GTM-02 EASY FANTASTIC IN TURKEY 9D6N OCT - DEC17 TK
ทัวร์ตุรกี 9 วัน 6 คืน
เดินทาง ตุลาคม - ธันวาคม
ราคาเริ่มต้น 29,900.-
โดยสายการบิน TURKISH AIRLINES


เริ่มต้น 33,900

ส่งให้เพื่อนทางไลน์
บินตรงสู่กรุงอีสตันบูล พักโรงแรมระดับมาตรฐาน 4 ดาว เดินทางโดยสายการบิน TURKISH AIRLINES โหลดกระเป๋าได้ 20 กิโลกรัม บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง  พักโรงแรม ระดับมาตรฐาน 4 ดาว  ชมดินแดนแห่งเทพนิยาย คัปปาโดเกีย สามารถซื้อทัวร์เสริมขึ้นบอลลูนเพื่อชมทัศนียภาพที่สวยงาม  ชมความสวยงามของ ปามุคคาเล่ หรือ ปราสาทปุยฝ้าย เมืองที่มีน้ำพุร้อนไหลทะลุขึ้นมาจากใต้ดิน  ชมความยิ่งใหญ่ของ ม้าไม้จำลอง แห่งเมืองทรอย  ชมโชว์ ระบำหน้าท้อง สไตล์พื้นเมือง  ล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส  ชมพระราชวังทอปกาปี + วิหารเซนต์โซเฟีย + ช้อปปิ้งตลาดสไปซ์  พิเศษ!!! แถมฟรี พวงกุญแจที่ระลึก และชาแอปเปิ้ลชื่อดัง
วันที่ 1 กรุงเทพฯ – อิสตันบูล (บินตรง)
19.30 น. คณะพร้อมกัน ณ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์ U ของสายการบิน Terkish Airlines (TK) พบเจ้าหน้าที่คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกด้านสัมภาระและบัตรขึ้นเครื่อง
22.35 น. ออกเดินทางสู่ ท่าอากาศยาน อตาเติร์ก เมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี โดยเที่ยวบินที่ TK69 สายการบิน Terkish Airlines บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง
วันที่ 2 อิสตันบูล – ชานัคคาเล่ – ม้าไม้จำลองเมืองทรอย – เมืองไอย์วาลิก
05.50 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยาน อตาเติร์ก เมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร และรับกระเป๋าสัมภาระ
จากนั้นเดินทางสู่ ชานัคคาเล่ (Canakkale) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง (แจก Breakfast Box บนรถ) เมืองชานัคคาเล่เป็นเมืองศูนย์กลางการค้า และชุมทางการเดินรถ ทั้งยังเป็นที่ขนถ่ายสินค้าจากเอเชียสู่ยุโรป ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ชานัคคาเลเป็นที่ตั้งของสมรภูมิรบกัลลิโปลี เมื่อฝ่ายสัมพันธมิตรต้องการรุกคืบเข้าไปยังช่องแคบดาร์ดะเนลส์เพื่อบีบให้ตุรกีถอนตัวออกจากสงคราม
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (1)
จากนั้นเดินทางสู่ เมืองทรอย (Troy) ที่มีชื่อเสียงมาแต่ในอดีต สร้างขึ้นเมื่อ 4,000 ปีมาแล้ว ในอดีตผู้คนส่วนใหญ่คิดว่าเป็นนิยายที่แต่งขึ้นและนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ แต่ในศตวรรษที่ 19 ได้มีการขุดค้นและพบซากเมืองโบราณที่เป็นเมืองทรอยในอดีตว่ามีอยู่จริง ตั้งอยู่บนฝั่งทะเลใกล้ๆ ปากช่องแคบดาร์ดะเนลส์ที่แยกยุโรปกับเอเชียออกจากกัน ตุรกีจึงได้สร้างม้าไม้จำลองเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่หลงไหลในมหากาพย์อีเลียต นำท่าน ถ่ายรูปกับม้าไม้ตามตำนาน จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองไอย์วาลิก
เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร (2)
พักที่ Halic Park Hotel ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า โรงแรมคอนเฟิร์มจะแจ้งในใบนัดหมายการเดินทางอีกครั้ง โดยทางบริษัทจะส่งให้ก่อน 5-7 วันก่อนเดินทาง
วันที่ 3 วิหารอะโครโปลิส (เคเบิ้ลคาร์) – เมืองโบราณเอเฟซุส – บ้านพระแม่มารี – เมืองปามุคคาเล่
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม (3)
จากนั้นเดินทางสู่เมือง เพอร์กามัม (Pergamon) ระยะทางประมาณ 65 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง ศูนย์กลางอารยธรรมเฮโลนิสติกในแถบเมดิเตอร์เรเนียน ทั้งด้านวัฒนธรรม การค้าขาย และการแพทย์ นั่งเคเบิ้ลคาร์ ชม วิหารอะโครโปลิส (Acropolis) ซึ่งเป็นที่ขนานนามถึงประหนึ่งดั่งดินแดนในสรวงสวรรค์ ด้านในจะเป็นบริเวณวิหารเทพเจ้าซุส หรือเซอุส ปัจจุบันนี้เหลือแต่ส่วนฐานเท่านั้น แท่นบูชาถูกนำไปเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์เพอร์กามัมที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน วิหารทราจัน ที่เหลือบริเวณของซุ้มประตูเอาไว้ให้ และโรงละครเพอร์กามัม โรงละครยุคโบราณที่ชันที่สุดในโลก สร้างปีที่ 3 ก่อนคริสตกาล จุคนได้ถึง 10,000 คน
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (4)
เดินทางสู่ เมืองคูซาดาซึ (Kusadasi) ระยะทางประมาณ 200 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง เมืองท่าในอดีต เป็นจุดส่งถ่ายสินค้าที่สำคัญของพ่อค้าวานิชจากยุโรปและแอฟริกาใต้ นำท่านเดินทางสู่ เมืองโบราณเอเฟซุส (Ephesus Ancient City) เมืองโบราณที่มีการบำรุงรักษาไว้เป็นอย่างดีเมืองหนึ่งเคยเป็นที่อยู่ของชาวโยนก จากกรีก ซึ่งอพยพเข้ามาปักหลักสร้างเมือง ซึ่งรุ่งเรืองขึ้นในศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสตกาล ต่อมาถูกรุกรานเข้ายึดครองโดยพวกเปอร์เซียและกษัตริย์อเล็กซานเดอร์มหาราชภายหลังเมื่อโรมันเข้าครอบครองก็ได้สถาปนา เอฟฟิซุส ขึ้นเป็นเมืองหลวงต่างจังหวัดของโรมัน
นำท่านเดินบนถนนหินอ่อนผ่านใจกลางเมืองเก่าที่สองข้างทางเต็มไปด้วยซากสิ่งก่อสร้างเมื่อสมัย 2,000 ปีที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นโรงละครกลางแจ้งที่สามารถจุผู้ชมได้กว่า 30,000 คน ซึ่งยังคงใช้งานได้จนถึงปัจจุบันนี้ นำท่านชม ห้องอาบน้ำแบบโรมันโบราณ Roman Bath ที่ยังคงเหลือร่องรอยของห้องอบไอน้ำให้เห็นอยู่จนถึงทุกวันนี้ ห้องสมุดโบราณที่มีวิธีการเก็บรักษาหนังสือไว้ได้เป็นอย่างดีทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นศิลปะแบบ เฮเลนนิสติคที่มีความอ่อนหวานและฝีมือปราณีต
จากนั้นเดินทางสู่ บ้านพระแม่มารี (House of Virgin Mary) ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นสถานที่สุดท้ายที่พระแม่มารีอาศัยอยู่กระทั่งสิ้นพระชนม์ การค้นพบสถานที่แห่งนี้ค่อนข้างปาฏิหาริย์ทีเดียว โดยเมื่อช่วงประมาณปีค.ศ.1774-1824 แม่ชีชาวเยอรมันชื่อแอนน์ แคเทอรีน เอเมอริช เกิดนิมิตเห็นภาพบ้านพระแม่มารี จึงเขียนบรรยายสถานที่ไว้ในหนังสืออย่างละเอียดราวกับเห็นด้วยตาตัวเอง นับจากนั้นหลายปีมีการพยายามค้นหาบ้านแห่งนี้โดยอ้างอิงตามคำบอกของเอเมอริช จนกระทั่งค้นพบในปีค.ศ.1891 ปัจจุบันที่นี่กลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เพื่อการสักการะของทั้งชาวมุสลิมและคริสเตียน โดยวันที่ 15 สิงหาคม ทุกปีจะมีพิธีสวดมนต์เพื่อระลึกถึงวันที่พระเยซูนำพระแม่มารีขึ้นสู่สวรรค์
จากนั้นไปชมโรงงานผลิตเครื่องหนัง ตุรกีเป็นประเทศที่ส่งออกหนังวัตถุดิบให้กับแบรนด์ไฮเอนด์ทางฝั่งยุโรปอีกด้วย อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อของฝากตามอัธยาศัย
นำท่านเดินทางสู่ เมืองปามุคคาเล่ (Pamukkale) ระยะทางประมาณ 190 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชั่วโมง คำว่าปามุคคาเล่ในภาษาตุรกีแปลว่า ปราสาทปุยฝ้าย เป็นน้ำตกหินปูนสีขาวที่เกิดจากธารน้ำใต้ดินที่มีอุณหภูมิประมาณ 35 องศาเซลเซียส ซึ่งมีแร่หินปูนแคลเซียมออกไซด์ ผสมอยู่ในปริมาณที่สูงมาก ไหลรินลงมาจากภูเขา เกิดเป็นประติมากรรมธรรมชาติอันสวยงามและแปลกตาโดนเด่นเป็นเอกลักษณ์
เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร (5)
พักที่ Ninova Thermal Hotel ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า โรงแรมคอนเฟิร์มจะแจ้งในใบนัดหมายการเดินทางอีกครั้ง โดยทางบริษัทจะส่งให้ก่อน 5-7 วันก่อนเดิน
วันที่ 4 เมืองโบราณเฮียราโพลีส – ปราสาทปุยฝ้าย – เมืองคอนย่า – พิพิธภัณฑ์เมฟลาน่า
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม (6)
นำท่านเดินทางสู่ เมืองโบราณเฮียราโพลีส (Hierapolis) ตามตำนานกล่าวว่าสร้างขึ้นในราว 190 ปีก่อนคริสตกาล ใกล้ๆ กับธารน้ำแร่ร้อน ต้นธารแห่งปามุคคาเล (ในปัจจุบัน) เฮียราโพลิสเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ ศูนย์กลางทางศาสนา ปัจจุบันนี้แม้จะเหลือเพียงซาก แต่ยังคงมีเสน่ห์ และเดินทางสู่ ปราสาทปุยฝ้าย (Cotton Castle) มีจุดเด่นที่หน้าผาสีขาวขุ่นหน้าตาเหมือนธารน้ำแข็ง
ขั้นบันได เกิดจากน้ำแร่ร้อนที่มีส่วนผสมของแคลเซียมออกไซด์ผุดขึ้นจากใต้ดิน ตกตะกอนเป็นหินปูนห่มเนินเขาทั้งลูกมานับพันปีจนกลายเป็นชั้นหินลดหลั่นเหมือนระเบียงหิมะ งดงามจนได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมและชาติในปีค.ศ. 1988
นำท่านเดินทางสู่ เมืองคอนย่า (Konya) ระยะทางประมาณ 400 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4.50ชั่วโมง อดีตเมืองหลวงของอาณาจักร เซลจูค ในช่วงปี ค.ศ. 1071 – 1308 รวมทั้งยังเป็นศูนย์กลางที่สําคัญของภูมิภาคแถบนี้ ท่านจะได้เพลิดเพลินกับ ทัศนียภาพที่งดงามตามธรรมชาติตลอดสองฝั่งทาง ของภูมิภาคตอนกลางของตุรกี ท่านจะได้ชมวิถีชีวิตตามชนบทและทัศนียภาพที่สวยงามของทุ่งหญ้าสลับกับภูเขา
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (7)
จากนั้นนำท่านสู่ พิพิธภัณฑ์เมฟลาน่า (Mevlana Museum) ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1231 โดย เมฟลาน่า เจลาเลดดิน รูบี ซึ่งเชื่อกันว่าชายคนนี้เป็นผู้วิเศษของศาสนาอิสลาม หรือเรียกได้ว่าเป็นผู้ชักชวนคนที่นับถือศาสนาคริสต์ให้เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม เดิมเป็นสถานที่นักบวชในศาสนาอิสลามทำสมาธิโดยการเดินหมุนเป็นวงกลมขณะฟังเสียงขลุ่ยส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์เป็นสุสานของเมฟลาน่า เจลาลุคดิน รูมี่อาจารย์ทางปรัชญาประจำราชสำนักแห่งสุลต่านอาเลดิน เคย์โคบาทภายนอกเป็นหอทรงกระบอกปลายแหลมสีเขียวสดใส ภายในประดับฝาผนังแบบมุสลิมและยังเป็นสุสานสำหรับผู้ติดตาม สานุศิษย์ บิดา และบุตร ของเมฟลาน่าด้วย
เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร (8)
พักที่ Ozkaymak Park Hotel ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า โรงแรมคอนเฟิร์มจะแจ้งในใบนัดหมายการเดินทางอีกครั้ง โดยทางบริษัทจะส่งให้ก่อน 5-7 วันก่อนเดินทาง
วันที่ 5 คอนย่า – คาราวานซาไร – คัปปาโดเกีย – นครใต้ดินคาร์ตัค – ชมโชว์ระบำหน้าท้อง
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม (9)
นำท่านเดินสู่ เมืองคัปปาโดเกีย (Cappadocia) ระยะทางประมาณ 235 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.45 ชั่วโมง หนึ่งในมรดกโลกที่ประกาศโดยองค์การยูเนสโกเมื่อปีค.ศ. 1985 ภาพแปลกตาน่าพิศวงทุกภาพที่ปรากฏ ท่านอาจแทบไม่เชื่อว่านี่คือฝีมือของธรรมชาติล้วนๆ ภายหลังที่ภูเขาไฟระเบิดขึ้นเมื่อราวๆ 2 ล้านปีที่ผ่านมา ก็มีลาวาและเถ้าถ่านพวยพุ่งออกมาเป็นจำนวนมาก พอเย็นตัวลงก็กลบแผ่นดินเดิมหนาขึ้นร่วม 150 เมตร กลายเป็นชั้นดินใหม่ กว่าจะเป็นริ้วคลื่น หินเป็นลอนสวยงาม หินเป็นแท่ง ปล่องไฟ กรวย หินรูปเห็ด รูปเจดีย์ ก็ต้องถูกทั้งกัดกร่อนจากลม ฝน หิมะ และสายน้ำมานับล้านปี ซึ่งท่านจะเริ่มมองเห็นวิวสองข้างประปรายเมื่อเริ่มเข้าสู่คัปปาโดเกีย แวะถ่ายรูป คาราวานซาไร (Caravansarai) จุดพักขบวนสินค้าโบราณในสมัยจักรวรรดิออตโตมันในอดีต
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (10)
สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ นครใต้ดินคาร์ตัค (Cardak Underground City) ซึ่งเกิดจากการขุดเจาะพื้นดินในยามสงครามในอดีต เมืองใต้ดินแห่งนี้มีครบทั้งห้องนอน ห้องครัว ห้องน้ำ ห้องอาหาร ฯลฯ
เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร (11)
จากนั้นชม การแสดงระบำหน้าท้อง (Belly Dance) ระบำหน้าท้องเป็นความบันเทิงเริงใจที่ตกทอดมาตั้งแต่ยุคโบราณหลายพันปี เป็นการเต้นที่โยกย้ายเรือนกาย เอว สะโพก และบังคับกล้ามเนื้อหน้าท้องอย่างพลิ้วไหว ด้วยชุดสุดหวาบหวิว นักเต้นก็มีความชำนาญและประสบการณ์อย่างมาก ถือเป็นศาสตร์และศิลปะอย่างหนึ่งของพวกอาหรับและประเทศในแถบเมดิเตอร์เรเนียน
พักที่ Gold Yildirim Hotel ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า โรงแรมคอนเฟิร์มจะแจ้งในใบนัดหมายการเดินทางอีกครั้ง โดยทางบริษัทจะส่งให้ก่อน 5-7 วันก่อนเดินทาง
วันที่ 6 ขึ้นบอลลูนชมความสวยงามเมืองคัปปาโดยเกีย (ไม่รวมกับค่าทัวร์) – พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเมืองเกอเรเม่ – เมืองอังการ่า
โปรแกรมพิเศษ (ราคาไม่รวมอยู่ในค่าทัวร์) สำหรับท่านใดที่สนใจขึ้นบอลลูนชมความงามของเมืองคัปปาโดเกีย มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ประมาณ USD 200 ต่อท่าน (กรุณาเช็คราคาอีกครั้งกับทางหัวหน้าทัวร์ก่อนชำระเงิน) เวลาประมาณ 05.00 น. เจ้าหน้าที่ของบริษัทบอลลูนจะมารับท่านที่บริเวณล็อบบี้ของโรงแรม ชมความงดงามของเมืองคัปปาโดเกียในอีกมุมหนึ่งที่หาชมได้ยาก ใช้เวลาอยู่บอลลูนประมาณ 1 ชั่วโมง โดยบริษัทบอลลูนจะมีทำประกันภัยให้ท่าน แต่บริษัทประกันภัยที่ทำจากเมืองไทย ไม่ครอบคลุมกรณีขึ้นบอลลูน
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม (12)
นำท่านเดินทางสู่ เมืองเกอเรเม่ Goreme นำท่านชม พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเมืองเกอเรเม่ (Goreme Open Air Museum) ที่เป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์ในช่วง ค.ศ. ที่ 9 เกิดจากความคิดของชาวคริสต์ที่ต้องการเผยแพร่ศาสนา โดยการขุดถ้ำเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างโบสถ์ และยังเป็นการป้องกันการรุกรานจากชนเผ่าลัทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์อีกด้วย อิสระเที่ยวชม และถ่ายรูปตามเหล่าอาคารบ้านเรือนของชาวเมืองคัปปาโดเกีย ที่เกิดจากการขุดเข้าไปในหินภูเขาไฟ และใช้เป็นที่อยู่อาศัย รวมถึงใช้เป็นศาสนสถานต่างๆ
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (13)
นำท่านเดินทางสู่ โรงงานทอพรม (Carpet Factory) ชมวิธีการทอพรหมแบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงของประเทศตุรกี ให้ท่านได้อิสระเลือกซื้อของฝากตามอัธยาศัย สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่เมืองอังการ่า (Ankara) ระยะทางประมาณ 300 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง เป็นเมืองหลวงของประเทศตุรกี ตั้งอยู่บนฝั่งทวีปเอเชีย ชาวตุรกีจะเรียกดินแดนฝั่งเอเชียว่าอนาโตเลีย และอังการ่าเป็นเมืองใหญ่อันดับสองรองจากอีสตันบูล
เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร (14)
พักที่ Tourist Hotel ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า โรงแรมคอนเฟิร์มจะแจ้งในใบนัดหมายการเดินทางอีกครั้ง โดยทางบริษัทจะส่งให้ก่อน 5-7 วันก่อนเดินทาง
วันที่ 7 กรุงอีสตันบูล – สุเหร่าสีน้ำเงิน – ตลาดสไปซ์ – ล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม (15)
สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ กรุงอิสตันบูล (Istanbul) ระยะทางประมาณ 450 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง มหานครสองทวีป เมืองสำคัญที่สุดของประเทศตุรกี มีตำนานการสร้างเมืองมาแล้วเป็นเวลากว่า 2,700 ปี โดยไบซัส (Byzas) ผู้นำชาวเมการา (Megara) ตามคำแนะนำของเทพพยากรณ์ที่วิหารเดลฟีในกรีซ ติดกับช่องแคบบอสปอรัส เดิมชื่อว่า ไบเซนทิอุม (Byzantium) มีถึงสมัยจักรพรรดิคอนสแตนตินมหาราช ทรงแสวงหาชัยภูมิอันเหมาะสมเพื่อสร้างกรุงโรมใหม่ทรงเลือกเมืองนี้ มีการก่อกำแพงเมืองล้อมรอบภูเขา 7 ลูกให้เหมือนกับกรุงโรม สถาปนาเมืองนี้ใหม่ขึ้นว่า คอนสแตนติโนเปิล (Constantinople) เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ.779 มีประชากรมากเกือบ 1 ล้านคน
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (16)
นำท่านชม สุเหร่าสีน้ำเงิน (Blue Mosque) สร้างขึ้นในสมัยสุลต่านอะห์เมตที่ 1 ซึ่งมีพระประสงค์จะสร้างมัสยิดของจักรวรรดิไบแซนไทน์ให้ได้ โดยสุเหร่านี้สร้างใกล้กับโบสถ์เซนต์โซเฟีย แต่อย่างไรก็ตามโบสถ์เซนต์โซเฟีย ก็ยังเป็นโบสถ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในตุรกี
จากนั้นนำท่านสู่ ตลาดสไปซ์ (Spice Market) ร้านรวงเต็มไปด้วยสีสัน ตลาดนี้จะขายเครื่องเทศเป็นหลัก นอกจากนั้นก็มีสินค้าอื่นๆ และราคาดูเหมือนจะย่อมเยาว์ นอกจากเครื่องเทศแล้ว ก็ยังจะมี เซรามิก จาน ชาม ถ้วยชา แจกัน โถ เครื่องดนตรีพื้นเมือง โคมไฟ เครื่องดูดบารากู่ ทองคำ เครื่องเงิน เครื่องประดับต่างๆ ของที่ระลึกพวกพวงกุญแจ กระเบื้องเพนท์ติดผนัง ของกินเล่นอย่างชา กาแฟ ถั่วแมคคาดาเมีย พิตาชิโอ ขนมหวานตุรกีอย่างเตอร์กิสดีไลท์ ตาปีศาจ เครื่องรางสุดฮิต ฯลฯ
นำท่าน ล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส (Bosphorus Cruise) เพลิดเพลินกับทิวทัศน์สวยงามสองฝั่ง ฝั่งยุโรป- ผ่านพระราชวังโดลบามาเช โรงแรมชีราอาน โรงแรมเคมปินสกี้อันเลิศหรู ตรงกันข้ามฝั่งเอเชียจะเป็นย่านเรียกว่า เฟติ อาห์เมต ปาซา ยาลี เรียงรายไปด้วยเรือนไม้ฤดูร้อน และสถานทูตต่างชาติในยุคออตโตมัน ผ่านไปใต้สะพานบอสฟอรัสฝั่งยุโรปเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีสีสัน ทั้งหอศิลป์ บาร์ ร้านอาหารมีระดับ จากนั้นเรือจะล่องสู่ย่านชานเมืองที่สงบและมีเสน่ห์แบบโบราณ เมื่อเรือลอดใต้สะพานลอดช่องแคบแห่งที่สอง-สะพานฟาติห์ เสียงอึกทึกในตัวเมืองจะแผ่วลง เหลือแต่เสียงหวูดเรือประมงเล็กๆ ที่กลับจากหาปลาตอนกลางวัน และเรือบรรทุกน้ำมันของรัสเซียและโรมาเนียที่แล่นเข้าออกช่องแคบบอสฟอรัสและดาร์ดะเนลส์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นภาพอดีตที่รัสเซียถือเอาช่องแคบตุรกีเป็นกุญแจปิดล็อกประตูหลังบ้านของตน
เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร (17)
พักที่ Ramada Encore Bayrampasa Hotel ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า โรงแรมคอนเฟิร์มจะแจ้งในใบนัดหมายการเดินทางอีกครั้ง โดยทางบริษัทจะส่งให้ก่อน 5-7 วันก่อนเดินทาง
วันที่ 8 มหาวิหารเซนต์โซเฟีย - อ่างเก็บน้ำใต้ดิน – พระราชวังทอปกาปี – พระรางวัลโดลมาบาห์เช - ท่าอากาศยานอตาเติร์ก
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม (18)
นำท่านชม มหาวิหารเซนต์โซเฟีย (St.Sophia) หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลางที่สร้างมายาวนานเกือบ 1,500 ปี จักรพรรดิจัสติเนียน แห่งอาณาจักรไบแซนไทน์ทรงพระบัญชาให้สองสถาปนิกแห่งยุคทำการบูรณะโบสถ์หลังเก่า โดยออกแบบและปรับปรุงให้ยิ่งใหญ่อลังการอย่างที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อนในโลก งบประมาณไม่อั้น เซนต์โซเฟียดำรงสถานะเป็นโบสถ์คริสต์มากว่า 900 ปี ก่อนจะมาถึงจุดเปลี่ยนเมื่อ 29 พฤษภาคม ค.ศ.1453 เมื่อกรุงคอนสแตนติโนเปิลถูกตีแตกโดยสุลต่านเมห์เมตที่ 2 และยึดเมืองหลวงแห่งไบแซนไทน์ได้ ก็ทรงเสด็จไปยังเซนต์โซเฟียเพื่อทำการละหมาด พร้อมทั้งบัญชาให้เปลี่ยนสถานะจากโบสถ์คริสต์เป็นมัดยิดของชาวมุสลิม โดยให้ฉาบปูนปิดทับภาพโมเสกอันสวยงามให้หมด
จากนั้นนำท่านชม อ่างเก็บน้ำใต้ดิน (Underground Cistern) ซึ่งเป็นอุโมงค์เก็บน้ำที่ใหญ่ที่สุดในอีสตันบูล สามารถเก็บน้ำได้ถึง 88,000 ลูกบาศก์เมตร สร้างขึ้นตั้งต่สมัยคริสต์ศวรรษที่ 6 ภายในอุโมงค์มีเสากรีกต้นสูงใหญ่ค้ำเรียงรายเป็นแถว พระราชวังทอปกาปี (Topkapi Palace) สร้างโดยสุลต่านเมห์เมดที่ 2 หลังจากพิชิตกรุงคอนสแตนติโนเปิลได้ในปี 1996 ทรงตัดสินใจสร้างพระราชวังบนเนินเขาลูกที่ 3 ใน 7เนินของเมืองนี้ ทรงประทับเพียงไม่นาน ก็ย้ายไปสร้างใหม่บนเดินเขาลูกที่ 1 โดยสร้างกำแพงขนาดใหญ่ตามแนวชายทะเลนับตั้งแต่ทะเลมาร์มาราเรื่อยไปจนถึงโกลเดนฮอร์น เพื่อเป็นป้อมปราการกันข้าศึกจากทะเล ตามแนวกำแพงมีประตูมีป้อมปืนอยู่เป็นที่ตั้งของปืนใหญ่ 2 กระบอก ที่เตรียมพร้อมจะยิงเรือทุกลำที่เข้ามารุกล้ำในรัศมี เรียกว่าประตูปืนใหญ่ ในภาษาเติร์กเรียกว่า ทอปกาปี (Topkapi) แปลว่าประตูปืนใหญ่
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (19)
นำท่านเดินทางสู่ พระราชวังโดลมาบาห์เช (Dolmabahce Palace) สร้างโดยสุลต่านอับดุล เมซิด (Abdul Mecit ) ในปี 2399 ใช้เวลาสร้างถึง 30 ปี สร้างด้วยหินอ่อน ศิลปะแบบตะวันออกผสมผสานกับตะวันตก ตัวอาคารยาวถึง 600 เมตร ตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลมาร์มาราในช่องแคบบอสฟอรัสบนฝั่งทวีปยุโรป จุดเด่นของวังแห่งนี้คือมีการประดับตกแต่งด้วยความประณีตวิจิตรตระการตามีทั้งเฟอร์นิเจอร์ พรม โคมไฟ เครื่องแก้วเจียระใน และรูปเขียน รูปถ่ายต่างๆ ที่มีชื่อเสียงมาก
สมควรแก่เวลานำท่านสู่ อตาเติร์ก เมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี เพื่อเตรียมตัวกลับสู่ กรุงเทพมหานคร
20.10 น. ออกเดินทางกลับสู่ กรุงเทพมหานคร โดยเที่ยวบินที่ TK64 สายการบิน Terkish Airlines บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง
วันที่ 9 กรุงเทพฯ (ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ)
09.45 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาเข้า โดยสวัสดิภาพ
***ก่อนตัดสินใจจองทัวร์ ควรอ่านเงื่อนไขการเดินทางอย่างถ่องแท้ แล้วจึงวางมัดจำ เพื่อประโยชน์ของท่านเอง**


เริ่มเดินทาง กลับจากเดินทาง ผู้ใหญ่ เด็กมีเตียง เด็กไม่มีเตียง พักเดี่ยว หมายเหตุ
31ต.ค.60 08พ.ย.60 29,900 29,900 29,900 8,900
08พ.ย.60 16พ.ย.60 29,900 29,900 29,900 8,900
13พ.ย.60 21พ.ย.60 29,900 29,900 29,900 8,900
05ธ.ค.60 13ธ.ค.60 31,900 31,900 31,900 8,900
** ราคาดังกล่าวอาจมีการปรับเปลี่ยนหากสายการบินมีการเรียกเก็บภาษีน้ำมันและภาษีสนามบินเพิ่มเติม **




โปรแกรมการเดินทางอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม และในแต่ละครั้งจะต้องมีจำนวนผู้โดยสารตามที่บริษัทฯ กำหนดไว้