GTM 35 ZEH EK001 HILIGHT SWITZERLAND 7D4N DEC17-MAR16 BY EK
ทัวร์สวิตเซอร์แลนด์ 7วัน4คืน
ลูเซิร์น - เบิร์น - ยอดเขาแมททอร์ฮอร์น 
เวเว่ย์ - โลซานน์
พิชิต 2 เขา, เขาจุงเฟรา และ เขากลาเซียร์ 3000 
เดินทาง ธันวาคม 2560 - มีนาคม 2561
ราคาเริ่มต้น 55,900.- บาท ( ไม่รวมวีซ่า )
โดยสายการบิน Emirates Airlines


เริ่มต้น 55,900


ส่งให้เพื่อนทางไลน์
ทัวร์สวิตเซอร์แลนด์ 7วัน4คืน ลูเซิร์น - เบิร์น - ยอดเขาแมททอร์ฮอร์น เวเว่ย์ - โลซานน์ พิชิต 2 เขา, เขาจุงเฟรา และ เขากลาเซียร์ 3000 เดินทาง ธันวาคม 2560 - มีนาคม 2561 ราคาเริ่มต้น 55,900.- บาท ( ไม่รวมวีซ่า ) โดยสายการบิน Emirates Airlines
วันแรกของการเดินทาง กรุงเทพฯ
22.00 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศประตู 9 เคาน์เตอร์ T สายการบิเอมิเรตส์ โดยมีเจ้าหน้าที่คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก
01.05 น. ออกเดินทางสู่ดูไบ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 385 *** คณะเดินทางวันที่ 26 ก.พ. – 4 มี.ค. 61 ออกเดินทางโดยเที่ยวบินที่ EK 371 เวลา 02.00 น. และถึงดูไบ เวลา 06.00 น.*** *** คณะเดินทางวันที่ 27 มี.ค. – 2 เม.ย. 61 ออกเดินทางโดยเที่ยวบินที่ EK 385 เวลา 01.15 น. และถึงดูไบ เวลา 04.45 น.***
วันที่สองของการเดินทาง ดูไบ – ซูริค – ลูเซิร์น
05.00 น. เดินทางถึง สนามบินดูไบ นำท่านเปลี่ยนเครื่องเพื่อเดินทางต่อ
08.25 น. ออกเดินทางสู่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยเที่ยวบิน EK 087 *** คณะเดินทางวันที่ 27 มี.ค. – 2 เม.ย. 61 ออกเดินทางโดยเที่ยวบินที่ EK 087 เวลา 08.40 น. และถึงซูริค เวลา 13.20 น.***
12.25 น. เดินทางถึงสนามบินซูริค (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง และจะเปลี่ยนเป็น 6 ชั่วโมงในวันที่ 29 ตุลาคม 2560) หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่เดินทางสู่เมืองลูเซิร์น (Lucerne) เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับหนึ่งของสวิตเซอร์แลนด์ ที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยทะเลสาบและขุนเขา
จากนั้นพาท่านชมสิงโตหินแกะสลัก (Dying Lion of Lucerne) ที่แกะสลักบนผาหินธรรมชาติ เพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงการสละชีพอย่างกล้าหาญของทหารสวิสที่เกิดจากการปฏิวัติในฝรั่งเศสเมื่อปี ค.ศ.1792
ชมสะพานไม้ชาเปล (Chapel Bridge) ซึ่งมีความยาวถึง 204 เมตร ทอดข้ามผ่านแม่น้ำรอยส์ (Reuss River) อันงดงามซึ่งเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของเมืองลูเซิร์น เป็นสะพานไม้ที่มีหลังคาที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1333 โดยใต้หลังคาคลุมสะพานมีภาพวาดประวัติศาสตร์ของชาวสวิส ตลอดแนวสะพาน จากนั้นให้ท่านได้อิสระเลือกซื้อสินค้าของสวิส เช่น ช็อคโกแลต, เครื่องหนัง, มีดพับ, นาฬิกายี่ห้อดัง อาทิเช่น Rolex, Omega, Tag Heuer เป็นต้น
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
พักที่ นำคณะเข้าสู่ที่พัก โรงแรม IBIS STYLES LUZERN หรือเทียบเท่า
วันที่สามของการเดินทาง ลูเซิร์น – จุงเฟรา – อินเทอลาเกน
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ออกเดินทางสู่ เมืองกรินเดอวาลด์ (Grindelwald) เมืองตากอากาศที่สวยงามและยังเป็นที่ตั้งสถานีรถไฟขึ้นสู่ ยอดเขาจุงเฟรา (Jungfrau) เเละเมื่อปี คศ.2001 องค์การยูเนสโกประกาศให้ยอดเขาจุงเฟรา เป็นพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของยุโรป นำคณะนั่งรถไฟท่องเที่ยวธรรมชาติ ขึ้นพิชิตยอดเขาจุงเฟราที่มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 11,333 ฟุตหรือ 3,454 เมตร ระหว่างเส้นทางขึ้นสู่ยอดเขาท่านจะได้ผ่านชมธารน้ำแข็งที่มีขนาดใหญ่จนถึง สถานีรถไฟจุงเฟรายอร์ค (Jungfraujoch) สถานีรถไฟที่อยู่สูงที่สุดในยุโรป (Top of Europe) เข้าชมถ้ำน้ำแข็ง (Ice Palace) ที่แกะสลักให้สวยงาม อยู่ใต้ธารน้ำแข็งลึกถึง 30 เมตร
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารบนยอดเขา อาหารพื้นเมือง
บ่าย พาท่านชมวิวที่ลานสฟิงซ์ (Sphinx Terrace) จุดชมวิวที่สูงที่สุดในยุโรป ที่ระดับความสูงถึง 3,571 เมตร สามารถมองเห็นได้กว้างไกลที่ถึงชายแดนสวิส สัมผัสกับภาพของธารน้ำแข็ง Aletsch Glacier ที่ยาวที่สุดในเทือกเขาแอลป์ ยาวถึง 22 ก.ม.และหนาถึง 700 เมตร โดยไม่เคยละลาย อิสระให้ท่านได้สนุกสนานกับการถ่ายรูป เล่นหิมะบนยอดเขาและเพลิดเพลินกับกิจกรรมบนยอดเขาและที่ไม่ควรพลาดกับการส่งโปสการ์ดโดยที่ทำการไปรษณีย์ที่สูงที่สุดในยุโรป นำคณะเดินทางลงจากยอดเขาโดยไม่ซ้ำเส้นทางเดิม ให้ท่านได้ชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามและแตกต่างกันจนถึง สถานีรถไฟเมืองลาวท์เทอบรุนเนิน(Lauterbrunnen) จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่เมืองอินเทอร์ลาเกน (Interlaken) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ระหว่าง ทะเลสาบทูน (Lake Thun) และทะเลสาบเบรียนซ์ (Lake Brienz) อิสระให้ท่านได้สัมผัสบรรยากาศและธรรมชาติแบบสวิตเซอร์แลนด์ในเมืองเล็กๆ
ค่ำ อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัย
นำคณะเข้าสู่ที่พัก โรงแรม CITY OBERLAND HOTEL หรือเทียบเท่า (เพื่อความสะดวกของท่าน กรุณาเตรียมกระเป๋าสำหรับค้างคืนที่เซอร์แมน 1 คืน ในคืนถัดไป)
วันที่สี่ของการเดินทาง อินเทอลาเกน – เบิร์น – กลาเซียร์ 3000 – เซอร์แมท
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่กรุงเบิร์น (Bern) ซึ่งได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลกในปี ค.ศ. 1863 นอกจากนี้เบิร์นยังถูกจัดอันดับอยู่ใน 1 ใน 10 ของเมืองที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดของโลกในปี ค.ศ.2010
นำท่านชมบ่อหมีสีน้ำตาล (Bear Park) สัตว์ที่เป็นสัญลักษณ์ของกรุงเบิร์น นำท่านชมมาร์กาสเซ ย่านเมืองเก่า ปัจจุบันเต็มไปด้วยร้านดอกไม้และ บูติค เป็นย่านที่ปลอดรถยนต์ จึงเหมาะกับการเดินเที่ยวชมอาคารเก่า อายุ 200-300 ปี ชมนาฬิกาไซ้ท์ คล็อคเค่นทรัม อายุ 800 ปี ที่มี “โชว์” ให้ดูทุกๆชั่วโมงในการตีบอกเวลาแต่ละครั้ง
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
บ่าย นำท่านเดินทางสู่เมืองโกล เดอ ปิยง (Col De Pillon) เมืองที่ตั้งของสถานีกระเช้าไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่จุผู้โดยสารได้ถึง 125 คน นำท่านขึ้นกระเช้ายักษ์ ขึ้นสู่เขากลาเซียร์ 3000 (Glacier 3000) นำท่านเดินข้าม" The Peak Walk by Tissot" สะพานแขวนที่มีความยาว 107 เมตร ข้ามหน้าผาที่ระดับความสูง 3,000 เมตร ท่านจะได้ชมทัศนียภาพที่สวยงามของเทือกเขาแอลป์ อันสวยงามแบบกว้างไกลสุดสายตา
สายตา ***หมายเหตุ: เขากลาเซียร์ 3000 จะปิดทำการ ระหว่างเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2560 คณะจะเปลี่ยนไปขึ้นกรอนเนอร์แกรต (Gornergrat) แทน***
จากนั้นนำท่านสู่เมืองเซอร์แมท(Zermatt) เมืองแห่งสกีรีสอร์ท ยอดนิยมที่ได้รับความนิยมสูง เนื่องจากเป็นเมืองที่ปลอดมลพิษทางอากาศเพราะยานพาหนะในเมืองไม่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง แต่ใช้แบตเตอรี่เท่านั้น และยังมีฉากหลังของตัวเมืองเป็นยอดเขาแมททอร์ฮอร์น (Matterhorn) ที่ได้ชื่อว่าเป็นยอดเขาที่มีรูปทรงสวยที่สุดในสวิส
จากนั้นนำท่านสู่เมืองเซอร์แมท(Zermatt) เมืองแห่งสกีรีสอร์ท ยอดนิยมที่ได้รับความนิยมสูง เนื่องจากเป็นเมืองที่ปลอดมลพิษทางอากาศเพราะยานพาหนะในเมืองไม่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง แต่ใช้แบตเตอรี่เท่านั้น และยังมีฉากหลังของตัวเมืองเป็นยอดเขา แมททอร์ฮอร์น (Matterhorn) ที่ได้ชื่อว่าเป็นยอดเขาที่มีรูปทรงสวยที่สุดในสวิส
ค่ำ อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัย
นำคณะเข้าสู่ที่พัก โรงแรม DERBY หรือเทียบเท่า *** ในกรณีที่ไม่ได้พักในเมืองเซอร์แมท ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์นำพาท่านไปเดินเล่นที่เมืองเซอร์แมทและย้ายไปพักที่เมืองข้างเคียงแทน***
วันที่ห้าของการเดินทาง เซอร์แมท – มองเทรอซ์ – เวเว่ย์ – โลซานน์
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ให้เวลาท่านอิสระเลือกเดินทางตามอัธยาศัย โดยกระเช้าไฟฟ้าเพื่อสัมผัสกับความงดงามของยอดเขาไคลน์แมทเทอร์ฮอร์น (Klien Matterhorn) ที่สูงถึง 4,478 เมตร และได้ชื่อว่าเป็นยอดเขาที่มีรูปทรงสวยที่สุดของเทือกเขาแอลป์ ชื่นชมกับทิวทัศน์ที่สวยงาม ณ จุดสูงที่สุดบริเวณไคลน์แมทเทอร์ฮอร์น
เข้าชมถ้ำน้ำแข็งที่อยู่สูงที่สุดในสวิส ถ่ายรูปกับรูปแกะสลักน้ำแข็งที่สวยงาม หรือเดินทางไปที่สถานีรถไฟเซอร์แมท เพื่อเดินทางโดยรถไฟฟันเฟืองสู่สถานีรถไฟกรอนเนอร์แกรต (Gornergrat railway) สู่จุดชมวิวที่ท่านจะได้เห็นทัศนียภาพที่สวยงามของยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์น หรือให้ท่านได้มีเวลาอิสระเดินเล่นเลือกซื้อสินค้าที่ระลึกในเมืองเซอร์แมท
เที่ยง อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย
นำท่านเดินทางสู่เมืองมองเทรอซ์ (Montreux) เมืองตากอากาศที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบเจนีวา ได้ชื่อว่าริเวียร่าของสวิส ชมความสวยงามของทิวทัศน์ บ้านเรือน ริมทะเลสาบ
นำท่านถ่ายรูปกับปราสาทชิลยอง (ด้านนอก) (Chillon castle) ปราสาทโบราณอายุกว่า 800 ปี สร้างขึ้นบนเกาะหินริมทะเลสาบเจนีวา ตั้งแต่ยุคโรมันเรืองอำนาจโดยราชวงศ์ SAVOY นำท่านเดินทางสู่เมืองโลซานน์ (Lausanne)
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
นำคณะเข้าสู่ที่พักเมือง NOVOTEL LAUSANNE BUSSIGNY หรือเทียบเท่า
วันที่หกของการเดินทาง โลซานน์ – เจนีวา – สนามบิน
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านชมเมืองโลซานน์ (Lausanne) ซึ่งตั้งอยู่ตอนเหนือของทะเลสาบเจนีวา เมืองโลซานน์นับได้ว่าเป็นเมืองที่มีเสน่ห์โดยธรรมชาติมากที่สุดเมืองหนึ่งของสวิตเซอร์แลนด์ มีประวัติศาสตร์อันยาวนานมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 4 ในสมัยที่ชาวโรมันมาตั้งหลักแหล่งอยู่บริเวณริมฝั่งทะเลสาบที่นี่ เมืองโลซานน์มีความสวยงามโดยธรรมชาติ ทิวทัศน์ที่สวยงาม และอากาศที่ปราศจากมลพิษ จึงดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาพักผ่อนตากอากาศที่นี่ เมืองนี้ยังเป็นเมืองที่มีความสำคัญสำหรับชาวไทยเนื่องจากเป็นเมืองที่เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จย่า
นำท่านชม สวนสาธารณะที่มีรูปปั้นลิง 3 ตัว ปิดหู ปิดปาก ปิดตา อันเป็นสถานที่ทรงโปรดของในหลวงเมื่อทรงพระเยาว์ และถ่ายรูปกับ ศาลาไทย ที่รัฐบาลไทยส่งไปตั้งในสวนสาธารณะของเมืองโลซานน์
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง
บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองเจนีวา(Geneva) นำชมเมืองที่เป็นศูนย์กลางการประชุมนานาชาติ เมืองที่ตั้งองค์การสากลระดับโลก อาทิ องค์การการค้าโลก, กาชาดสากล,แรงงานสากล ฯลฯ ถ่ายรูปกับ น้ำพุเจทโด ที่ฉีดสายน้ำพุ่งสูงขึ้นไปในอากาศถึง 390 ฟุต (เปิดเฉพาะวันอากาศดี) และถ่ายรูปกับ นาฬิกาดอกไม้ สัญลักษณ์ที่สำคัญของเมืองเจนีวา
16.00 น. นำคณะเดินทางสู่ สนามบินเจนีวา เพื่อให้ท่านมีเวลาในการทำคืนภาษี (Tax Refund) และ มีเวลาในการเลือกซื้อสินค้าในร้านค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน
20.40 น. ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ EK 084 *** คณะเดินทางวันที่ 27 มี.ค. – 2 เม.ย. 61 ออกเดินทางโดยเที่ยวบินที่ EK 084 เวลา 21.40 น. และถึงดูไบ เวลา 06.10 น.***
วันที่เจ็ดของการเดินทาง ดูไบ – กรุงเทพฯ
06.05 น. เดินทางถึงสนามบินอาบุดาบี เพื่อรอเปลี่ยนเครื่อง
09.30 น. ออกเดินทางสู่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 372 *** คณะเดินทางวันที่ 27 มี.ค. – 2 เม.ย. 61 ออกเดินทางโดยเที่ยวบินที่ EK 372 เวลา 09.40 น. และถึงกรุงเทพฯ เวลา 18.55 น.***
18.40 น. ถึง สนามบินสุวรรณภูมิ ด้วยความสวัสดิภาพ


เริ่มเดินทาง กลับจากเดินทาง ผู้ใหญ่ เด็กมีเตียง เด็กไม่มีเตียง พักเดี่ยว หมายเหตุ
28ธ.ค.60 03ม.ค.61 65,900 65,900 65,900 13,900 ***ไม่รวมค่าวีซ่าเชงเก้น ประมาณ 3,500 บาท
29ธ.ค.60 04ม.ค.61 65,900 65,900 65,900 13,900 ***ไม่รวมค่าวีซ่าเชงเก้น ประมาณ 3,500 บาท
16ก.พ.61 22ก.พ.61 55,900 55,900 55,900 6,900 ***ไม่รวมค่าวีซ่าเชงเก้น ประมาณ 3,500 บาท
26ก.พ.61 04มี.ค.61 55,900 55,900 55,900 6,900 ***ไม่รวมค่าวีซ่าเชงเก้น ประมาณ 3,500 บาท
08มี.ค.61 14มี.ค.61 55,900 55,900 55,900 6,900 ***ไม่รวมค่าวีซ่าเชงเก้น ประมาณ 3,500 บาท
27มี.ค.61 02เม.ย.61 55,900 55,900 55,900 6,900 ***ไม่รวมค่าวีซ่าเชงเก้น ประมาณ 3,500 บาท
** ราคาดังกล่าวอาจมีการปรับเปลี่ยนหากสายการบินมีการเรียกเก็บภาษีน้ำมันและภาษีสนามบินเพิ่มเติม **




โปรแกรมการเดินทางอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม และในแต่ละครั้งจะต้องมีจำนวนผู้โดยสารตามที่บริษัทฯ กำหนดไว้