริกาใต้ เป็นอาณาจักรอันกว้างใหญ่และพร้อมสรรพไปด้วยสถานที่พักผ่อนตากอากาศอันสวยหรูและยิ่งใหญ่อลังการรวมตัวกัน รวมทั้ง เดอะพาเลซ (The Palace) ที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1992 ด้วยสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียนผสมแอฟริกัน เข้าสู่ที่พักสุดหรูเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ด้วยบริการระดับมาตรฐานโลก ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติที่ท่านไม่สามารถสัมผัสได้จากที่ใดในโลก อันเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นที่สุดของการท่องเที่ยวมายังแอฟริกาใต้ คือ ซาฟารีลอดจ์ บนผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์นี้ ท่านจะมีโอกาสได้ถ่ายรูปและสัมผัสสัตว์ป่าแบบใกล้ชิด กับ กิจกรรมส่องสัตว์ซาฟารียามพลบค่ำ ที่พากันออกหากินในยามค่ำ อันเป็นวัฏจักรชีวิตอันน่าพิศวง ทั้งสัตว์ป่าน้อยใหญ่นานาชนิดจะพากันออกหากินในช่วงเวลานั้น ***เพื่อความปลอดภัยของผู้เดินทางเป็นสำคัญ ทางซาฟารี ขอสงวนสิทธิ์การเข้าร่วมกิจกรรมส่องสัตว์ สำหรับผู้เดินทางที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปี และสงวนสิทธิ์ในการไม่คืนค่าใช้จ่ายในทุกกรณี***
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารอาหารพื้นเมืองที่ลอด์จ
นำเข้าสู่ที่พัก โรงแรม THE PALACE OF THE LOST CITY หรือเทียบเท่า
วันที่สามของการเดินทาง ท่องป่าซาฟารียามรุ่งอรุณ – อาณาจักรซันซิตี้
รุ่งอรุณ นำท่านเดินทางก่อนฟ้าสาง เพื่อท่องป่าซาฟารียามรุ่งอรุณ ณ ผืนป่า พีลันเนสเบิร์ก อันมีเนื้อที่กว่า 500 ตารางกิโลเมตร นำท่านสัมผัสธรรมชาติอันมหัศจรรย์โดยออกชมสัตว์ป่า โดยจะมีนายพรานซึ่งเป็นทั้งสารถีและผู้บรรยายนำเที่ยวชมสัตว์
เช้า นำท่านกลับเข้าสู่ที่พัก เดอะพาเลซ (The Palace) เพื่อให้ท่านรับประทานอาหารเช้า และ มีเวลาให้ท่านได้อิสระสนุกสานกับกิจกรรมหลากหลาย และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันในอาณาจักรอันยิ่งใหญ่อลังการแห่งนี้
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารอาหารจีน
บ่าย ให้ท่านได้ตามอัทธยาศัยอิสระไม่ว่าจะเป็นสวนน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งมีคลื่นยักษ์เทียมให้ท่านรู้สึกดั่งว่ายอยู่ในท้องทะเลจริงๆ ณ Valley of Wave สัมผัสแรงสั่นสะเทือนดั่งแผ่นดินไหวที่มีทุกชั่วโมง บนสะพานแห่งกาลเวลา Bridge of time อีกทั้งสนามกอล์ฟที่ออกแบบโดยนักกอล์ฟชื่อก้องโลก Gary Player Golf Course และ Sun city Golf Course นอกจากนั้นท่านสามารถพักผ่อนได้กับหลากหลายกิจกรรมที่ท่านสนใจ ทั้งโรงภาพยนตร์ คาสิโน ที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง สวนพฤกษศาสตร์นานาพันธุ์ น้ำตก ลำธารดั่งธรรมชาติที่ถูกสร้างขึ้นอย่างแนบเนียน สวยงามสร้างบรรยากาศได้ดั่งหลุดสู่โลกแห่งจินตนาการ
ค่ำ รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารไทย
นำเข้าสู่ที่พัก โรงแรม THE PALACE OF THE LOST CITY หรือเทียบเท่า
วันที่สี่ของการเดินทาง สวนเสือ – หมู่บ้านเลเซดี – อาณาจักรซันซิตี้ – ส่องสัตว์ซาฟารียามพลบค่ำ
เช้า รับประทานอาหารเช้าแบบกล่อง
นำท่านเดินทางสู่สวนเสือ (The Lion Park) เปลี่ยนเป็นบรรยากาศการท่องเที่ยวเป็นแบบซาฟารี อันโดดเด่นของแอฟริกา ชมสัตว์ป่า เช่น เสือขาว ม้าลาย และสัตว์แปลกๆอื่นอีกมากมายรอให้ท่านได้ไปสัมผัสกันอย่างใกล้ชิดและเก็บภาพประทับใจกันได้เต็มที่ ซึ่งสัตว์เหล่านั้นอยู่อาศัยกันในป่าตามแบบระบบนิเวศน์อันแตกต่างกัน ของแต่ละชนิดสัตว์นั้นๆ ในแต่ละโซนพื้นที่อันต่างกันออกไปเป็นการชมสัตว์ตามสภาพวิถีชีวิตจริงอันน่ามหัศจรรย์แห่งธรรมชาติล้วนๆ อันหาชมได้ยากยิ่งทีเดียว
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง พิเศษ บริการท่านด้วยบาร์บีคิวเนื้อสัตว์หลากชนิดแบบแอฟริกัน อาทิ เช่น เนื้อกวาง ม้าลาย จระเข้ ควายป่า ฯลฯ
บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางต่อไปยังหมู่บ้านเลเซดี (Lesedi Cultural Village) หมู่บ้านวัฒนธรรมแห่งนี้นำเสนอวิถีชีวิตหลากหลายรูปแบบและประวัติความเป็นมาของชนเผ่าพื้นเมืองต่างๆ ของชาวแอฟริกาใต้ได้อย่างละเอียดและน่าสนใจ ทั้งรูปแบบบ้านเรือนที่อยู่อาศัย ศิลปะการแสดงต่างๆ รอให้ท่านได้ศึกษาและเรียนรู้อย่างน่าสนใจ หลังการชื่นชมวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ทำให้เราเข้าถึงชนพื้นเมืองในเวลาอันรวดเร็วนี้แล้ว และให้ท่านได้ชมโชว์พื้นเมือง ของชาวเลเซดี จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ Nelson Mandala Square แหล่งรวมอาหารพื้นเมืองขนาดใหญ่นอกเมืองโจฮันเนสเบิร์ก ให้ท่านได้ตื่นตากับร้านอาหารพื้นเมืองมากมาย รวมถึงร้านค้า และแหล่งแฮงค์เอาท์ของคนท้องถิ่น
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารไทย
นำเข้าสู่ที่พัก โรงแรม PEERMONT MONDIOR HOTEL หรือเทียบเท่า
วันที่ห้าของการเดินทาง โจฮันเนสเบิร์ก – เคปทาวน์ – ฟาร์มนกกระจอกเทศ – ไร่องุ่นกรูทคอนสแตนเทีย – Table Mountain – วิคตอเรีย แอนด์ อัลเฟรด วอเตอร์ฟร้อนท์
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
…… น. นำท่านเดินทางสู่สนามบิน เพื่อเดินทางโดยสายการบินภายในประเทศ สู่เมืองเคปทาวน์
…… น. ออกเดินทาง โดยเที่ยวบินที่ BA……..
นำท่านเดินทางไปสัมผัสชีวิตสัตว์อันป็นเอกลักษณ์อีกอย่างของเมือง คือนกกระจอกเทศ ณ ฟาร์มเลี้ยงนกกระจอกเทศ ที่มีชื่อเสียงของเมือง West Coast Ostrich Farm เรียนรู้เรื่องราวอันน่าสนใจยิ่งของนกกระจอกเทศ ที่มีจุดเด่นคือ เป็นสัตว์ปีกขนาดใหญ่แต่แทนที่จะใช้ปีกบินกลับมีความชำนาญในการใช้ขาวิ่งได้อย่างรวดเร็วที่สุดในโลกเลยเลยทีเดียว แถมปัจจุบันยังเป็นสัตว์เศรษฐกิจสำคัญของประเทศอีกด้วย
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง เมนูจากเนื้อและไข่ ของนกกระจอกเทศ
บ่าย จากนั้นนำท่านสู่ไร่องุ่นแหล่งผลิตไวน์ขึ้นชื่อและเก่าแก่ที่สุดในแอฟริกาใต้ กรูทคอนสแตนเทีย (Groot Constantia) ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1692 โดยผู้ว่าการเมืองชาวดัตซ์ จนกระทั่งปัจจุบันยังคงดำเนินการทำไวน์ หรือเหล้าองุ่นอันขึ้นชื่ออยู่ และเปิดบริการให้คนทั่วไปเข้าชมภายในเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์ไวน์ซึ่งจัด แสดงประวัติความเป็นมาของไวน์ย้อนหลังไปถึง 500ปี ในช่วงคริสตวรรษที่ 18-19 จากความมั่งคั่งในอุตสาหกรรมการผลิตและจำหน่ายไวน์ได้ก็ทำให้มีการสร้างบ้าน และโรงบ่มในสไตล์สถาปัตยกรรมอันโดดเด่นและสวยงาม ที่เรียกว่า เคป ดัตซ์ (Cape Dutch) มีลักษณะเป็นแบบตัวอาคารสีขาวมุง หลังคาด้วยหญ้า ประดับตกแต่งด้วยลวดลายปูนปั้นบริเวณหน้าจั่วอันเป็นเอกลักษณ์ที่ยังอยู่มาจนทุกวันนี้ ซึ่งท่านสามารถชมบรรยากาศอันงดงามและเลือกซื้อไวน์ขึ้นชื่อได้ตามอัธยาศัย
จากนั้นนำท่านสู่สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกจุดที่ไม่ควรพลาดประจำเมืองนี้ ด้วยจุดเด่นของเมืองเคปทาวน์นี้อยู่ที่มีภูเขาลูกใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางเมืองทำให้เราสามารถมองเห็นภูเขารูปทรงต่างๆได้โดยรอบ เช่น ภูเขามีลักษณะเสมือนโต๊ะที่ตั้งอยู่บนแผ่นดินอย่างไรอย่างนั้น จึงทำให้ภูเขาลูกนี้ได้รับการตั้งชื่อว่า Table Mountain มีความสูง 1,086 เมตร หรือ 3,563 ฟุต โดยนำท่านขึ้นกระเช้าไฟฟ้าหมุนรอบตัวเองขึ้นสู่จุดชมวิวด้านบน (ทั้งนี้การนั่งกระเช้าต้องขึ้นกับสภาพอากาศอีกด้วย หากมีการปิดทำการทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการโดยที่ไม่จำเป็นต้องแจ้งล่วงหน้า ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของผู้ร่วมเดินทางเป็นสำคัญ) ให้ท่านชมบรรยากาศจากมุมสูง
จากนั้นเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองเคปทาวน์ (Cape Town) เมืองสวยติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก อีกแห่งที่ท่านไม่ควรพลาดในการไปเยือนครั้งหนึ่งในชีวิต ทั้งในยุคใหม่ที่เมืองนี้เคยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพแข่งขันฟุตบอลโลกในปี 2010 ที่ผ่านมา แล้วยังเป็นเมืองเก่าแก่กว่า 300 ปี อีกทั้งสภาพอากาศที่ค่อนข้างบริสุทธิ์เกือบตลอดทั้งปี ด้วยเป็นเมืองที่มีลักษณะคล้ายอ่าง มีลมพัดแรงจนพัดเอามลพิษต่างๆออกไปหมด เนื่องด้วยลักษณะภูมิประเทศที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของประเทศ มีแหลมกู๊ดโฮปที่ยื่นออกไประหว่าง มหาสมุทรอินเดีย และมหาสมุทรแอตแลนติค ปัจจุบันนี้มีความใหญ่เป็นอันดับสามและเป็นเมืองหลวงฝ่ายนิติบัญญัติของแอฟริกา นอกจากเมืองพริทอเรีย และบลูมฟอนเทน ซึ่งเป็นเมืองหลวงด้านการบริหารประเทศ และศูนย์กลางทางฝ่ายตุลาการ จากนั้นนำท่านถ่ายรูปและพักผ่อนบริเวณริมอ่าว ย่านวิคตอเรีย แอนด์ อัลเฟรด วอเตอร์ฟร้อนท์ (Victoria & Alfred Waterfront ) สถานที่พักผ่อนตากอากาศ ในบรรยากาศก่อนค่ำ อันงดงามรอให้ท่านได้สัมผัส ทั้งร้านอาหาร ร้านค้า โรงภาพยนต์ บริเวณท่าเรือนั้น อีกมุมมองที่ต่างและน่าสนใจของเมืองโรแมนติกนี้
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน พิเศษ กุ้งมังกรและหอยเป๋าฮื้อ เมนูขึ้นชื่อของเมือง
นำเข้าสู่ที่พัก โรงแรม PREMIER CAPE TOWN HOTEL หรือเทียบเท่า
วันที่หกของการเดินทาง ล่องเรือชมแมวน้ำ – นกเพนกวิน – ไซมอนทาวน์ – แหลมกู๊ดโฮป
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ท่าเรือฮูทเบย์ (Hout Bay) เพื่อล่องเรือไปชมแมวน้ำจำนวนมาก ที่พากันมานอนอาบแดดรับความอบอุ่นจากแสงอาทิตย์อย่างมีความสุขกันตามธรรมชาติอยู่บริเวณเกาะซีล (Seal Island) ซึ่งเป็นวิถีชีวิตน่ารักๆ อิริยาบทอันน่ามหัศจรรย์ของสัตว์โลกน่ารักอีกชนิดที่หาดูไม่ได้ในบ้านเรา
จากนั้นนำท่านชมอีกสัตว์โลกน่ารักเฉพาะถิ่นที่น่ารักน่าเอ็นดูไม่แพ้กันนั่นคือ เหล่านกเพนกวิน ที่มีถิ่นอาศัยตามธรรมชาติอยู่บริเวณเมืองไซม่อนทาวน์ (Simon Town) ที่มีบ้านเรือนของเหล่ามหาเศรษฐีที่ตั้งลดหลั่นกันอยู่บนเชิงเขา หันหน้าออกสู่ท้องทะเลสีคราม เหล่าบรรดานกเพนกวินสัญชาติแอฟริกันตัวน้อยพากันเดินต้วมเตี้ยมอย่างมีความสุขกันอยู่บนหาดโบลเดอร์อันสงบเงียบนี้ ให้ท่านได้ถ่ายรูปและชมอิริยาบทน่ารักนี้อย่างสนุกสนาน
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง พิเศษ บริการท่านด้วย เมนูกุ้งมังกร ท่านละ 1 ตัว
บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่แหลมกู๊ดโฮป (Cape of Good Hope) ชมทัศนียภาพอันงดงาม ณ บริเวณ Cape Point จุดสำคัญแห่งมหาสมุทรแอตแลนติกตอนใต้ ด้วยความยากของการเดินเรือ ผ่านเส้นทางนี้ไปได้นั้นช่างยากเย็น ทำให้มีตำนานเรื่องเล่าของเหล่ากะลาสีนักเดินเรือ ที่กล่าวขานกันมาเป็นเวลานาน ตั้งแต่อดีตทั้งการหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย ด้วยกระแสคลื่นลมอันโหดร้าย สภาพอากาศอันแปรปรวนเสมอ ทำให้มีการกล่าวถึงการก้าวผ่านอาณาเขตนี้ไปได้ด้วยความหวังยิ่งนั้น ช่างยากเย็นไม่น้อยทีเดียว อันเป็นที่มาแห่งชื่อของแหลมแห่งนี้ที่ต้องอาศัยความศรัทธาแห่งความหวังยิ่งนั่นเอง
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารตะวันตก (SET MENU)
นำเข้าสู่ที่พัก โรงแรม PREMIER CAPE TOWN HOTEL หรือเทียบเท่า
วันที่เจ็ดของการเดินทาง เคปทาวน์ – สิงคโปร์
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
07.00 น. ออกเดินทางสู่ สนามบินของเมืองเคปทาวน์
10.40 น ออกเดินทางกลับสู่สิงคโปร์ โดยสายการบินสิงคโปร์ เที่ยวบินที่ SQ 479
วันที่แปดของการเดินทาง สิงคโปร์ – กรุงเทพฯ
06.10 น. ถึงสนามบินสิงคโปร์ เพื่อรอเปลี่ยนเครื่อง
07.10 น. ออกเดินทางสู่สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ SQ970
08.35 น. คณะเดินทางกลับถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ


เริ่มเดินทาง กลับจากเดินทาง ผู้ใหญ่ เด็กมีเตียง เด็กไม่มีเตียง พักเดี่ยว หมายเหตุ
27ก.ย.60 04ต.ค.60 69,900 69,900 69,900 12,900
18ต.ค.60 25ต.ค.60 74,900 74,900 74,900 12,900
25ต.ค.60 01พ.ย.60 74,900 74,900 74,900 12,900
08พ.ย.60 15พ.ย.60 74,900 74,900 74,900 12,900
13ธ.ค.60 20ธ.ค.60 77,900 77,900 77,900 12,900
20ธ.ค.60 27ธ.ค.60 81,900 81,900 81,900 12,900
** ราคาดังกล่าวอาจมีการปรับเปลี่ยนหากสายการบินมีการเรียกเก็บภาษีน้ำมันและภาษีสนามบินเพิ่มเติม **




โปรแกรมการเดินทางอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม และในแต่ละครั้งจะต้องมีจำนวนผู้โดยสารตามที่บริษัทฯ กำหนดไว้