GTM-21 แอฟริกาใต้-แซมเบีย-บอตสวานา 9 วัน 6 คืน CX
ทัวร์แอฟริกาใต้-แซมเบีย-บอตสวานา 9 วัน 6 คืน
เดินทางโดยสายการบิน  Cathay Pacific 
ราคา 110,900.- **ราคานี้ยังไม่รวมตั๋วเครื่องบิน**


เริ่มต้น 110,900

ส่งให้เพื่อนทางไลน์
ทัวร์แอฟริกาใต้-แซมเบีย-บอตสวานา 9 วัน 6 คืน เดินทางโดยสายการบิน Cathay Pacific ราคา 110,900.- **ราคานี้ยังไม่รวมตั๋วเครื่องบิน**
วันที่ 1 กรุงเทพฯ – ฮ่องกง – โจฮันเนสเบิร์ก
21.30 น. คณะเดินทางพร้อมกันที่ ท่าสนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 บริเวณเคาน์เตอร์ของ สายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค (CX) เคาน์เตอร์ M ประตูทางเข้าที่ 5 เจ้าหน้าที่คอยต้อนรับและบริการเอกสารการเดินทาง
หมายเหตุ ตอนเช็คอินน์ตั๋ว กรุณาแจ้งเจ้าหน้าที่สายการบินให้ช่วยเช็คกระเป๋าทรูตลอดการเดินทางไปเมืองโจฮันเนสเบิร์กเลย เนื่องจากหากท่านไม่ได้เช็คทรู ท่านจะต้องกรอกใบ ต.ม.ฮ่องกง ผ่าน ต.ม. เพื่อออกมารับกระเป๋าที่สายพาน แล้วเดินออกมาตรงที่รอรับนักท่องเที่ยวแล้วขี้นลิฟท์ หรือ บันไดเลื่อนไปชั้นบน เพื่อเช็คอินอีกครั้งไปเมืองโจฮันเนสเบิร์ก กับสายการบินเซาท์แอฟริกันแอร์เวยส์ (SA)
19.20 น. เหิรฟ้าสู่ ประเทศ ฮ่องกง โดยสายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค เที่ยวบินที่ CX
เดินทางถึงสนามบินเช็กแล็บก็อก ประเทศ ฮ่องกง เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่อง(ในการต่อเครื่อง ที่สนามบินฮ่องกงทั้งสายการบิน TG,CX,SA อยู่อาคารเดียวกันที่ Terminal 1)
23.55 น. ออกเดินทางสู่ โจฮันเนสเบิร์กด้วยเที่ยวบินที่ SA 287 (บริการอาหารค่ำ และ อาหารเช้าบนเครื่อง)
วันที่ 2 โจฮันเนสเบิร์ก – ลีฟวิ่งสโตน -
07.00 น. เดินทางถึงสนามบินโจฮันเนสเบิร์ก หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรเรียบร้อยแล้ว
จากนั้นนำท่านต่อเครื่องไปยังประเทศแซมเบีย
10.40 น. ออกเดินทางสู่เมืองลีฟวิ่งสโตน ประเทศแซมเบีย ด้วยเที่ยวบินที่ SA (มี Snack ให้บริการ)
12.30 น. เดินทางถึงสนามบินลีฟวิ่งสโตน ประเทศแซมเบีย
จากนั้นนำท่านผ่านขั้นตอนการทำวีซ่าที่หน้าด่านตรวจคนเข้าเมือง [กรุณาเตรียมเอกสารให้ครบ สำเนาเอกสารหน้าพาสปอร์ต , จดหมายรับรองการทำงาน, รูปถ่าย 2 ใบ(เผื่อไว้) และควรเตรียมเอกสารเพิ่มเติมเหล่านี้ไปเผื่อด้วย สำเนาบัตรประชาชน , สำเนาทะเบียนบ้าน และ สำเนาทะเบียนสมรส(ถ้ามี)
เที่ยง นำท่านเดินทางเข้าสู่ย่านใจกลางเมืองลีฟวิ่ง สโตน นำคณะรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก Zambezi Sun (ระดับ 3.5 ดาว) หรือเทียบเท่า ให้ท่านผ่อนคลายอริยาบถจาการเดินทาง
นำท่านเดินทางไปยังท่าเรือ เพื่อลงเรือ African Queen River Cruise ล่องแม่น้ำแซมเบซี ชมวิถีชีวิตของสัตว์ป่าท่ามกลางอาทิตย์อัสดง แม่น้ำแซมเบซี แม่น้ำสายสำคัญ ต้นกำเนิดของน้ำตกวิคตอเรีย แม่น้ำแซมเบซีมีความยาวถึง 2,700 กิโลเมตร ซึ่งมีความยาวเป็นอันดับ 4 ของทวีปแอฟริกา ไหลผ่านประเทศต่าง ๆ รวม 6 ประเทศ คือ แซมเบีย แองโกล่า บอสวาน่า ซิมบับเว นามีเบีย และสิ้นสุดที่โมซัมบิค และไหลลงสู่มหาสมุทรอินเดีย จึงได้รับอีกสมญานามว่า เป็น “The river of life” หรือ แม่น้ำแห่งชีวิต เพราะนอกจาก แม่น้ำแซมเบซี่จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สร้างชื่อเสียงและรายได้แล้ว ยังเป็นแม่น้ำที่มีความอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งอาหารของเหล่าสรรพสัตว์น้อยใหญ่ทั้งสัตว์บกที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งและบรรดาสัตว์น้ำต่างๆ รวมถึงผู้คนที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้ยังใช้เป็นเส้นทางการคมนาคมทางน้ำ ที่สำคัญเป็นแหล่งผลิตพลังงานทางธรรมชาติอีกด้วย นำท่านล่องเรือไปตามลำน้ำ ชมดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ในบรรยากาศอันแสนโรแมนติก สายลมอันสดชื่นที่กรุ่นกลิ่นทุ่ง หญ้าอ่อนๆ และดอกไม้ป่าจะช่วยให้ท่านผ่อนคลาย พร้อมชม ทิวทัศน์สองข้าง ทางซึ่งเต็มไปด้วยป่าไม้เขียวชะอุ่ม ตื่นตาตื่นใจ กับบรรดาชีวิตสัตว์ป่าที่หาชมได้ยาก อาทิ ฮิปโปโปเตมัส และนก นานาชนิด ทั้งหมดนี้จะทำให้ท่านรู้สึกว่า 2 ชั่วโมงที่ล่องเรือผ่าน ไปไวเหมือนสายลมพัดจนไม่
ทันรู้สึกตัว ระหว่างล่องเรือชมพระอาทิตย์ตกดิน จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร **** บริการท่านด้วยเครื่องดื่ม SOFT DRINK แบบไม่อั้น พร้อมขนมขบเขี้ยว ตลอดการล่องเรือ ***
จากนั้นนำท่านกลับสู่ที่พัก Zambezi Sun
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
วันที่ 3 ลีฟวิ่งสโตน – อุทยานแห่งชาติโชเบ (ประเทศบอตสวานา)
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
นำคณะออกเดินทางจากที่พักไปยังท่าเรือเพื่อข้ามแดนไปบอตสวานา จากฝั่งประเทศแซมเบีย ทุกท่านเตรียมเอกสาร และพาสปอร์ตเพื่อให้คนขับรถหรือไกด์นำไปทำการแสตมป์ออกประเทศแซมเบีย
จากนั้นนำคณะเดินทางข้ามพรมแดนสู่ ประเทศบอตสวานา โดยขึ้นเรือ ใช้เวลาข้ามแม่น้ำเพียง 5 นาทีก็ถึงฝั่งบอตสวานา จากนั้นจะมีคนขับรถหรือไกด์ท้องถิ่นคนใหม่มารอรับเรา นำพาสปอร์ตและวีซ่าที่เตรียมไว้ให้ไกด์ไปทำเรื่องด่านตรวจคนเข้าเมืองของบอตสวานา(** ค่าธรรมเนียมวีซ่าเข้าประเทศบอตสวานา ประมาณ 65 USD ไม่รวมอยู่ในราคาค่าทัวร์นะคะ**)
หมายเหตุ เนื่องจากทางต.ม. จะรับเป็นเงินสกุลบอตสวานาเท่านั้น ควรให้ไกด์ช่วยแลกเงินให้เรียบร้อยก่อนข้ามแดน
จากนั้นนำท่านเดินทางไปยัง อุทยานแห่งชาติโชเบ อุทยานแห่งชาติโชเบมีพื้นที่ 11,700 ตารางกิโลเมตร แม่น้ำโชเบยังเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติโชเบอีกด้วย โดยนำคณะลงเรือที่ Chobe Safari Lodge ล่องเรือตามลำน้ำโชเบ ให้ท่านชมสัตว์ที่อยู่ตามธรรมชาติ เลียบสองฝั่งแม่น้ำโชเบ ซึ่งเป็นพรมแดนธรรมชาติระหว่างบอตสวาน่ากับนามิเบีย ชมวิถีชีวิตสัตว์ตามธรรมชาติที่อยู่สองฟากฝั่งแม่น้ำ อาทิเช่น จระเข้นอนอาบแดดตามชายฝั่ง ฝูงกวางที่ลงมากินน้ำและหาอาหารริมป่า ฝูงควายป่าที่ซ่อนตัวอยู่ในป่าริมน้ำและนอนใต้ต้นไม้ ฝูงฮิปโปเล่นน้ำที่โผลหัวขึ้นมาให้เราได้ถ่ายรูป โขลงช้างที่หากินตามเกาะแก่งที่เต็มไปด้วยหญ้าเขียวขจี ชมความน่ารักของลูกช้างตัวน้อยเดินตามแม่และพี่น้องที่หากินริมน้ำ รวมทั้งยังมีนกกินปลาต่างๆให้ท่านได้ชมอีกด้วย ท่านอาจได้พบนกเงือก ซึ่งเป็นนกที่มี่เฉพาะในป่าที่อุดมสมบูรณ์เท่านั้น *บนเรือมีบริการเครื่องดื่ม (ชาและกาแฟ)* ได้เวลาสมควร นำท่านขึ้นจากเรือ
รับประทานอาหารกลางวัน ณ แบบบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารที่ Chobe Safari Lodge
ในยามบ่ายวันนี้เราเปลี่ยนมานั่งรถ 4WD ตะลุยป่าชมสัตว์อย่างใกล้ชิดโดยมีไกด์ท้องถิ่นเป็นคนขับรถให้พร้อมบรรยายให้ข้อมูลสัตว์ป่า นำท่านเข้าสู่อุทยานแห่งชาติโชเบ จุดเด่นของโชเบคือมี ฝูงควายป่า ฮิปโปโปเตมัส และช้างเยอะมาก ว่ากันว่าที่โชเบมีจำนวนช้างเยอะที่สุดในโลก ทวีปแอฟริกามีช้างทั้งหมดราวๆ 400,000 ตัว เฉพาะที่โชเบแห่งเดียวก็มีมากถึง 140,000 ตัวแล้ว ทุกๆ 5 -10 กิโลเมตร เราจะสามารถเจอช้างเป็นฝูง ทั้งฝูงเล็กและฝูงใหญ่ได้ตลอดการทำเกมไดรฟ์ ช้างในบอตสวานาชอบอาศัยอยู่ตามริมน้ำในเขตชุ่มฉ่ำช่วงฤดูฝน ซึ่งน้ำเยอะ แต่พอหน้าแล้งน้ำแห้ง ก็จะอยู่ตามทะเลทราย ช้างป่าแอฟริกาส่วนมากอยู่กันเป็นโขลง มีตัวผู้เป็นจ่าฝูง มีตัวเมียและลูกมากมายบางครั้งก็หากินข้างทางหรือขวางถนนที่เราขับรถผ่าน ข้างทางก็ยังเต็มไปด้วยกวาง ฝูงอิมพาร่า ฝูงหมู่ป่า ลิงบาบูน บนฟ้าก็มีนกอินทรี และนกเหยี่ยวที่มาหาซากสัตว์กินเป็นอาหาร ท่านยังจะได้ชมต้นไม้มหัศจรรย์ หรือ ต้นบาโอบับ (หรือเบาบับ) พันธุ์อัฟริกาที่มีในอุทยานนี้ด้วย ความมหัศจรรย์ของต้นเบาบับคือสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในพื้นที่กันดารแห้งแล้ง เนื่องจากมีบริเวณกลางลำต้นขนาดใหญ่ที่ใช้เก็บกักน้ำไว้กับตัวได้อย่างมหาศาล เป็นต้นไม้ที่มีอายุยืนที่สุดในโลก มีอายุโดยทั่วไปถึง 1,000 - 3,000 ปี ในขณะที่มันมีอายุได้ถึง 6,000 ปี สิ่งที่โดดเด่นที่สุดของต้นเบาบับ คือ ทุกส่วนของต้นสามารถนำเอามาใช้ประโยชน์เป็นยาป้องกันและรักษาโรคในมนุษย์ได้ จึงได้ชื่อว่าเป็นต้นไม้แห่งชีวิต (Tree of Life) บาโอบับเป็นต้นไม้พันปีที่มีขนาดใหญ่มาก มีความสูงเฉลี่ย 25 เมตร และมีเส้นผ่าศูนย์กลางลำต้น 6-10 เมตร
นำท่านเดินทางกลับสู่ท่าเรือผ่านด่าน ต.ม. ของประเทศบอตสวานา ก่อนถึงแม่น้ำซิมเบซีและนั่งเรือข้ามเรือกลับสู่ฝั่งประเทศแซมเบีย และ
เดินทางกลับสู่ที่พัก Zambezi Sun
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรม
วันที่ 4 ลีฟวิ่งสโตน – น้ำตกวิคตอเรีย(ฝั่งแซมเบีย) - โจฮันเนสเบิร์ก - Sun City
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
นำท่านเข้าสู่อุทยานแห่งชาติ Mosi-oa-Tunya National Park “โมซิ- โออา- ตุนยา (Mosi-oa-Tunya)” แปลว่า ม่านควันที่ส่งเสียงก้องกังวาล ซึ่งเป็นชื่อเดิมภาษาท้องถิ่นของน้ำตกวิคตอเรี ย ตามลักษณะของน้ำตกที่มีเสียงดังสนั่นและมีไอน้ำจนสามารถมองเห็นได้จากระยะรัศมี 20 กิโลเมตร ชม น้ำตกวิคตอเรีย (Victoria Fall ) 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของโลก (Seven Natural Wonders of the World) ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนระดับของ แม่น้ำแซมบีซี (Zambezi River) ทั้งสาย ปัจจุบันเป็นพรมแดนธรรมชาติระหว่างซิมบับเว่ และแซมเบีย น้ำตกค้นพบโดยด็อกเตอร์ลีฟวิ่งสโตน เมื่อปี ค.ศ.1855 เป็นน้ำตกที่สูงที่สุดในโลก มีความสูง ณ จุดสูงสุดถึง 108 เมตร ตัวน้ำตกมีความกว้างถึง 1.7 กิโลเมตรในฤดูน้ำหลากซึ่งตรงกับช่วงเดือนมีนาคม – เมษายน จะมีปริมาณน้ำตกจากหน้าผาถึงนาทีละกว่า 100 ล้านแกลลอน ปัจจุบันได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก้ ให้เป็นหนึ่งในมรดกโลก ท่านจะประทับใจแทบไม่เชื่อสายตาว่าจะได้เห็นน้ำตกที่สวยงามยาวสุดลูกตาสู่เบื้องล่างพร้อมเสียงกึกก้องตลอดเวลา หากวันไหนท้องฟ้าโปร่งมีแสงแดด จะเห็นสายรุ้งขนาดยักษ์ที่สวยงามทอดยาวข้ามน้ำตก ซึ่งเกิดจากแสงแดดส่องผ่านม่านละอองน้ำขนาดใหญ่ (การเดินชมน้ำตกจะต้องเปียกจากละอองน้ำ และฝนที่อาจตกได้ตลอดทั้งปีเพราะฉะนั้น ควรเตรียมเสื้อกันฝนที่มีฮู้ด ร่มติดตัวไปด้วย และอย่าลืมถุงหรือกระเป๋ากันน้ำสำหรับกล้องต่างๆไปด้วย) *หมายเหตุ การชมน้ำตกวิคตอเรียฝั่งแซมเบีย ในช่วงเดือน ก.ย. – ธ.ค. น้ำจะมีน้อยกว่าเดือนอื่น
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตรคารท้องถิ่น
นำท่านเดินทางสู่สนามบิน (ใช้เวลาเดินทางสู่สนามบินประมาณ 25 นาที)
ออกเดินทางสู่ โจฮันเนสเบิร์ก โดยสายการบินเซาท์แอฟริกันแอร์เวยส์ (SA) เที่ยวบินที่ SAน.
เดินทางถึงสนามบินโจฮันเนสเบิร์ก หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรเรียบร้อยแล้ว
จากนั้นเดินทางต่อไปยังเมือง Sun City อาณาจักรแห่งความบันเทิง หรือ The Lost City ซึ่งเดิมเคยเป็น เมืองลับแลแห่งหุบเขาแสงตะวัน ที่สวยงามและมีอารยธรรมเก่าแก่เมืองหนึ่ง และได้ถูกภัยพิบัติแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ทำให้เมืองทั้งล่มสลายหายไป แต่อภิมหาเศรษฐีที่ชื่อว่า ซอล เคิร์ซเนอร์ (Sol Kerzner) ได้เนรมิตเมืองขึ้นมาใหม่ด้วยเงินทุนจำนวนมหาศาลถึง 28,000 ล้านบาท และใช้เวลาก่อสร้างนาน 18 ปี ในนามของเมือง Sun City
เดินทางถึง Sun City นำคณะเข้าเช็คอินที่ โรงแรม Palace of the Lost City (ระดับ 5 ดาว) ให้ท่านเพลิดเพลินกับสิ่งอำนวยความสะดวก มีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ และทะเลน้ำจืดเทียมที่เรียกว่า Valley of the Waves มีลักษณะเหมือนทะเลจริง ๆ แวดล้อมด้วยขุนเขาและต้นไม้ที่จัดตกแต่งอย่างเป็นระเบียบสวยงาม ใกล้ ๆ กันคือ สะพานแห่งกาลเวลา สองข้างสะพานมีช้างแกะสลักเรียงราย สะพานนี้เชื่อมต่อกับกองหินมหึมาที่เชื่อว่าเป็น The Lost City ที่สูญหายไป และเพื่อเป็นการตอกย้ำระลึกถึงความทรงจำ เขาเลยสร้างสะพานแห่งนี้ขึ้น ทุกๆหนึ่งชั่วโมงสะพานจะถูกเขย่าเสมือนแผ่นดินไหว นอกจากนี้ยังมีสนามกอล์ฟระดับมาตรฐานโลกคือ Gary Player Golf Course และ Sun City Golf Course ที่ใช้เป็นสถานที่แข่งขันกอล์ฟนัดสำคัญ ๆ มาหลายครั้ง ออกแบบโดยนักกอล์ฟชื่อดังของโลก Gary Player บริเวณ Sun City ยังมีโรงภาพยนตร์ ร้านค้า ดิสโก้เธค คาสิโนที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
พักที่ โรงแรม Palace of the Lost City (ระดับ 5 ดาว) หรือเทียบเท่า
วันที่ 5 Sun City - โจฮันเนสเบิร์ก
เช้า นำคณะทำ Game Drive ขึ้นนั่งรถเปิดหลังคา ส่องสัตว์ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ที่ วนอุทยานปิลันเนสเบิร์ก (The Pilannesberg National Park) ป่าพิลันเนสเบิร์กแห่งนี้มีพื้นที่ประมาณ 500 ตารางกิโลเมตรพื้นที่เกิดจากภูเขาไฟระเบิดเมื่อหลายร้อยปีก่อน ทำให้ผืนดินมีแร่ธาตุอุดมสมบรูณ์มีความเขียวชอุ่มเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์นานับชนิด และแน่นอนหมายรวมถึงผู้ยิ่งใหญ่ทั้ง 5 เพื่อให้ท่านได้ค้นหา และตื่นตาไปกับเกมการล่าของสัตว์ต่างๆยามเช้า
จนได้เวลาอันสมควร นำคณะเดินทางกลับสู่ที่พัก รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
จากนั้นนำคณะเช็คเอาท์ และนำท่านเดินทางสู่สนามบินเมืองโจฮันเนสเบิร์ก
รับประทานอาหารกลางวัน (อาหารพื้นเมือง) ที่ภัตตาคาร Carnivore ภัตตาคารเลื่องชื่อเป็นที่รู้จักของนักชิมจากนานาชาติ เสิร์ฟด้วยเมนูบาบีคิวเนื้อสัตว์หลากหลายชนิด เช่น ยีราฟ ม้าลาย คูดู อิมพาล่า จระเข้ ฯลฯจากนั้นนำท่านเดินทางสู่สวนสิงโต (The Lion Park) ซึ่งเป็นสวนสัตว์เปิดขนาดใหญ่ที่สุดของเมืองโจฮันเนสเบิร์ก ภายในมีโซนของลูกสัตว์ป่า (Cubs World) มีเวลาให้ท่านได้สัมผัสวิถีชีวิตของลูกสัตว์ป่า และถ่ายภาพอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นสิงโต เสือดาว ยีราฟ ไฮยีน่า ฯ นอกจากนั้นสวนสิงโตแห่งเมืองโจฮันนสเบิร์ก ยังเป็นสถานที่ที่ใช้ถ่ายสารคดีและภาพยนตร์มากมาย
จากนั้นนำท่านเดินทางต่อไปยังเมืองโจฮันเนสเบิร์ก
ค่ำ รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตรคารอาหารจีน
นำท่านเข้าสู่ที่พัก ที่ โรงแรม The Maslow (ระดับ 4 ดาว) หรือเทียบเท่า
วันที่ 6 โจฮันเนสเบิร์ก - เคปทาวน์
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
เช็คเอาท์ จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่สนามบินโจฮันเนสเบิร์ก
00.00 น. ออกเดินทางสู่เมืองเคปทาวน์ โดยเที่ยวบินภายในประเทศ
เดินทางถึง เมืองเคปทาวน์ (Cape Town) เมืองใหญ่อันดับสามและยังเป็นเมืองหลวงศูนย์กลางของฝ่ายนิติบัญญัติของประเทศแอฟริกาใต้ เมืองเคปทาวน์มีอดีตเก่าแก่ที่สุด โดยที่เมืองมีอายุกว่า 300 ปี แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นเมืองที่ทันสมัยที่สุดด้วยเช่นกัน ในเมืองเต็มไปด้วยผู้คนทุกสีผิว ร้านค้าทันสมัยมากมาย เคปทาวน์ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่สวยที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง ว่าเป็นดินแดนแห่งการท่องเที่ยวติดอันดับหนึ่งในห้าของโลก เมืองตั้งอยู่ปลายสุดของอัฟริกาใต้ ถูกโอบล้อมด้วยมหาสมุทรอินเดีย และมหาสมุทรแอตแลนติก ด้านหน้าหันหน้าเข้าหามหาสมุทรใหญ่ทั้งสอง ส่วนด้านหลังมีเทือกเขาสูงเป็นกำแพง ทำให้มีภูมิอากาศแบบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ลมแรงตลอดทั้งปี พัดเอามลพิษทางอากาศไปจากเมือง อากาศที่เคปทาน์จึงบริสุทธิ์ และในปี 2010 สนามกีฬาเคปทาวน์ได้รับเกียรติให้เป็นหนึ่งในสนามเจ้าภาพ จัดการแข่งขันฟุตบอลโลกอีกด้วย
นำท่านเดินทางสู่จุดชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามที่สุดของเมืองเคปทาวน์ Table Mountain หรือ Tafelberg ภูเขาลูกใหญ่กลางเมืองที่สามารถมองเห็นได้จากทุกสารทิศ และยังมีรูปทรงแปลกตาคือ ส่วนที่เป็นยอดเขาแทนที่มีลักษณะแหลมกลับราบเรียบเสมือนโต๊ะ จึงทำให้ภูเขาลูกนี้ได้รับการตั้งชื่อว่า ภูเขาโต๊ะ หรือ Table Mountain ความพิเศษนี้เองทำให้Table Mountain ได้รับเลือกให้เป็น 1 ในมรดกโลกทางธรรมชาติจากยูเนสโก้ด้วย มองไกลๆท่านจะเห็นเป็นแท่งหินทรายตัดตรงสูง 1,086 เมตรตั้งตระหง่าน โอบล้อมด้วยตัวเมือง
นำท่านขึ้นชมทิวทัศน์บนยอดเขาด้วยกระเช้าทันสมัยหมุนรอบตัวเอง 360 องศา ใช้เวลาเพียง 6 นาที (การขึ้นกระเช้าขึ้นอยู่กับสภาพภูมิอากาศ) ค้นหา แดสซี่ (Dassie) กระต่ายหิน หน้าตาคล้ายหนูตะเภา มีสีนํ้าตาล ขนฟูๆ หูสั้นๆปากยื่นๆยาวประมาณ 1 ฟุต และยังมีป่าไม้พุ่มซึ่งเป็นแหล่ง รวมของพืชพันธุ์ 1,500 สายพันธุ์ นกเฉพาะถิ่นอย่าง คีรีบูนโพรเทีย Table Mountain ถูกขนาบสองด้านด้วยยอดเขา Lion Head และ Devil Peak ที่สวยงาม ให้ท่านได้มีเวลาดื่มด่ำบรรยากาศ กับทัศนียภาพอันงดงาม ซึ่งมองออกไปสู่มหาสมุทรแอตแลนติค จนสุดสายตา จะเห็นท้องฟ้าสีสวยตัดกับน้ำทะเลสีสดให้ท่านได้เก็บภาพประทับใจเป็นที่ระลึก
เย็น รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (อาหารจีน)
จากนั้นนำท่านเข้าพักที่ The Table Bay (ระดับ 5 ดาว) หรือเทียบเท่า
วันที่ 7 เคปทาวน์ - เกาะดุยเกอร์ – ชายหาดโบลเดอร์ – เคปพอยต์ - แหลมกู๊ดโฮป
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เชิญท่านถ่ายภาพกับจุดชมวิวแคมป์เบย์ (Camp Bay) ที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งโดยมีฉากหลังเป็นยอดเขาทั้ง 12 ยอด (Twelve Apostles) ของ Table Mountain
จากนั้นนำท่านลงเรือที่ท่าฮูทเบย์ (Hout Bay) เพื่อไปชมแมวน้ำที่ เกาะดุยเกอร์ (Duiker Island) โดยเรือท้องกระจกขนาดใหญ่ ชมแมวนํ้าสีนํ้าตาลตัวอ้วนนอนเบียดเสียดอาบแดดกันเต็มเกาะ ตัวผู้ทีใหญ่กว่ากำลังวางกล้ามหวงถิ่น ส่วนตัวเมียกำลังสาละวนหาอาหารตามแนวสาหร่ายเคลป์ ให้เวลาท่านเพลิดเพลินกับการถ่ายภาพจนได้เวลาพอสมควร กลับสู่ท่าเรือ
จากนั้นนำท่านขึ้นรถโค้ช ชมวิวบน Chapman’s Peak (ถนนแชปแมนพีค) ถนนเลียบมหาสมุทรที่สวยที่สุดเส้นหนึ่งเป็นชื่อของภูเขาทางด้านตะวันตกของ Cape Peninsula ซึ่งห่างลงมาทางใต้ของเมือง Cape Town ประมาณ 15กิโลเมตร ถนนแชปแมนพีค เป็นเส้นทางที่เชื่อมระหว่างอ่าวนอร์ดฮุคก์และอ่าวฮาท์วซึ่งอยู่บริเวณชายฝั่งของคาบสมุทรแอตแลนติก ด้วยระยะทางกว่า 9 กิโลเมตรและทางโค้งอีกกว่า 144 โค้ง เลียบชายฝั่งหินของแชปแมนพีค ท่านสามารถมองเห็นวิวได้แบบเต็มตา ถึง 180 องศาบน Chapman’s Peak (การขึ้น Chapman’s Peak ขึ้นอยู่กับสภาพภูมิอากาศ)
เที่ยง บริการอาหารกลางวันแบบตะวันตก ณ ภัตตาคาร (พิเศษเมนู Lobster)
นำท่านเดินทางสู่บริเวณ ชายหาดโบลเดอร์ (Boulders Beach) ซึ่งเป็นหนึ่งในสามแหล่งของโลกที่เป็นที่อาศัยของนกเพนกวิน Jackass หรือ แอฟริกันเพนกวิน นกเพนกวินแอฟริกัน มีขอบตาสีชมพูทั้งตัวผู้และตัวเมีย ดูน่ารักเวลาเดินขึ้นจากทะเลราวกับสวมชุดทักซิโดสีขาวดำขาสั้นๆ มีเสียงร้องเหมือนลา เป็นที่มาของชื่อ แจ็คแอส ตัวผู้มักจะตัวใหญ่กว่าตัวเมีย และอยู่กันเป็นคู่ได้เวลาพอสมควร
นำท่านเดินทางสู่เคปพอยต์ (Cape Point) นำท่านขึ้นชมประภาคารที่มีกำลังไฟสูงที่สุดในแอฟริกาใต้ โดยรถรางลาก เป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นอ่าว False ที่ บาร์โทโลมิวดิแอซ ผู้บุกเบิกชาวโปตุเกส ผู้ซึ่งได้ล่องเรือมาจนสุดทวีปเมื่อปี 1488 ต่อมาวาสโก ดา กามาก็นำเรือสินค้าผ่านเข้าสู่ทะเลอินเดียเป็นการเชื่อมโลกเข้าด้วยกัน ในบริเวณนี้มีคลื่นลมแรงใต้นํ้าเต็มไปด้วยกองหินโสโครกจึงถือว่าเป็นเรื่องยากสำหรับนักเดินเรือในอดีตและเป็นที่มาของเรือของฟลายอิ้งดัตช์แมน (Flying Dutchman) ที่มักจะปรากฏตัวให้เรือที่ผ่านมาได้เห็นเป็นเรื่องที่น่าขนลุก
เดินทางสู่ แหลมกู๊ดโฮป (Cape of Good Hope)ในช่วงเดือนตุลาคมของทุกปี วาฬมักจะเข้ามาในบริเวณนี้เพื่อหาอาหารและเจริญพันธุ์ ถ้าโชคดีเราอาจมีโอกาสได้เห็นภาพอันน่าประทับใจ
ค่ำ รับประทานอาหารคํ่า ณ ภัตตาคาร (อาหารไทย)
จากนั้นนำท่านเข้าพักที่ The Table Bay (ระดับ 5 ดาว) หรือเทียบเท่า
วันที่ 8 เคปทาวน์ - โจฮันเนสเบิร์ก – ฮ่องกง
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหาร
เช็คเอาท์ จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่สนามบินเคปทาวน์
---- น ออกเดินทางสู่ โจฮันเนสเบิร์ก โดยสายการบิน ------ เที่ยวบินที่ ---
-------น. เดินทางถึงสนามบินโจฮันเนสเบิร์ก
นำท่านออกเดินทางสู่ ประเทศ ฮ่องกง เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่อง โดยสายการบิน เที่ยวบินที่
วันที่ 9 ฮ่องกง – กรุงเทพฯ
00.00 เดินทางถึง สนามบินเช็กแล็บก็อก ประเทศฮ่องกง เพื่อเปลี่ยนสายการบินสู่กรุงเทพฯ ทุกท่านรับกระเป๋า และ ออกมาเพื่อเช็คอินอีกครั้ง เพื่อกลับสู่กรุงเทพฯ
00.00 นำท่านออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบิน เที่ยวบินที่
00.00 เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ...


เริ่มเดินทาง กลับจากเดินทาง ผู้ใหญ่ เด็กมีเตียง เด็กไม่มีเตียง พักเดี่ยว หมายเหตุ
** ราคาดังกล่าวอาจมีการปรับเปลี่ยนหากสายการบินมีการเรียกเก็บภาษีน้ำมันและภาษีสนามบินเพิ่มเติม **




โปรแกรมการเดินทางอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม และในแต่ละครั้งจะต้องมีจำนวนผู้โดยสารตามที่บริษัทฯ กำหนดไว้