GTM-29 ทัชมาฮาล อัครา ชัยปุระ 4D2N BY SG
ทัชมาฮาล อัครา ชัยปุระ 4วัน2คืน
เดินทาง ธันวาคม 60 
เริ่มต้นเพียงท่านละ 21,900บาท
โดยสายการบิน Singapore Airlines(SG) 


เริ่มต้น 21,900


ส่งให้เพื่อนทางไลน์
วันแรก กรุงเทพ – เดลลี่ – ชัยปุระ
01.00 น. คณะพร้อมกันที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 3 เคาน์เตอร์ สายการบิน SPICEJET (SG) โดยเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้ความสะดวกแก่ท่าน
03.50 น. เหิรฟ้าสู่ เมืองเดลลี (New Delhi) ประเทศอินเดีย (India) โดยสายการบิน SPICEJET (SG) เที่ยวบินที่ SG88(ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง)
06.25 น. ถึงท่าอากาศยานนานาชาติอินทิราคานธีร์ เมืองเดลลี(NewDelhi) ตามเวลาท้องถิ่นผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและตรวจรับสัมภาระออกเดินทางเข้าสู่ เมืองชัยปุระ (Jaipur) ตั้งอยู่ในรัฐราชสถาน (Rajasthan) ทางด้านตะวันตกของประเทศอินเดีย มีประชากรและความเจริญมั่งคั่งมากที่สุดของรัฐราชสถาน ฉายา "นครสีชมพู"นครสีชมพู (Pink City) เป็นชื่อเรียกเมืองชัยปุระจากนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ด้วยเมืองแห่งนี้มีการทาสีอาคารบ้านเรือน และสถาปัตยกรรมต่าง ๆ ให้เป็นสีชมพู เพราะว่าในปี ค.ศ. 1876 เจ้าชายแห่งเวลส์ (Prince of Waies) ซึ่งต่อมาคือ สมเด็จพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 แห่งสหราชอาณาจักร (King Edward VII) ได้เสด็จเยี่ยมเยือนทั่วอินเดีย มหาราช ซาราม ซิงห์ (Maharaja Ram Singh) ผู้ปกครองนครชัยปุระในขณะนั้น จึงได้มีรับสั่งให้ประชาชนทาสีบ้านเรือน และสถาปัตยกรรมต่าง ๆ เป็นสีชมพู เพื่อสร้างความประทับใจให้กับเจ้าชายแห่งเวลส์ เมืองน่าเที่ยวแห่งอินเดีย ที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมอันสวยงาม มีแหล่งท่องเที่ยวสุดอลังการให้ได้ไปเยี่ยมเยือนมากมาย พร้อมทั้งยังมีกลิ่นอายของวัฒนธรรมให้ได้สัมผัส เป็นเมืองในฝันที่ต้องไปเที่ยวกันให้ได้สักครั้ง ระยะทางประมาณ 250 กม. 4-5 ชั่วโมง
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ โรงแรม ( ชัยปุระ )
จากนั้น นำท่านชมพระราชวังแห่งสายลม “Hawa Mahal” (ถ่ายรูปด้านนอก) โดยถอดแบบมาจากรูปทรงของมงกุฏพระนารายณ์ โดยมีสิ่งก่อสร้างที่โดดเด่นคือ บริเวณด้านหน้าอาคารมีหน้าบันสูงห้าชั้นและมีลักษณะคล้ายรังผึ้ง ซึ่งประกอบด้วยหน้าต่างขนาดเล็กตกแต่งด้วยลวดลายฉลุเป็นช่องลมจำนวน 953 บาน โดยลายฉลุนั้นมีเพื่อนางในวังสามารถมองทะลุออกมาเห็นชีวิตภายนอกบนท้องถนนได้โดยไม่มีใครสังเกตเห็นจากด้านนอก เนื่องจากนางในเหล่านั้นต้องมีความเคร่งครัดในการคลุม “ปูร์ดาห์” (หรือ ผ้าคลุมหน้า)พระราชวังแห่งนี้สร้างโดยหินทรายสีชมพู
อิสระช้อปปิ้งสินค้าเมืองราชสถาน ณ ตลาดฮาวามาฮาลบาซาร์ (Hawa Mahal Bazaar) ให้ท่านช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมือง อาทิ กำไร สร้อยคอ เสื้อผ้า ต่างๆมากมาย แบบชาวราชาสถาน
ที่พัก ที่พัก ณ The Fern Hotel ( JAIPUR) หรือเทียบเท่า
วันที่สอง เมืองชัยปุระ-ป้อมปราการแอมเบอร์ -ซิตี้พาเลส-ชมหอดูดาวจันตาร์มันตาร์-เมืองอัครา
06.30 น. รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม
07.30 น. นำท่านขึ้นรถจิ๊บและ ชมป้อมปราการแอมเบอร์ (AmberFort) หรือพระราชวังแอมเบอร์ (Amber)”พระราชวังแอมเบอร์ฟอร์ท เดิมเคยเป็นราชธานีของเมืองชัยปุระ สร้างอยู่บนเนินเขาสูงตรงตำแหน่งเดิมที่เคยเป็นตำแหน่งเดิมที่เคยเป็นป้อมปราการเก่าในศตวรรษที่ 11 มาก่อน สร้างขึ้นโดยมหาราชาแมนสิงห์ ใน ปี ค.ศ. 1592 และเสร็จสิ้นลงในสมัยของมหาราชาใจสิงห์ ป้อมแห่งนี้เป็นต้นแบบที่ดีของสถาปัตยกรรมแบบราชปุต (Rajput) นอกจากนี้ในสมัยก่อนด้านล่างของป้อมยังเป็นทะเลสาบ จึงเป็นปราการสำคัญเพื่อป้องกันข้าศึกได้อีกชั้น ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของราชวงศ์กาญจวาหา อยู่หลายร้อยปี ก่อนมหาราชาสะหวายจัย ซิงห์ที่ 2 จะตัดสินใจย้ายลงไปสร้างเมืองใหม่ยังชัยปุระ ภายในพระราช วังแอมเบอร์ฟอร์ท ระกอบด้วยพระตำหนักต่างๆ ที่เปิดให้นักท่อง เที่ยวเข้าชม ซึ่งส่วนใหญ่จะสร้างในสมัยของมหาราชามาน ซิงห์ (Maharaja Man Singh) ใน ปี ค.ศ. 1592และได้มีการขยายต่อเติมโดยมหาราชาองค์ต่อๆมา
นำท่านแวะชมและถ่ายรูป พระราชวังกลางน้ำ จาร์ มาฮาล สถาปัตยกรรมอลังการแห่งอินเดียกับ พระราชวังน้ำ “Water Palace” ซึ่งตั้งเด่นสง่าอยู่กลางน้ำ พระราชวังกลางน้ำซึ่งตั้งเด่นสง่าอยู่กลางทะเลสาบมันสกา (Man Sagar)สร้างขึ้นเมื่อไม่กี่ศตวรรษที่ผ่านมา ตั้งอยู่ใจกลางทะเลสาบแมนซาการ์ ที่ถูกล้อมรอบด้วยภูเขาอราวัลลี เป็นทำเลที่ดีที่สุดในเมือง เพราะสามารถเห็นวิวได้โดยรอบพระราชวัง และตัวพระราชวังก็จะสะท้อนกับผืนน้ำเพิ่มความงดงามให้มากขึ้น โดยเฉพาะในเวลากลางคืนที่จะมีแสงสะท้อนอย่างเห็นได้ชัด ในส่วนของพระราชวังนั้นมองภายนอกจะเห็นเพียงแค่สองชั้น แต่ความจริงแล้วที่นี่มีชั้นซ่อนอยู่ด้านล่างใต้น้ำอีกด้วยพระราชวังถูกสร้างครั้งแรกเพื่อจุดประสงค์เป็นที่พักผ่อนตากอากาศของพระราชา เพื่อเสด็จล่าสัตว์ ในบริเวณดังกล่าว แต่ในช่วงศตวรรษที่ 18 กษัตริย์แห่งอาร์เมอร์ได้ตัดสินใจสร้างเขื่อนล้อมรอบระหว่างภูเขาเพื่อป้องกันน้ำท่วม และตอนนั้นเองที่ทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจนท่วมส่วนหนึ่งของพระราชวัง ปัจจุบันที่นี่อนุญาตให้ผู้คนเข้าชมได้โดยทางเรือเท่านั้น และภายในวังยังมีภาพวาดที่ได้รับการดูแลรักษาอย่างดี สถาปัตยกรรมภายนอกและภายในรวมถึงระเบียง มีการก่อสร้างอย่างวิจิตรงดงาม เป็นพระราชวังกลางน้ำอันสุดตา และถือเป็นสมบัติที่สมบูรณ์อีกแห่งหนึ่งในประเทศ
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ โรงแรม
บ่าย ชม พระราชวังหลวง“City Palace” ซึ่งพระราชวังแห่งนี้เป็นที่ประทับของมหาราชาองค์ปัจจุบัน ซึ่งภายในมีหอดาราศาสตร์ ยันตระ มันตระของมหาราชา ไสว สิงห์ที่ 2 ผู้สร้างเมืองชัยปุระและ พิพิธภัณฑ์ ของมหาราชาแห่งชัยปุระในยุคก่อนๆ อาทิ พรม ภาพเขียน และที่โดนเด่นมากที่สุดคือ ฉลองพระองค์ของมหาราชา มโธ สิงห์ที่ 1 ที่มีขนาดใหญ่มากและฉลองพระองค์ปักดิ้นทองของมหาราณีที่หนักเกือบ 10 กิโลกรัม รวมถึงหม้อเงินใบยักษ์ 2 ใบ หนักราว 345 กม. สถาปัตยกรรมของพระราชวังแห่งนี้ผสมผสานกันระหว่างราชวงค์ชัยปุระกับโมกุล นิยมใช้หินอ่อนแกะสลักลวยลายปราณีตบรรจง อาทิ นกยูง ดอกไม้ และพระพิฆเนศได้อย่างอ่อนช้อยภายในชมพระตำหนักมูบารักมาฮาล (Mumarak Mahal) หรือเวลคัมพาเลซ (welcome Palace) โดยพระตำหนักมูบารักมาฮาลสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1899 เพื่อรับรองแขกบ้านแขกเมืองมีความโดดเด่นตรงการแกะสลักเสาหินอ่อนและประตูที่ทำแบบเท่ากันทุกสัดส่วน โดยตัวอาคารเป็นการผสมผสานกันระหว่างสถาปัตยกรรมแบบราชปุต อิสลาม และอังกฤษ ปัจจุบัน ตำหนักแห่งนี้ ใช้เป็นพิพิธภัณฑ์แสดงเครื่องแต่งกายของมหาราชาและมหารานีในแต่ละยุคนั้น เช่นกระโปรงปักด้วยดิ้นทอง เสื้อคลุมของมหาราชา ฯลฯ นอกจากนี้ ยังมีข้าวของเครื่องใช้ล้ำค่าในวังอีกหลายชิ้น
จากนั้นชมหอดูดาวจันตาร์มันตาร์( JantarMantar) จัดว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเมืองชัยปุระโดยได้รับการประกาศจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.2010 สร้างและคิดค้นขึ้นโดยมหาราชาสะหวายจัย สิงห์ที่ 2 ด้วยทรงมีความสนพระทัยและพระปรีชาในเรื่องดาราศาสตร์จึงได้ทรงรับสั่งให้สร้างหอดูดาวแห่งนี้ขึ้นมาพร้อมๆกับการก่อสร้างพระราชวังซิตี้พาเลซเพื่อใช้ดูความเคลื่อนไหวของพระอาทิตย์พระจันทร์
เดินทางสู่ เมืองอัครา (ระยะทางประมาณ 250 กม. ประมาณ 4-5 ชั่ววโมง แล้วแต่สภาพการจราจร) เมืองอัครา หรือ เมืองอักรา ได้ชื่อว่าเป็นเมืองประวัติศาสตร์ของการสู้รบ และเมืองเจริญทางด้านศิลปะสถาปัตยกรรมอันเลื่องลือมาแต่โบราณ ตั้งอยู่รัฐอุตตรประเทศ อยู่ทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย เป็นรัฐชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวและเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญและมีชื่อเสียงในระดับโลก เคยเป็นศูนย์กลางการปกครองของอินเดียในสมัยราชวงค์โมกุล และเป็นหนึ่งในเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในอุตรประเทศด้วย จุดหมายปลายทางของเมืองนี้ คือ “ทัชมาฮาล” และ ป้อมอักรา หรือ ป้อมอัครา เมืองประวัติศาตร์สำคัญอีกแห่งของแดนภารตะ ที่ก่อเกิดมรดกโลกไว้ถึง 2 อย่าง คือ ทัชมาฮาล อนุสรณ์สถานรักเหนือกาลเวลา และ ป้อมอัครา ที่กักขังรักไว้จนสิ้นลม ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 1983 และเป็นหนึ่งในแหล่งมรดกโลกของอินเดีย
20.00 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก
วันที่สาม เมืองอัคราอัครา (ทัชมาฮาล -อัคราฟอร์ท )-เดลลี-กรุงเทพฯ
06.30 น. รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม
07.30 น. นำท่านชมทัชมาฮาล สิ่งมหัศจรรย์ของโลก สุสานหินอ่อนที่ผู้คนเชื่อว่าเป็นสถาปัตยกรรมแห่งความรักที่สวยที่สุดในโลกสร้างขึ้นโดยสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิโมกุลผู้มีรักมั่นคงต่อพระมเหสีของพระองค์....ทัชมาฮาลถูกพิจารณาให้เป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคใหม่ ซึ่งตั้งอยู่ในสวนริมฝั่งแม่น้ำยมุนา ในเมืองอาครา ส่วนที่มีชื่อเสียงที่สุด คือ หลุมศพของพระนางมุมตัซ มาฮาล ซึ่งถูกสร้างด้วยหินอ่อนสีขาว ศิลาแลง ประดับลวดลายเครื่องเพชร พลอย หิน โมราและเครื่องประดับจากมิตรประเทศ ได้รับคำรับรองว่าสร้างขึ้นด้วยสัดส่วนที่วิจิตรและงดงามที่สุด กว้างยาวด้านละ 100 เมตร สูง 60 เมตร มีผู้สร้างและออกแบบร่วม 20,000 คน การก่อสร้างกินเวลานานถึง 22 ปี ทัชมาฮาลมีเนื้อที่ประมาณ 42 เอเคอร์ เป็นที่ตั้งของมัสยิด มีหออาซาน (หอสูงสำหรับร้องแจ้งเวลาทำนมาซ) และมีสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ นายช่างที่ออกแบบ ชื่อ อุสตาด ไอซา ถูกประหารชีวิตเพื่อมิให้ไปออกแบบสถาปัตยกรรมใด ๆ ที่สวยกว่าได้
ชมพระราชวังอัคราฟอร์ด Agra Fort ... ป้อมปราการหินทรายแดง มรดกโลกของเมืองอัครา เป็นป้อมปราการประจำเมืองซึ่งสร้างเป็นกำแพงหินทรายสีแดง ตั้งตระหง่านสวยงาม ด้วยสถาปัตยกรรมแบบอัคระ พระเจ้าอัคบาร์สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1565 และสร้างต่อเติมกันเรื่อยมาจนถึงรุ่นหลานคือ พระเจ้าชาร์เจฮาน กษัตริย์องค์ที่ 5 ของราชวงศ์โมกุล ซึ่งปรับเปลี่ยนจากป้อมปราการทางทหารมาเป็นพระราชวัง มีกำแพงสูงกว่า 20 เมตร และยาว 2.5 กิโลเมตร ภายในอัคราฟอร์ดมีห้องสวยงามที่สร้างด้วยหินอ่อนแกะสลักฝังโดยรอบ โดยเฉพาะห้องมุขแปดเหลี่ยม ซึ่งเป็นห้องที่มีความสำคัญที่สุดภายในพระราชวังแห่งนี้และภายในห้องนี้ท่านจะได้พบกับสถานที่ที่กษัตริย์ชาร์จาฮาถูกลูกชายจับมาขังไว้จนสิ้นพระชนน์ พระองค์ถูกกักขังอยู่ถึง 8 ปี จนกระทั่งสวรรคตในปี ค.ศ. 1666 ตามตำนานกล่าวว่าให้วันสุดท้ายของชีวิตพระองค์ใช้เวลาทั้งวันในการจ้องมองเศษกระจกที่สะท้อนภาพของทัชมาฮาล และสิ้นพระชนม์ด้วยเศษกระจกในกำมือ พระองค์ถูกฝังในทัชมาฮาล เคียงข้างพระมเหสีซึ่งพระองค์ไม่เคยลืม มีบางคนกล่าวว่าสมเด็จพระจักรพรรดิชาห์ชะฮัน มิได้ประสงค์ที่จะถูกฝังร่วมกับประมเหสี แต่พระองค์มีแผนการที่จะสร้างสุสานอีกแห่งด้วยหินอ่อนสีดำ เพื่อเป็นสุสานของพระองค์ แต่ผู้รู้หลายท่านเชื่อว่าพระองค์ประสงค์ที่จะถูกฝังเคียงข้างพระนางมุมตัซ มาฮาล
จากนั้นนำท่าน ช้อปปิ้งสินค้าหัตถกรรม และงานฝีมือพื้นเมือง อาทิเช่นผ้าไหมอินเดียเครื่องประดับอัญมณี ไม้จันทร์หอมแกะสลัก ผลิตภัณฑ์จากหินอ่อน ของตกแต่งประดับบ้าน
12.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ โรงแรม
บ่ายสมควรแก่เวลาเดินทางสนามบินเมืองเดลลี เดินทางสู่เคาน์เตอร์สายการบินสาขาออกระหว่างประเทศเพื่อทำการเช็คอินต่อเครื่องกลับสู่ประเทศไทย
อิสระอาหารเย็นเพื่อความสะดวกในการเช็คอินและผ่านกระบวนการตรวจคนเข้าเมือง
21.05 น. ออกเดินทางสู่กรุงเทพ ฯ โดยสายการบิน SPICEJET (SG) เที่ยวบินที่ SG87 (ไม่มีบริการอาหารบนเครื่อง )
วันที่สี่ กรุงเทพฯ เดินทางกลับถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ
03.00 น. ถึง...ท่าอากาศสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ……..


เริ่มเดินทาง กลับจากเดินทาง ผู้ใหญ่ เด็กมีเตียง เด็กไม่มีเตียง พักเดี่ยว หมายเหตุ
16พ.ย.60 19พ.ย.60 21,900 21,900 21,900 2,500
07ธ.ค.60 10ธ.ค.60 21,900 21,900 21,900 2,500
** ราคาดังกล่าวอาจมีการปรับเปลี่ยนหากสายการบินมีการเรียกเก็บภาษีน้ำมันและภาษีสนามบินเพิ่มเติม **




โปรแกรมการเดินทางอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม และในแต่ละครั้งจะต้องมีจำนวนผู้โดยสารตามที่บริษัทฯ กำหนดไว้