GTM-33 JMM01A มัณฑะเลย์ มิงกุน อมรปุระ 3D2N OCT-DEC 17 BY FD
ทัวร์พม่า มัณฑะเลย์ มิงกุน อมรปุระ 3 วัน 2 คืน
เดินทาง ตุลาคม-ธันวาคม 60
ราคาเริ่มต้น 9,999 บาท
โดยสายการบิน แอร์เอเชีย


เริ่มต้น 9,999

ส่งให้เพื่อนทางไลน์
ทัวร์พม่า มัณฑะเลย์ มิงกุน อมรปุระ 3 วัน 2 คืน เดินทาง ตุลาคม-ธันวาคม 60 ราคาเริ่มต้น 9,999 บาท โดยสายการบิน แอร์เอเชีย
วันที่ 1 กรุงเทพฯ-มัณฑะเลย์-เมืองมิงกุน-หมู่บ้านมิงกุน-เจดีย์มิงกุน-ล่องแม่น้ำอิระวดี-ระฆังมิงกุน-เจดีย์ชินพิวมิน-มัณฑะเลย์
08.30 น. พร้อมกันที่ สนามบินดอนเมือง อาคาร 1 ขาออก ชั้น 2 ประตู 1 เคาท์เตอร์สายการบินไทยแอร์เอเชีย Thai Air Asia (FD) โดยมีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกแก่ทุกท่าน
10.50 น. ออกเดินทางสู่เมืองมัณฑะเลย์ โดยเที่ยวบิน FD 244 บริการอาหารบนเครื่อง
12.15 น. เดินทางถึง สนามบินมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง จากนั้นนำท่านสู่ เมืองมิงกุน โดยการล่องเรือไปตามแม่น้ำอิระวดีสู่มิงกุน จากท่าเรือใกล้เจดีย์ชเวไจยัต เขตเมืองอมรปุระ ทวนน้ำไป หมู่บ้านมิงกุน ซึ้งเป็นส่วนหนึ่งของอมรปุระ แต่อยู่บนเกาะกลางลำน้ำอิรวดีและไปได้ด้วยเส้นทางเรือเท่านั้นทว่ามีอนุสรณ์สถานที่แสดงความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าปดุง ระหว่างทางจะได้เห็นหมู่บ้านอิรวดีที่มีลักษณะเป็น “กึ่งบ้านกึ่งแพ” เนื่องจากระดับน้ำอิรวดีในแต่ละฤดูกาลจะมีความแตกต่างกันมาก โดยเฉพาะฤดูน้ำหลาก ระดับน้ำจะขึ้นสูงกว่าฤดูแล้วกว่า 10 เมตร ชาวพม่าจึงนิยมสร้างบ้านกึ่งแพ คือถ้าน้ำขึ้นสูงก็ร่วมแรงกันยกบ้านขึ้นที่ดอนครั้นน้ำลงมากก็ยกบ้านมาตั้งใกล้น้ำเพื่อความสะดวกสบายในการใช้แม่น้ำในชีวิตประจำวัน
นำท่านชม เจดีย์มิงกุน ร่องรอยแห่งความทะเยอทะยานของพระเจ้าปดุง ด้วยภายหลังทรงเคลื่อนทัพไปตียะไข่ แล้วสามารถชะลอพระมหามัยมุนีมาประดิษฐานที่มัณฑะเลย์เป็นผลสำเร็จ จึงทรงฮึกเหิมที่จะกระทำการใหญ่ขึ้นและยากขึ้น ด้วยการทำสงครามแผ่ขยายไปรอบด้าน พร้อมกับเกณฑ์แรงงานข้าทาสจำนวนมากก่อสร้างเจดีย์มิงกุนหรือเจดีย์จักรพรรดิเพื่อประดิษฐานพระทันตธาตุที่ได้จากพระเจ้ากรุงจีนโดยทรงมุ่งหวังให้ยิ่งใหญ่เทียบเท่ามหาเจดีย์ในสมัยพุกาม และใหญ่โตโอฬารยิ่งกว่าพระปฐมเจดีย์ในสยาม ซึ่งในเวลานั้นถือเป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในสุวรรณภูมิ ส่งผลให้ข้าทาสชาวยะไข่หรืออาระกันจำนวน 50,000 คนหลบหนีการขดขี่แรงงานไปอยู่ในเขตเบงกอล เป็นดินแดนในอาณัติของอังกฤษแล้วทำการซ่องสุมกำลังเป็นกองโจรลอบโจมตีกองทัพพม่าอยู่เนืองๆโดยพม่ากล่าวหาว่าอังกฤษหนุนหลังกลายเป็นฉนวนให้เกิดสงครามอังกฤษ-พม่าอันเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พม่าเสียเมืองในที่สุดอย่างไรก็ตามงานก่อสร้างเจดีย์มิงกุนดำเนินไปได้เพียง7 ปี พระเจ้าปดุงเสด็จสวรรคต ภายหลังทรงพ่ายแพ้ไทยในสงครามเก้าทัพ มหาเจดีย์อันยิ่งใหญ่ในพระราชหฤทัยของพระองค์จึงปรากฏเพียงแค่ฐานทว่าใหญ่โตมหึมาดั่งภูเขาอิฐที่มีความมั่นคงถึง 50 เมตร ซึ่งหากสร้างเสร็จตามแผนจะเป็นเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดและสูงที่สุดในโลก เพราะสูงถึง 152 เมตร ส่วนรอยแตกร้าวตรงกลางฐานเกิดจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในปี
ระฆังมิงกุน ไม่ไกลจากฐานเจดีย์มิงกุนคือระฆังมิงกุนพระเจ้าปดุงโปรดฯให้สร้างโดยสำเร็จ เพื่ออุทิศทวายแด่มหาเจดีย์มิงกุน จึงต้องมีขนาดใหญ่คู่ควรกัน คือเป็นระฆังยักษ์ที่มีเส้นรอบวงถึง 10เมตร สูง 3.70 เมตร น้ำหนัก87ตัน เล่าขานกันว่า พระเจ้าปดุงทรงไม่ต้องการให้มีใครสร้างระฆังเลียนแบบจึงรับสั่งให้ประหารชีวิตนายช่างทันทีที่สร้างเสร็จ ปัจจุบันถือเป็นระฆังยักษ์ที่มีขนาดเล็กกว่าระฆังแห่งหนึ่งแห่งพระราชวังเครมลินในกรุงมอสโกเพียงใบเดียวทว่าระฆังเครมลินแตกร้าวไปแล้วชาวพม่าจึงภาคภูมิใจว่าระฆังมิงกุนเป็นระฆังยักษ์ที่ยังคงส่งเสียงก้องกังวานทั้งนี้เคยมีการทดสอบความกว้างใหญ่ของระฆังใบนี้ โดยให้เด็กตัวเล็กๆไปยืนรวมกันอยู่ใต้ระฆังได้ถึง100 คน
เจดีย์ชินพิวมิน (เมียะเต็งดาน) ประดิษฐานอยู่เหนือระฆังมิงกุนไม่ไกล ได้ชื่อว่าเป็นเจดีย์ที่สวยสง่ามากแห่งหนึ่งสร้างขึ้นในปี พ.ศ.2359โดยพระเจ้าบากะยีดอว์ พระราชนัดดาในพระเจ้าปดุง เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความรักที่พระองค์มีต่อพระมหาเทวีชินพิวมิน ซึ่งถึงแก่พิราลัยก่อนเวลาอันควร จึงได้รับสมญานามว่า “ทัชมาฮาลแห่งลุ่มอิรวดี” เจดีย์องค์นี้เป็นพุทธศิลป์ที่สร้างขึ้นด้วยภูมิจักรวาลคือมีองค์เจดีย์สถิตอยู่ตรงกลางณยอดเขาพระสุเมรุอันเชื่อกันว่าเป็นศูนย์กลางและโลกและจักรวาล ล้อมรอบด้วยขุนเขาและมหาสมุทรตามหลักไตรภูมิ หลังจากนั้นเดินทางกลับมายังมัณฑะเลย์
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร เมนูพิเศษ กุ้งเผา
นำท่านเข้าสู่พักที่ SHWE HTEE / VICOTRIA PALACE HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 3 ดาว
วันที่ 2 มัณฑะเลย์-พระราชวังมัณฑะเลย์-ไม้สักชเวนานจอง-วัดกุโสดอ-วัดกุสินารา-Mandalay Hill
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านชม พระราชวังมัณฑะเลย์ (Mandalay Palace) พระราชวังที่ส่วนใหญ่ก่อสร้างด้วยไม้สักที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชีย ในสมัยสงครามมหาเอเชียบูรพาหรือสงครามโลกครั้งที่ 2 วันที่ 20 มีนาคม 2488 เครื่องบินฝ่ายสัมพันธมิตรโดยกองทัพอังกฤษได้ทิ้งระเบิดจำนวนมากมายถล่มพระราชวังมัณฑะเลย์ของพม่าด้วยเหตุผลว่า พระราชวังนี้เป็นแหล่งซ่องสุมกำลังของกองทัพญี่ปุ่นพระราชวังมัณฑะเลย์ซึ่งเป็นระราชวังไม้สักก็ถูกไฟไหม้เผาราบเป็นหน้ากลองหลงเหลือก็แต่ป้อมปราการและคูนํ้ารอบพระราชวังที่ยังเป็นของดั่งเดิมอยู่ปัจจุปัน พระราชวังที่เห็นอยู่เป็นพระราชวังที่รัฐบาลพม่าได้จำลองรูปแบบของพระราชวังของเก่าขึ้นมา
จากนั้นนำท่านไป พระราชวังไม้สักชเวนานจอง (Golden Palace Monastry) วังที่สร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง งดงามตามแบบศิลปะพม่าแท้ๆ วิจิตรตระการด้วยลวดลายแกะสลักประณีตอ่อนช้อย ทั้งหลังคา บานประตูและหน้าต่าง โดยเน้นรายละเอียดเกี่ยวกับพุทธประวัติและทศชาติของพระพุทธเจ้า สร้างโดยพระเจ้ามินดงในปี พ.ศ. 2400 ซึ่งเป็นปีที่พระองค์ย้ายราชธานีจากอมรปุระมาอยู่ที่เมืองมัณฑะเลย์เพื่อเป็นตำหนักยามแปรพระราชฐาน แต่หลังจากที่พระองค์สิ้นพระชนม์ พระเจ้าธีบอ หรือ สีป่อ พระโอรสก็ทรงยกวังนี้ถวายเป็นวัด ถือได้ว่าเป็นงานฝีมือที่ประณีตของช่างหลวงชาวมัณฑะเลย์อย่างแท้จริง
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านชม วัดกุโสดอ (Kuthodaw Pagoda) ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นสถานที่ทำการสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ 5 มีแผ่นศิลาจารึกพระไตรปิฎกทั้งหมด 84,000 พระธรรมขันธ์ และหนังสือกินเนสบุ๊คได้บันทึกไว้ว่า “หนังสือที่ใหญ่ที่สุดในโลก”
ชม วัดกุสินารา เป็นวัดที่มีอายุหลายร้อยปีประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ ปางปรินิพพาน มีความสวยงามมาก
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เขามัณฑะเลย์ ตั้งอยู่ทาง ตะวันออกเฉียงเหนือของพระราชวัง มีความสูง 240 เมตร เป็นจุดชมวิวที่สวยงามที่สุดของเมืองมัณฑะเลย์ อยู่บนยอดเขาสามารถมองเห็นทัศนียภาพเกือบทั้งเมือง ชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าอันสวยงามบนยอดเขามัณฑะเลย์
ค่ำ บริการอาหารค่ำเมนูพิเศษ กุ้งเผา
นำท่านเข้าสู่พักที่ SHWE HTEE / VICOTRIA PALACE HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 3 ดาว
วันที่ 3 ร่วมพิธีล้างหน้าพระพักตร์พระมหามัยมุณี-อมรปุระ-สะพานไม้อูเบ็ง-วัดมหากันดายงค์-มัณฑะเลย์-โรงงานทอผ้า-โรงงานทองคำเปลว-วัดพญางู-สนามบินมัณฑะเลย์-กรุงเทพฯ
04.00 น. นำท่านนมัสการ พระมหามัยมุนี อันเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุด 1 ใน 5 แห่งของพม่า ถือเป็นต้นแบบพระพุทธรูปทองคำขนาดใหญ่ทรงเครื่องกษัตริย์ที่ได้รับการขนานนามว่า “พระพุทธรูปทองคำเนื้อนิ่ม” ที่พระเจ้ากรุงยะไข่ทรงหล่อขึ้นที่เมืองธรรมวดี เมื่อปี พ.ศ. 689 สูง 12 ฟุต 7 นิ้ว หุ้มด้วยทองคำเปลวหนา 2 นิ้ว ทรงเครื่องประดับทองปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 9 ฟุต ในปี พ.ศ.2327 พระเจ้าปดุงได้สร้างวัดมหามุนี หรือวัดยะไข่ (วัดอาระกัน หรือวัดพยาจี) เพื่อประดิษฐานพระมหามัยมุนี และในปี พ.ศ.2422 สมัยพระเจ้า สีปอ ก่อน จะเสียเมืองพม่าให้อังกฤษได้เกิดไฟไหม้วัดทองคำ จึงทำให้ทองคำเปลวที่ปิดพระละลายเก็บเนื้อทองได้นํ้าหนักถึง 700 บาท ต่อมาในปี พ.ศ.2426 ชาวพม่าได้เรี่ยไรเงินเพื่อบูรณะวัดขึ้นใหม่มีขนาดใหญ่กว่าเดิมโดยสายการออกแบบของช่างชาวอิตาลีจึงนับได้ว่าเป็นวัดที่สร้างใหม่ที่สุดแต่ประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่ที่สุดในเมืองพม่า โดยรอบ ๆ ระเบียงเจดีย์ยังมีโบราณวัตถุที่นำไปจากกรุงศรีอยุธยาเมื่อครั้งกรุงแตกครั้งที่ 1 พร้อมทั้ง เชิญทุกท่านร่วมทำบุญบูรณวัดกุสินารา ซึ่งมีอายุหลายร้อยปี ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ สวยงามมากจากนั้นกลับโรงแรม
07.00 น. บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านชม สะพานไม้อูเบ็ง (U-Ben) สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในโลกโดยข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ชื่อว่าเสาอู เสาของสะพานใช้ไม้สักถึง 1,208 ต้นซึ่งมีอายุกว่า 200 ปีทอดข้าม ทะเลสาบตองตามัน (Toungthamon)
จากนั้นนำท่านร่วมทำบุญถวายปัจจัย ณ วัดมหากันดายงค์ (Maha Gandayon Monastery) ซึ่งเป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดของพม่าที่เมืองอมรปุระ ซึ่งในช่วงเพลจะมีภิกษุสงฆ์นับร้อยรูปเดินเรียงแถวด้วยอาการสำรวมเพื่อรับถวายภัตตาหารเพล
กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านชม วัดพญางู ซึ่งเป็นวัดที่มีความเชื่อว่า มีพญางูมีส่วนช่วยสร้างวัดนี้ขึ้นมา บ้างกล่าวว่ากันว่าเป็นงูที่เลื้อยเข้ามาอยู่ในวัดเอง แต่แปลกมากที่งูพวกนี้ไม่ทำร้ายใครเลย ทุกๆวัน ตอน 11.00 น. ก็จะมีพิธีอาบน้ำให้งู ผู้คนที่มีจิตศรัทธาก็จะแห่ไปดูกันได้เวลาสมควร นำทุกท่านเดินทางกลับสู่สนามบินมัณฑะเลย์
18.10 น. ออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดย สายการบินไทยแอร์เอเชีย เที่ยวบินที่ FD 247 บริการอาหารบนเครื่อง
20.30 น. เดินทางถึงสนามบินดอนเมือง กรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพ
จากนั้นนำท่านชม ผ้าดุลยา ชม โรงทอผ้า ที่ใช้ในราชสำนักมัณฑะเลย์ ที่มีวิธีกในการทอที่แตกต่างไปจากการทอผ้าในประเทศต่างๆ โดยใช้กระสวยมากกว่า 100 กระสวยเป็นเส้นยืนนิยมทอผ้าทั้งผ้าฝ้าย และผ้าไหม ในสมัยราชสำนักมัณฑะเลย์ ผ้าชนิดนี้สงวนไว้สำหนับวังหลวงเท่านั้น ปุถุชนธรรมดา ไม่สามารถนำมานุ่งห่มได้ โดยผลิตเป็นผ้านุ่งของสตรีในวังสมัยนั้น สีที่นิยมได้แก่ สีฟ้า และสีชมพู
นำท่านชม โรงงานทำทองคำเปลว เป็นกรรมวิธีโบราณ ที่ใช้วิธีตีทองคำก้อนเล็กๆ ให้กลายเป็ฯแผ่นบางๆ คนไทยน้อยคนนักที่จะเคยเห็นวิธีการทำแบบดั่งเดิมแม้แต่ในบ้านเราเอง ซึ่งปัจจุบันทองคำเปลวล้วนแต่ผลิตจากโรงงานส่วนใหญ่ซึ่งไม่ใช่ทำมาจากทองคำแท้


เริ่มเดินทาง กลับจากเดินทาง ผู้ใหญ่ เด็กมีเตียง เด็กไม่มีเตียง พักเดี่ยว หมายเหตุ
28ต.ค.60 30ต.ค.60 10,900 10,900 10,900 3,000
04พ.ย.60 06พ.ย.60 9,999 9,999 9,999 3,000
11พ.ย.60 13พ.ย.60 10,900 10,900 10,900 3,000
18พ.ย.60 20พ.ย.60 12,900 12,900 12,900 3,000
25พ.ย.60 27พ.ย.60 12,900 12,900 12,900 3,000
09ธ.ค.60 11ธ.ค.60 14,900 14,900 14,900 3,000
16ธ.ค.60 18ธ.ค.60 12,900 12,900 12,900 3,000
** ราคาดังกล่าวอาจมีการปรับเปลี่ยนหากสายการบินมีการเรียกเก็บภาษีน้ำมันและภาษีสนามบินเพิ่มเติม **




โปรแกรมการเดินทางอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม และในแต่ละครั้งจะต้องมีจำนวนผู้โดยสารตามที่บริษัทฯ กำหนดไว้