GTM-29 Tajmahal-AGR-JAI 4D2N SEP-DEC 2017 SG
ทัวร์อินเดีย Tajmaha Agra Jaipur 4วัน2คืน
เดินทาง ส.ค - ธ.ค  2560
เพียง 21,900 บาท
เดินทางโดยสายการบิน Spice Jet


เริ่มต้น 21,900


ส่งให้เพื่อนทางไลน์
ทัวร์อินเดีย Tajmaha Agra Jaipur 4วัน2คืน เดินทาง ส.ค - ธ.ค 2560 เพียง 21,900 บาท เดินทางโดยสายการบิน Spice Jet
วันแรก กรุงเทพฯ-เดลลี- ชัยปุระ
01.00 น. คณะพร้อมกันที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 3 เคาน์เตอร์ สายการบิน SPICEJET (SG) โดยเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้ความสะดวกแก่ท่าน *****บริการชุดอาหารเช้า ณ สนามบินสุวรรณภูมิ**** กระเป๋าเล็กถือติดตัวขึ้นเครื่องบิน  กรุณางดนำของมีคม ทุกชนิด เช่น มีดพับ กรรไกรตัดเล็บทุกขนาด ตะไบเล็บ เป็นต้น กรุณาใส่ในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ห้ามนำติดตัวขึ้นเครื่องบิน วัตถุที่เป็นลักษณะของเหลว อาทิ ครีม โลชั่น น้ำหอม ยาสีฟัน เจล สเปรย์ และเหล้าเป็นต้น จะถูกทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยจะอนุญาตให้ไม่เกิน 10 ชิ้น ในบรรจุภัณฑ์ละไม่เกิน 100 ml. (แนะนำให้โหลดของที่ไม่จำเป็นลงใต้ท้องเครื่อง เพราะเจ้าหน้าที่อินเดียตรวจค่อนข้างละเอียดเพื่อเป็นการไม่เสียเวลา แนะนำให้ถือเฉพาะกระเป๋าถือขนาดเล็กและของมีค่าขึ้นเครื่องเท่านั้น)
เหิรฟ้าสู่ เมืองเดลลี (New Delhi) ประเทศอินเดีย (India) โดยสายการบิน SPICEJET (SG) เที่ยวบินที่ SG88(ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง)
**หมายเหตุ** สายการบิน SPICEJET ไม่มีบริการอาหาร เวลาที่อินเดียช้ากว่าประเทศไทย 1.30 ชั่วโมง
06.25 น. ถึงท่าอากาศยานนานาชาติอินทิราคานธีร์ เมืองเดลลี(New Delhi) ตามเวลาท้องถิ่นผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและตรวจรับสัมภาระออกเดินทางเข้าสู่ เมืองชัยปุระ (Jaipur) ตั้งอยู่ในรัฐราชสถาน (Rajasthan) ทางด้านตะวันตกของประเทศอินเดีย มีประชากรและความเจริญมั่งคั่งมากที่สุดของรัฐราชสถาน ฉายา "นครสีชมพู"นครสีชมพู (Pink City) เป็นชื่อเรียกเมืองชัยปุระจากนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ด้วยเมืองแห่งนี้มีการทาสีอาคารบ้านเรือน และสถาปัตยกรรมต่าง ๆ ให้เป็นสีชมพู เพราะว่าในปี ค.ศ. 1876 เจ้าชายแห่งเวลส์ (Prince of Waies) ซึ่งต่อมาคือ สมเด็จพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 แห่งสหราชอาณาจักร (King Edward VII) ได้เสด็จเยี่ยมเยือนทั่วอินเดีย มหาราช ซาราม ซิงห์ (Maharaja Ram Singh) ผู้ปกครองนครชัยปุระในขณะนั้น จึงได้มีรับสั่งให้ประชาชนทาสีบ้านเรือน และสถาปัตยกรรมต่าง ๆ เป็นสีชมพู เพื่อสร้างความประทับใจให้กับเจ้าชายแห่งเวลส์ เมืองน่าเที่ยวแห่งอินเดีย ที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมอันสวยงาม มีแหล่งท่องเที่ยวสุดอลังการให้ได้ไปเยี่ยมเยือนมากมาย พร้อมทั้งยังมีกลิ่นอายของวัฒนธรรมให้ได้สัมผัส เป็นเมืองในฝันที่ต้องไปเที่ยวกันให้ได้สักครั้ง ระยะทางประมาณ 250 กม. 4-5 ชั่วโมง
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ โรงแรม ( ชัยปุระ )
ถึงเมืองชัยปุระ จากนั้น นำท่านชมพระราชวังแห่งสายลม “Hawa Mahal” (ถ่ายรูปด้านนอก) โดยถอดแบบมาจากรูปทรงของมงกุฏพระนารายณ์ โดยมีสิ่งก่อสร้างที่โดดเด่นคือ บริเวณด้านหน้าอาคารมีหน้าบันสูงห้าชั้นและมีลักษณะคล้ายรังผึ้ง ซึ่งประกอบด้วยหน้าต่างขนาดเล็กตกแต่งด้วยลวดลายฉลุเป็นช่องลมจำนวน 953 บาน โดยลายฉลุนั้นมีเพื่อนางในวังสามารถมองทะลุออกมาเห็นชีวิตภายนอกบนท้องถนนได้โดยไม่มีใครสังเกตเห็นจากด้านนอก เนื่องจากนางในเหล่านั้นต้องมีความเคร่งครัดในการคลุม “ปูร์ดาห์” (หรือ ผ้าคลุมหน้า)พระราชวังแห่งนี้สร้างโดยหินทรายสีชมพู
อิสระช้อปปิ้งสินค้าเมืองราชสถาน ณ ตลาดฮาวามาฮาลบาซาร์ (Hawa Mahal Bazaar) ให้ท่านช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมือง อาทิ กำไร สร้อยคอ เสื้อผ้า ต่างๆมากมาย แบบชาวราชาสถาน ที่พัก
ที่พัก ณ The Fern Hotel ( JAIPUR) หรือเทียบเท่า
ที่พัก ณ The Fern Hotel ( JAIPUR) หรือเทียบเท่า วันที่สอง (2) เมืองชัยปุระ-ป้อมปราการแอมเบอร์ -ซิตี้พาเลส-ชมหอดูดาวจันตาร์มันตาร์-เมืองอัครา
06.30 น. รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม
07.30 น. นำท่านขึ้นรถจิ๊บและ ชมป้อมปราการแอมเบอร์ (AmberFort) หรือพระราชวังแอมเบอร์ (Amber)”พระราชวังแอมเบอร์ฟอร์ท เดิมเคยเป็นราชธานีของเมืองชัยปุระ สร้างอยู่บนเนินเขาสูงตรงตำแหน่งเดิมที่เคยเป็นตำแหน่งเดิมที่เคยเป็นป้อมปราการเก่าในศตวรรษที่ 11 มาก่อน สร้างขึ้นโดยมหาราชาแมนสิงห์ ใน ปี ค.ศ. 1592 และเสร็จสิ้นลงในสมัยของมหาราชาใจสิงห์ ป้อมแห่งนี้เป็นต้นแบบที่ดีของสถาปัตยกรรมแบบราชปุต (Rajput) นอกจากนี้ในสมัยก่อนด้านล่างของป้อมยังเป็นทะเลสาบ จึงเป็นปราการสำคัญเพื่อป้องกันข้าศึกได้อีกชั้น ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของราชวงศ์กาญจวาหา อยู่หลายร้อยปี ก่อนมหาราชาสะหวายจัย ซิงห์ที่ 2 จะตัดสินใจย้ายลงไปสร้างเมืองใหม่ยังชัยปุระ ภายในพระราช วังแอมเบอร์ฟอร์ท ระกอบด้วยพระตำหนักต่างๆ ที่เปิดให้นักท่อง เที่ยวเข้าชม ซึ่งส่วนใหญ่จะสร้างในสมัยของมหาราชามาน ซิงห์ (Maharaja Man Singh) ใน ปี ค.ศ. 1592และได้มีการขยายต่อเติมโดยมหาราชาองค์ต่อๆมา
นำท่านแวะชมและถ่ายรูป พระราชวังกลางน้ำ จาร์ มาฮาล สถาปัตยกรรมอลังการแห่งอินเดียกับ พระราชวังน้ำ “Water Palace” ซึ่งตั้งเด่นสง่าอยู่กลางน้ำ พระราชวังกลางน้ำซึ่งตั้งเด่นสง่าอยู่กลางทะเลสาบมันสกา (Man Sagar)สร้างขึ้นเมื่อไม่กี่ศตวรรษที่ผ่านมา ตั้งอยู่ใจกลางทะเลสาบแมนซาการ์ ที่ถูกล้อมรอบด้วยภูเขาอราวัลลี เป็นทำเลที่ดีที่สุดในเมือง เพราะสามารถเห็นวิวได้โดยรอบพระราชวัง และตัวพระราชวังก็จะสะท้อนกับผืนน้ำเพิ่มความงดงามให้มากขึ้น โดยเฉพาะในเวลากลางคืนที่จะมีแสงสะท้อนอย่างเห็นได้ชัด ในส่วนของพระราชวังนั้นมองภายนอกจะเห็นเพียงแค่สองชั้น แต่ความจริงแล้วที่นี่มีชั้นซ่อนอยู่ด้านล่างใต้น้ำอีกด้วยพระราชวังถูกสร้างครั้งแรกเพื่อจุดประสงค์เป็นที่พักผ่อนตากอากาศของพระราชา เพื่อเสด็จล่าสัตว์ ในบริเวณดังกล่าว แต่ในช่วงศตวรรษที่ 18 กษัตริย์แห่งอาร์เมอร์ได้ตัดสินใจสร้างเขื่อนล้อมรอบระหว่างภูเขาเพื่อป้องกันน้ำท่วม และตอนนั้นเองที่ทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจนท่วมส่วนหนึ่งของพระราชวัง ปัจจุบันที่นี่อนุญาตให้ผู้คนเข้าชมได้โดยทางเรือเท่านั้น และภายในวังยังมีภาพวาดที่ได้รับการดูแลรักษาอย่างดี สถาปัตยกรรมภายนอกและภายในรวมถึงระเบียง มีการก่อสร้างอย่างวิจิตรงดงาม เป็นพระราชวังกลางน้ำอันสุดตา และถือเป็นสมบัติที่สมบูรณ์อีกแห่งหนึ่งในประเทศ
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ โรงแรม
บ่าย ชม พระราชวังหลวง“City Palace” ซึ่งพระราชวังแห่งนี้เป็นที่ประทับของมหาราชาองค์ปัจจุบัน ซึ่งภายในมีหอดาราศาสตร์ ยันตระ มันตระของมหาราชา ไสว สิงห์ที่ 2 ผู้สร้างเมืองชัยปุระและ พิพิธภัณฑ์ ของมหาราชาแห่งชัยปุระในยุคก่อนๆ อาทิ พรม ภาพเขียน และที่โดนเด่นมากที่สุดคือ ฉลองพระองค์ของมหาราชา มโธ สิงห์ที่ 1 ที่มีขนาดใหญ่มากและฉลองพระองค์ปักดิ้นทองของมหาราณีที่หนักเกือบ 10 กิโลกรัม รวมถึงหม้อเงินใบยักษ์ 2 ใบ หนักราว 345 กม. สถาปัตยกรรมของพระราชวังแห่งนี้ผสมผสานกันระหว่างราชวงค์ชัยปุระกับโมกุล นิยมใช้หินอ่อนแกะสลักลวยลายปราณีตบรรจง อาทิ นกยูง ดอกไม้ และพระพิฆเนศได้อย่างอ่อนช้อยภายในชมพระตำหนักมูบารักมาฮาล (Mumarak Mahal) หรือเวลคัมพาเลซ (welcome Palace) โดยพระตำหนักมูบารักมาฮาลสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1899 เพื่อรับรองแขกบ้านแขกเมืองมีความโดดเด่นตรงการแกะสลักเสาหินอ่อนและประตูที่ทำแบบเท่ากันทุกสัดส่วน โดยตัวอาคารเป็นการผสมผสานกันระหว่างสถาปัตยกรรมแบบราชปุต อิสลาม และอังกฤษ ปัจจุบัน ตำหนักแห่งนี้ ใช้เป็นพิพิธภัณฑ์แสดงเครื่องแต่งกายของมหาราชาและมหารานีในแต่ละยุคนั้น เช่นกระโปรงปักด้วยดิ้นทอง เสื้อคลุมของมหาราชา ฯลฯ นอกจากนี้ ยังมีข้าวของเครื่องใช้ล้ำค่าในวังอีกหลายชิ้น
ชมหอดูดาวจันตาร์มันตาร์( JantarMantar) จัดว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเมืองชัยปุระโดยได้รับการประกาศจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.2010 สร้างและคิดค้นขึ้นโดยมหาราชาสะหวายจัย สิงห์ที่ 2 ด้วยทรงมีความสนพระทัยและพระปรีชาในเรื่องดาราศาสตร์จึงได้ทรงรับสั่งให้สร้างหอดูดาวแห่งนี้ขึ้นมาพร้อมๆกับการก่อสร้างพระราชวังซิตี้พาเลซเพื่อใช้ดูความเคลื่อนไหวของพระอาทิตย์พระจันทร์
เดินทางสู่ เมืองอัครา (ระยะทางประมาณ 250 กม. ประมาณ 4-5 ชั่วโมง แล้วแต่สภาพการจราจร) เมืองอัครา หรือ เมืองอักรา ได้ชื่อว่าเป็นเมืองประวัติศาสตร์ของการสู้รบ และเมืองเจริญทางด้านศิลปะสถาปัตยกรรมอันเลื่องลือมาแต่โบราณ ตั้งอยู่รัฐอุตตรประเทศ อยู่ทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย เป็นรัฐชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวและเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญและมีชื่อเสียงในระดับโลก เคยเป็นศูนย์กลางการปกครองของอินเดียในสมัยราชวงค์โมกุล และเป็นหนึ่งในเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในอุตรประเทศด้วย จุดหมายปลายทางของเมืองนี้ คือ “ทัชมาฮาล” และ ป้อมอักรา หรือ ป้อมอัครา เมืองประวัติศาตร์สำคัญอีกแห่งของแดนภารตะ ที่ก่อเกิดมรดกโลกไว้ถึง 2 อย่าง คือ ทัชมาฮาล อนุสรณ์สถานรักเหนือกาลเวลา และ ป้อมอัครา ที่กักขังรักไว้จนสิ้นลม ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 1983 และเป็นหนึ่งในแหล่งมรดกโลกของอินเดีย
20.00 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก
พัก ณ SAROVAR Premium Crystal Inn( Agra) หรือเทียบเท่า
วันที่สาม (3) เมืองอัคราอัครา (ทัชมาฮาล -อัคราฟอร์ท )-เดลลี-กรุงเทพฯ
06.30 น. รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม
07.30 น. นำท่านชมทัชมาฮาล สิ่งมหัศจรรย์ของโลก สุสานหินอ่อนที่ผู้คนเชื่อว่าเป็นสถาปัตยกรรมแห่งความรักที่สวยที่สุดในโลกสร้างขึ้นโดยสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิโมกุลผู้มีรักมั่นคงต่อพระมเหสีของพระองค์....ทัชมาฮาลถูกพิจารณาให้เป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคใหม่ ซึ่งตั้งอยู่ในสวนริมฝั่งแม่น้ำยมุนา ในเมืองอาครา ส่วนที่มีชื่อเสียงที่สุด คือ หลุมศพของพระนางมุมตัซ มาฮาล ซึ่งถูกสร้างด้วยหินอ่อนสีขาว ศิลาแลง ประดับลวดลายเครื่องเพชร พลอย หิน โมราและเครื่องประดับจากมิตรประเทศ ได้รับคำรับรองว่าสร้างขึ้นด้วยสัดส่วนที่วิจิตรและงดงามที่สุด กว้างยาวด้านละ 100 เมตร สูง 60 เมตร มีผู้สร้างและออกแบบร่วม 20,000 คน การก่อสร้างกินเวลานานถึง 22 ปี ทัชมาฮาลมีเนื้อที่ประมาณ 42 เอเคอร์ เป็นที่ตั้งของมัสยิด มีหออาซาน (หอสูงสำหรับร้องแจ้งเวลาทำนมาซ) และมีสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ นายช่างที่ออกแบบ ชื่อ อุสตาด ไอซา ถูกประหารชีวิตเพื่อมิให้ไปออกแบบสถาปัตยกรรมใด ๆ ที่สวยกว่าได้
ชมพระราชวังอัคราฟอร์ด Agra Fort ... ป้อมปราการหินทรายแดง มรดกโลกของเมืองอัครา เป็นป้อมปราการประจำเมืองซึ่งสร้างเป็นกำแพงหินทรายสีแดง ตั้งตระหง่านสวยงาม ด้วยสถาปัตยกรรมแบบอัคระ พระเจ้าอัคบาร์สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1565 และสร้างต่อเติมกันเรื่อยมาจนถึงรุ่นหลานคือ พระเจ้าชาร์เจฮาน กษัตริย์องค์ที่ 5 ของราชวงศ์โมกุล ซึ่งปรับเปลี่ยนจากป้อมปราการทางทหารมาเป็นพระราชวัง มีกำแพงสูงกว่า 20 เมตร และยาว 2.5 กิโลเมตร ภายในอัคราฟอร์ดมีห้องสวยงามที่สร้างด้วยหินอ่อนแกะสลักฝังโดยรอบ โดยเฉพาะห้องมุขแปดเหลี่ยม ซึ่งเป็นห้องที่มีความสำคัญที่สุดภายในพระราชวังแห่งนี้และภายในห้องนี้ท่านจะได้พบกับสถานที่ที่กษัตริย์ชาร์จาฮาถูกลูกชายจับมาขังไว้จนสิ้นพระชนน์ พระองค์ถูกกักขังอยู่ถึง 8 ปี จนกระทั่งสวรรคตในปี ค.ศ. 1666 ตามตำนานกล่าวว่าให้วันสุดท้ายของชีวิตพระองค์ใช้เวลาทั้งวันในการจ้องมองเศษกระจกที่สะท้อนภาพของทัชมาฮาล และสิ้นพระชนม์ด้วยเศษกระจกในกำมือ พระองค์ถูกฝังในทัชมาฮาล เคียงข้างพระมเหสีซึ่งพระองค์ไม่เคยลืม มีบางคนกล่าวว่าสมเด็จพระจักรพรรดิชาห์ชะฮัน มิได้ประสงค์ที่จะถูกฝังร่วมกับประมเหสี แต่พระองค์มีแผนการที่จะสร้างสุสานอีกแห่งด้วยหินอ่อนสีดำ เพื่อเป็นสุสานของพระองค์ แต่ผู้รู้หลายท่านเชื่อว่าพระองค์ประสงค์ที่จะถูกฝังเคียงข้างพระนางมุมตัซ มาฮาล
นำท่าน ช้อปปิ้งสินค้าหัตถกรรม และงานฝีมือพื้นเมือง อาทิเช่นผ้าไหมอินเดียเครื่องประดับอัญมณี ไม้จันทร์หอมแกะสลัก ผลิตภัณฑ์จากหินอ่อน ของตกแต่งประดับบ้าน
12.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ โรงแรม
13.30 น. บ่ายสมควรแก่เวลาเดินทางสนามบินเมืองเดลลี เดินทางสู่เคาน์เตอร์สายการบินสาขาออกระหว่างประเทศเพื่อทำการเช็คอินต่อเครื่องกลับสู่ประเทศไทย
อิสระอาหารเย็นเพื่อความสะดวกในการเช็คอินและผ่านกระบวนการตรวจคนเข้าเมือง
21.05 น. ออกเดินทางสู่กรุงเทพ ฯ โดยสายการบิน SPICEJET (SG) เที่ยวบินที่ SG87 (ไม่มีบริการอาหารบนเครื่อง )
วันที่สี่ (4) กรุงเทพฯ เดินทางกลับถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ
03.00 น. ถึง...ท่าอากาศสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ……..


เริ่มเดินทาง กลับจากเดินทาง ผู้ใหญ่ เด็กมีเตียง เด็กไม่มีเตียง พักเดี่ยว หมายเหตุ
10ส.ค.60 13ส.ค.60 21,900 21,900 21,900 2,500
21ก.ย.60 24ก.ย.60 21,900 21,900 21,900 2,500
19ต.ค.60 22ต.ค.60 21,900 21,900 21,900 2,500
16พ.ย.60 19พ.ย.60 21,900 21,900 21,900 2,500
07ธ.ค.60 10ธ.ค.60 21,900 21,900 21,900 2,500
** ราคาดังกล่าวอาจมีการปรับเปลี่ยนหากสายการบินมีการเรียกเก็บภาษีน้ำมันและภาษีสนามบินเพิ่มเติม **




โปรแกรมการเดินทางอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม และในแต่ละครั้งจะต้องมีจำนวนผู้โดยสารตามที่บริษัทฯ กำหนดไว้