GTM-16 MMR09 Grandพม่า ย่างกุ้ง หงสา พุกาม มัณฑะเลย์ อินเล 6D5N DEC17-MAR18 FD
ทัวร์พม่า GRANDพม่า ย่างกุ้ง หงสา พุกาม มัณฑะเลย์ อินเล 6วัน
เดินทาง ธันวาคม 60 - มีนาคม 61
โดยสายการบิน AIR ASIA
เริ่มต้น 31,900.-


เริ่มต้น 31,900


ส่งให้เพื่อนทางไลน์
วันที่ 1 กรุงเทพฯ-ย่างกุ้ง-หงสาวดี-พระธาตุมุเตา-พระธาตุอินทร์แขวน (-/ กลางวัน/เย็น)
09.30 น. พร้อมกันที่สนามบินดอนเมือง อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ อาคาร 1 ประตู 2 เคาน์เตอร์ สายการบินไทยแอร์เอเชีย Thai Air Asia (FD)โดยมีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกแก่ทุกท่าน
11.35 น. ออกเดินทางสู่กรุงย่างกุ้งโดยเที่ยวบิน FD 255** บริการอาหารร้อนและเครื่องดื่มบนเครื่อง **
12.20 น. เดินทางถึง สนามบินมิงกาลาดง กรุงย่างกุ้ง ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
(เวลาท้องถิ่นที่เมียนม่าร์ ช้ากว่าประเทศไทยครึ่งชั่วโมง) จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ เมืองหงสาวดี หรือ เมืองพะโค(Bago)ซึ่งในอดีตเป็นเมืองหลวงที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองมอญโบราณที่ยิ่งใหญ่ และ อายุมากกว่า 400ปี อยู่ห่างจากเมืองย่างกุ้ง (ระยะทางประมาณ 80กิโลเมตร) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.45ชม.
จากนั้น นำท่านเข้าชมพระธาตุที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหงสาวดี เป็นเจดีย์เก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองและเป็น 1 ใน 5 มหา บูชาสถานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพม่า เจดีย์ชเวมอดอร์ หรือ พระธาตุมุเตา(ShweMordore)ภายในบรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า นำท่านนมัสการ ยอดเจดีย์หักซึ่งชาวมอญและชาวพม่าเชื่อกันว่าเป็นจุดที่ศักดิ์สิทธิ์มาก ซึ่งเจดีย์นี้ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ของไทย เคยมาสักการะ เจดีย์องค์นี้เป็นศิลปะที่ผสมผสานระหว่างศิลปะพม่าและศิลปะของมอญได้อย่างกลมกลืน พระเจดีย์สูง377 ฟุต สูงกว่า พระเจดีย์ชเวดากอง 51 ฟุต มีจุดอธิษฐานที่ศักดิ์สิทธิ์อยู่ตรงบริเวณยอดฉัตร ที่ตกลงมาเมื่อปี พ.ศ. 2473 ด้วยน้ำหนักที่มหาศาล ตกลงมายังพื้นล่างแต่ยอดฉัตร กลับยงคงสภาพเดิมและไม่แตกกระจายออกไป เป็นที่ร่ำลือถึงความศักดิ์-สิทธ์โดยแท้ และสถานที่แห่งนี้ยังเป็นสถานที่ที่พระเจ้าหงสาลิ้นดำ ใช้เป็นที่เจาะพระกรรณ (หู) ตามพระราชประเพณีโบราณเพื่อทดสอบความกล้าหาญก่อนขึ้นครองราชย์ ท่านจะได้นมัสการ ณจุดอธิษฐานอันศักดิ์สิทธิ์ และสามารถนำธูปไปค้ำกับยอดของเจดีย์องค์ที่หักลงมาเพื่อเป็นสิริมงคลซึ่งเปรียบเหมือนดั่งค้ำจุนชีวิตให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นไป
นำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองไจ้โท แห่งรัฐมอญระหว่างทางท่านจะได้พบกับสะพานเหล็กที่ข้ามผ่านชมแม่น้ำสะโตงสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ซึ่งในอดีตขณะที่2 สมเด็จพระนเรศวรกำลังรวบรวมคนไทยกลับอโยธยา ได้ถูกทหารพม่าไล่ตามซึ่งนำทัพโดยสุรกรรมาเป็นกองหน้าพระมหาอุปราชาเป็นกองหลวง ยกติดตามกองทัพไทยมากองหน้าของพม่าตามมาทันที่ริมฝั่งแม่น้ำสะโตง ในขณะ ที่ฝ่ายไทยได้ข้ามแม่น้ำไปแล้วพระองค์ได้คอยป้องกันมิให้ข้าศึกข้ามตามมาได้ ได้มีการปะทะกันที่ริมฝั่งแม่น้ำสะโตงสมเด็จพระนเรศวรทรงใช้พระแสงปืนคาบชุดยาวเก้าคืบยิงถูกสุรกรรมาแม่ทัพหน้าพม่าเสียชีวิตบนคอช้าง กองทัพของพม่าเห็นขวัญเสีย จึงถอยทัพกลับกรุงหงสาวดี พระแสงปืนที่ใช้ยิงสุรกรรมาตายบนคอช้างนี้ได้นามปรากฏต่อมาว่า "พระแสงปืนต้นข้ามแม่น้ำสะโตง"นับเป็นพระแสง อัษฎาวุธ อันเป็นเครื่องราชูปโภคยังปรากฏอยู่จนถึงทุกวันนี้
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พระธาตุอินทร์แขวนใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที ก็จะถึง คิ้มปูนแค้มป์ เพื่อทำ การเปลี่ยนเป็นรถท้องถิ่นเป็นรถบรรทุกหกล้อ (เป็นรถประจำเส้นทางชนิดเดียวที่เราจะสามารถขึ้นพระธาตุอินทร์แขวนได้) ใช้เวลาเดินทางสักพัก เพื่อเดินทางสู่ยอดเขา
นำท่านเข้าสู่พักที่ KYAITHOO,MOUTAIN TOP,YOYOLAE HOTEL เชิญทุกท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย
หลังจากนั้น นำชม เจดีย์ไจ้ทีโยหรือ พระธาตุอินทร์แขวนKyaikhtiyo Pagoda (Golden Rock)แปลว่า ก้อนหินทอง อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,200 เมตร ลักษณะเป็นเจดีย์ องค์เล็กๆ สูงเพียง 5.5 เมตร ตั้งอยู่บนก้อนหินกลมๆ ที่ตั้งอยู่บนยอดเขาอย่างหมิ่นเหม่ แต่ชาว พม่ามักยืนกรานว่าไม่มีทางตก เพราะพระเกศาธาตุศักดิ์สิทธิ์ที่บรรจุอยู่ภายในพระเจดีย์องค์ย่อม ทำให้หินก้อนนี้ทรงตัวอยู่ได้อย่างสมดุลเรื่อยไป ตามคติการบูชาพระธาตุประจำปีเกิดของชาวล้าน นาพระธาตุอินทร์แขวนนี้ให้ถือเป็น พระธาตุปีเกิดของปีจอ แทนพระเกตุแก้วจุฬามณีบนสรวงสวรรค์โดยเชื่อว่าถ้าผู้ใดได้มานมัสการพระธาตุอินทร์แขวนนี้ครบ3 ครั้งผู้นั้นจะมีแต่ความสุขความเจริญพร้อมทั้งขอสิ่งใดก็จะได้สมดั่งปรารถนาทุกประการท่านสามารถเตรียมแผ่นทองคำไปเพื่อปิดทององค์พระธาตุอินทร์แขวน (เข้าไปปิดทองได้เฉพาะสุภาพบุรุษ ส่วนสุภาพสตรีสามรถอธิฐาน และฝากสุภาพบุรุษเข้าไปปิดแทนได้)
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารในโรงแรมจากนั้นท่านสามารถขึ้นไปนมัสการหรือนั่งสมาธิที่พระเจดีย์ได้ตลอดทั้งคืนแต่
ประตูเหล็กที่เปิดสำหรับสุภาพบุรุษ จะเปิดถึงเวลา 22.00 น. ควรเตรียมเสื้อกันหนาวหรือกันลมหรือผ้าห่มผ้าพันคอเบาะรองนั่งเนื่องจากบริเวณพื้นที่นั้นมีความเย็นมาก
หมายเหตุ : ยกเว้นโรงแรมที่พัก Golden Rock Hotel จะขึ้นอินแขวนได้แค่ครั้งเดียวค่ะ
วันที่ 2 พระธาตุอินทร์แขวน-หงสาวดี-พระนอนชเวตาเลียว-พระราชวังบุเรงนอง-ย่างกุ้ง-เจดีย์โบตาทาวน์-เจดีย์ชเวดากอง  (เช้า/กลางวัน/เย็น)
05.00 น. อรุณสวัสดิ์ยามเช้า อิสระตามอัธยาศัย สำหรับผู้ที่ต้องการใส่บาตรพระธาตุอินแขวน กิจกรรมนี้ไม่ได้บังคับนะคะ สำหรับอาหารที่จะใส่บาตรสามารถซื้อได้โดยจะมีร้านค้าจำหน่าย ราคาอาหารประมาณ 3,000 จ๊าต ดอกไม้ธูปเทียน ประมาณ 300–500 จ๊าต ทำบุญตามอัธยาศัย
06.30 น.  บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
07.30 น. นำท่านอำลาที่พัก ออกเดินทางกลับ เปลี่ยนนั่งรถหกล้อถึงคิมปุนแค้มป์ เปลี่ยนเป็นรถโค้ชปรับอากาศ พร้อมนำท่านเดินทางสู่กรุงหงสาวดี นมัสการพระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว (ShewThalyang Buddha) กราบนมัสการพระพุทธรูปนอนที่ที่มีพุทธลักษณะที่สวยงามในแบบของมอญ ในปี พ.ศ.2524ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของชาวพม่าทั่วประเทศและเป็นพระนอนที่งดงามที่สุดของพม่าองค์พระยาว 55 เมตร สูง 16 เมตร ถึงแม้จะไม่ใหญ่เท่าพระพุทธไสยาสน์เจ้าทัตจีที่ย่างกุ้ง แต่ก็งามกว่าโดยพระบาทจะวางเหลื่อมพระบาท ซึ่งจะเป็นลักษณะที่ไม่เหมือนกับพระนอนของไทย
จากนั้น นำชมเจดีย์ไจ๊ปุ่น(Kyaik Pun Buddha) สร้างในปี 1476 มีพระพุทธรูปปางประทับนั่งโดยรอบทั้ง 4ทิศ สูง 30 เมตร ประกอบด้วย องค์สมเด็จพระสมณโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า (ผินพระพักตร์ไปทางทิศเหนือ)กับพระพุทธเจ้าในอดีต สามพระองค์คือ พระพุทธเจ้ามหากัสสปะ (ทิศตะวันตก)เล่ากันว่าสร้างขึ้นโดยสตรีสี่พี่น้องที่มีพุทธศรัทธาสูงส่งและต่างให้สัตย์สาบานว่าจะรักษาพรหมจรรย์ไว้ชั่วชีวิต ต่อมา 1 ใน 4 สาวหนีไปแต่งงาน ร่ำลือกันว่าทำให้พระพุทธรูปองค์นั้นเกิดรอยร้าวขึ้นทันที
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร**เมนูพิเศษ กุ้งแม่น้ำเผาตัวใหญ่ท่านละ 1ตัว **
บ่าย นำท่านชม พระราชวังบุเรงนอง และ บัลลังก์ผึ้ง(KanbawzaThardi Palace)ซึ่งเพิ่งเริ่มขุดค้นและบูรณปฏิสังขรณ์เมื่อปี พ.ศ.2533 จากซากปรักหักพังที่ยังหลงเหลืออยู่ ทำให้สันนิษฐานได้ว่าโบราณสถานแห่งนี้เป็นที่ประทับของ พระเจ้าบุเรงนอง ท่านผู้ที่ได้รับคำสรรเสริญว่าเป็น ผู้ชนะสิบทิศ และเป็นที่ประทับของ พระนางสุพรรณกัลยา และ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ครั้งต้องตกเป็นเชลยศึก เมื่อต้องเสียกรุงศรีอยุธยาให้แก่พม่า แต่ปัจจุบันพระราชวังแห่งนี้ได้เหลือเพียงแต่ร่องรอยทางประวัติศาสตร์ และถูกสร้างจำลองพระราชวังและตำหนักต่างๆ ขึ้นมาใหม่โดยอ้างอิงจากพงศาวดาร
จากนั้น นำท่านเดินทางกลับสู่กรุงย่างกุ้ง นำท่านชม เจดีย์โบตาทาวน์สร้างโดยทหารพันนายเพื่อบรรจุพระบรมธาตุที่พระสงฆ์อินเดีย 8รูป ได้นำมาเมื่อ 2,000ปีก่อน ในปี 2486เจดีย์แห่งนี้ถูกระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตรเข้ากลางองค์จึงพบโกศทองคำบรรจุพระเกศาธาตุและพระบรมธาตุอีก 2องค์ และพบพระพุทธรูปทอง เงิน สำริด 700องค์ และจารึกดินเผาภาษาบาลี และตัวหนังสือพราหมณ์อินเดียทางใต้ ต้นแบบภาษาพม่า ภายในเจดีย์ที่ประดับด้วยกระเบื้องสีสันงดงาม และมีมุมสำหรับฝึกสมาธิหลายจุดในองค์พระเจดีย์จากนั้นนำท่านขอพร นัตโบโบยี หรือพระเทพทันใจ เทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ของชาวพม่าและชาวไทยวิธีการสักการะรูปปั้นเทพทันใจ (นัตโบโบยี)เพื่อขอสิ่งใดแล้วสมตามความปราถนาก็ ให้เอาดอกไม้ ผลไม้ โดยเฉพาะมะพร้าวอ่อน กล้วยหรือผลไม้อื่นๆมาสักการะ นัตโบโบยี จะชอบมาก จากนั้นก็ให้เอาเงินจะเป็นดอลล่า บาทหรือจ๊าด ก็ได้ (แต่แนะนำให้เอาเงินบาทดีกว่าเพราะเราเป็นคนไทย)แล้วเอาไปใส่มือของนัตโบโบยีสัก 2ใบ ไหว้ขอพรแล้วดึกกลับมา 1ใบ เอามาเก็บรักษาไว้จากนั้นก็เอาหน้าผากไปแตะกับนิ้วชี้ของนัตโบโบยีแค่นี้ท่านก็จะสมตามความปรารถนาที่ขอไว้
จากนั้น นำท่านสักการะ เทพกระซิบซึ่งมีนามว่า“อะมาดอว์เมี๊ยะ”ตามตำนานกล่าวว่า นางเป็นธิดาของพญานาค ที่เกิดศรัทธาในพุทธศาสนาอย่างแรงกล้ารักษาศีล ไม่ยอมกินเนื้อสัตว์จนเมื่อสิ้นชีวิตไปกลายเป็นนัตซึ่งชาวพม่าเคารพกราบไหว้กันมานานแล้วซึ่งการขอพรเทพกระซิบต้องไปกระซิบเบาๆ ห้ามคนอื่นได้ยิน ชาวพม่านิยมขอพรจากเทพองค์นี้กันมากเช่นกันการบูชาเทพกระซิบ บูชาด้วยน้ำนม ข้าวตอก ดอกไม้ และผลไม้
นำท่านชมและนมัสการพระมหาเจดีย์ชเวดากอง(Shwedagon Pagoda)พระเจดีย์ทองคำคู่บ้านคู่เมืองประเทศพม่าอายุกว่าสองพันห้าร้อยกว่าปีเจดีย์ทองแห่งเมืองดากอง หรือ ตะเกิง ชื่อเดิมของเมืองย่างกุ้ง มหาเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดในพม่าสถานที่แห่งนี้มี ลานอธิฐาน จุดที่บุเรงนองมาขอพรก่อนออกรบท่านสามารถนำดอกไม้ธูปเทียน ไปไหว้ เพื่อขอพรจากองค์เจดีย์ชเวดากอง ณ ลานอธิษฐานเพื่อเสริมสร้างบารมีและสิรมงคลนอกจากนี้รอบองค์เจดีย์ยังมีพระประจำวันเกิดประดิษฐานทั้งแปดทิศรวม8องค์หากใครเกิดวันไหนก็ให้ไปสรงน้ำพระประจำวันเกิดตน จะเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตพระเจดีย์นี้ได้รับการบูรณะและต่อเติมโดยกษัตริย์หลายรัชกาลองค์เจดีย์ห่อหุ้มด้วยแผ่นทองคำทั้งหมดน้ำหนักยี่สิบสามตันภายในประดิษฐานเส้นพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าจำนวนแปดเส้นและเครื่องอัฐะบริขารของพระพุทธเจ้าองค์ก่อนทั้งสามพระองค์บนยอดประดับด้วยเพชรพลอยและอัญมณีต่างๆจำนวนมากและยังมีเพชรขนาดใหญ่ประดับอยู่บนยอดบริเวณเจดีย์จะได้ชมความงามของวิหารสี่ทิศซึ่งทำเป็นศาลาโถงครอบด้วยหลังคาทรงปราสาทซ้อนเป็นชั้นๆงานศิลปะและสถาปัตยกรรมทุกชิ้นที่รวมกันขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของพุทธเจดีย์ล้วนมีตำนานและภูมิหลังความเป็นมาทั้งสิ้นชมระฆังใบใหญ่ที่อังกฤษพยายามจะเอาไปแต่เกิดพลัดตกแม่น้ำย่างกุ้งเสียก่อนอังกฤษกู้เท่าไหร่ก็ไม่ขึ้นภายหลังชาวพม่า ช่วยกันกู้ขึ้นมาแขวนไว้ที่เดิมได้จึงถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความสามัคคีซึ่งชาวพม่าถือว่าเป็นระฆังศักดิ์สิทธิ์ให้ตีระฆัง 3ครั้งแล้วอธิษฐานขออะไรก็จะได้ดั่งต้องการจากนั้นให้ท่านชมแสงของอัญมณีที่ประดับบนยอดฉัตรโดยจุดชมแต่ละจุดท่านจะได้เห็นแสงสีต่างกันออกไปเช่นสีเหลือง,สีน้ำเงิน,สีส้ม,สีแดงเป็นต้น
ค่ำ  บริการอาหารค่ำณภัตตาคารชาบูชิบุฟเฟ่ต์ อร่อยเต็มอิ่มกับชาชูชิ สุกี้หม้อไฟและซูชิ ข้าวปั้นสารพัดหน้าในเครือโออิชิ
**นำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรมหรูหราระดับ 4 ดาวที่เข้าร่วมโปรโมชั่น โดยทางทัวร์จะเป็นผู้จัดลงเลือกพักโรงแรม ซึ่งจะเป็น 2 โรงแรมนี้เท่านั้น** โรงแรมระดับ 4 ดาว SUMMIT PARKVIEW HOTEL 4 STARหรือ BEST WESTERN HOTEL ระดับ 4 ดาว
วันที่ 3 ย่างกุ้ง-พุกาม-วัดเจดีย์ชเวสิกอง-วัดอนันดา-วัดมนุหา-วัดกุบยางกี-วัดติโลมินโล-วัดสัญพัญญู-วิหารธรรมยันจี-เจดีย์ชเวชานดอร์-โชว์พื้นเมืองเชิดหุ่น (เช้า/กลางวัน/เย็น)
05.00 น. รับประทานอาหารเช้า แบบกล่องจากทางโรงแรม
06.00 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบินมิงกาลาดง อาคารผู้โดยสายภายในประเทศ
07.00 น. ออกเดินทางสู่สนามบินยองลู สู่เมืองประวัติศาสตร์พุกาม โดยสายการบินAir Mandalayเที่ยวบินที่ 6T 401
08.25 น. เดินทางถึงเมืองพุกาม(Bagan)นำท่านนำท่านชม พระเจดีย์ชเวสิกอง(Shwezigon Pagoda)ซึ่งเป็นสถูปดั้งเดิมของพม่าโดยแท้มีลักษณะเป็นสีทองขนาดใหญ่สร้างขึ้นหลังพระเจ้าอโนรธาขึ้นครองราชย์ เพื่อใช้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ จากพระสรีระหลายส่วน มีลักษณะเป็นสีทองขนาดใหญ่ ใช้เป็นทั้งที่ประชุมสวดมนต์และศูนย์กลางของพระพุทธศาสนานิกายเถรวาทในพุกาม ชมวัดอนันดา(Ananda Temple) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของกำแพงเมือง เป็นวัดสีขาว มอง เห็นได้ชัดเจน สร้างเสร็จเมื่อปี 1091 ซึ่งวิหารแห่งนี้นับได้ว่าเป็นวิหารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในพุกาม มีรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีมุขเด็จยื่นออกไปทั้ง 4 ด้านซึ่งต่อมาเจดีย์แห่งนี้เป็นต้นแบบของสถาปัตยกรรมพม่าในยุคต้นของพุกาม และสิ่งที่น่าทึ่งของวิหารแห่งนี้ก็คือ ที่ช่องหลังคาเจาะเป็นช่องเล็กๆ ให้แสงสว่างส่องลงมาต้ององค์พระ ให้มีแสงสว่างอย่างน่าอัศจรรย์
จากนั้นพาท่านชม วัดมนุหา(Manuha Temple)ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของหมู่บ้านมยินกะบา สร้างเมื่อปี 1059 โดยพระเจ้ามนูหะกษัตริย์แห่งมอญ เพื่อสั่งสมบุญไว้สำหรับชาติหน้า จึงได้นำอัญมณีบางส่วนไปขายมาสร้างวัดนี้โครงสร้างวิหารค่อนข้างแคบ มีพระนอนหนึ่งองค์ กับ พระพุทธรูปอีกสามองค์นั่งเบียดเสียดอยู่ภายใน สะท้อนถึงความคับแค้นพระทัยของกษัตริย์เชลยพระองค์นี้เป็นอย่าง
เที่ยง  บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านแวะชมสิ่งของขึ้นชื่อของพุกามก็คือ เครื่องเขิน(Lacquer Ware)ซึ่งยอมรับกันว่ามีชื่อเสียงที่สุดในพม่า เช่น ถ้วยน้ำ จานรอง โถใส่ของตั้งแต่ขนาดเล็กถึงใหญ่ หีบใส่ของต่างๆ สิ่งที่กำลังเป็นที่นิยมก็คือ โถใส่ของทำจากขนหางม้าสานกับโครงไม้ไผ่ มีขนาดเบาบางและบีบให้ยุบ แล้วกับไปคืนรูปได้ดังเดิม
จากนั้นพาท่านเที่ยว วัดกุบยางกี(GubyaukkyiTempel) สร้างโดยพระโอรสของพระเจ้าจันสิทธะ สิ่งที่โดดเด่นคือ ภาพจิตกรรมฝาผนังที่งดงามที่สุดในพุกาม ที่ยังคงเหลืออยู่ จากนั้นเข้าชมวัดติโลมินโล(Htilominlo Temple)สร้างขึ้นเมื่อปี 1211 โดยพระบัญชาของพระเจ้านันต่าว-มยา เป็นพระโอรสในพระเจ้านรปติสิทธู ซึ่งเกิดกับนางห้ามผู้หนึ่ง และได้เสี่ยงทางเลือกให้เป็นราชทายาท เป็นวัดสูง 46 เมตร ยาว 43 เมตร เท่ากันทั้ง 4ด้านมีพระพุทธรูปประดิษฐ์ฐานอยู่ทั้ง 4 ทิศ ทั้งสองชั้น มีภาพจิตรกรรมฝาผนังอันเก่าแก่กับลวดลายปูนปั้น อันประณีตสวยงามสร้างโดยพระติโลมินโล เมื่อปี พ.ศ.1761ซึ่งได้รับการยกย่องว่ามีความสวยงามมากทั้งภายในและภายนอกนมัสการ เจดีย์สัพพัญญูซึ่งเป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในเมืองพุกาม ชมวิหารธรรมยันจี(Dhammayangyt)สร้างโดยพระเจ้านะระตู่ และพระองค์ก็เชื่อว่าเป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดในเมืองพุกาม สร้างขึ้นเพื่อล้างบาป ด้วยทรงปริวิตกว่าผลกรรมจากการกระทำปิตุฆาตจะติดตามพระองค์ไปในชาติภพหน้า ตั้งโดดเด่นยิ่งใหญ่ตระหง่านดังตำนานที่โหดร้ายได้เล่าต่อกันมา
ากนั้นนำท่านเดินทางชมและเก็บภาพพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ณ เจดีย์ชเวซานดอว์(Shwesandaw Pagoda)ท่านสามารถมองเห็นทุ่งทะเจดีย์ในมุม 360 องศา ได้จากเจดีย์แห่งนี้
ค่ำ  บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคารพร้อมชมโชว์เชิดหุ่นกระบอก ชมการเชิดหุ่นที่ดูเหมือนมีชีวิตจริงพร้อมลิ้มรสอาหารพื้นเมือง
นำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรมหรูระดับ 4 ดาว**โรงแรมระดับ 4 ดาว SU TIEN SAN HOTEL 4 STARหรือเทียบเท่า
วันที่ 4 พุกาม-เฮโฮ- รัฐฉาน-ทะเลสาบอินเล-วัดพองดออู-ชมสวนเกษตรลอยน้ำ-หมู่บ้านทอผ้าอินปอ-วัดแมวลอดห่วง  (เช้า/กลางวัน/เย็น)
05.30 น.  บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
จากนั้น นำท่านเดินทางสู่สนามบินนองอูพุกามอาคารผู้โดยสายภายในประเทศ
07.50 น. เหิรฟ้าทางสู่สนามบินเฮโฮโดยสายการภายในประเทศเที่ยวบินที่ YJ892
09.00 น. เดินทางถึงเดินทางถึงสนามบินเฮโฮHEHOนำท่านเดินทางต่อสู่เมืองตองยี
เมืองหลวงเก่าของรัฐฉาน (Shan State)นั่งรถจากสนามบินไปราว 1 ชั่วโมงครึ่ง เพื่อไปชมทะเลสาบอินเล (Inle Lake)มีพื้นที 158 ตร.กม. อยู่สูงกว่าระดับนํ้าทะเล 878 เมตร ความยาวจากเหนือจรดใต้ประมาณ 32 กม. กว้าง 5 กม. เกิดจากลำธารหลายสายที่ไหลมาจากเทือกเขาที่ทอดขนานไปทั้งทางทิศตะวันตกและตะวันออก มีน้ำไหลจากทะเลสาบไปลงแม่นํ้าสาละวิน รอบทะเลสาบมีชุนชนชาวอินตาอยู่มากกว่า 200 แห่ง นำท่านลงเรือเพื่อเดินทางสู่ ทะเลสาบอินเลลงเรือยนต์(ลำละ 5-6 ท่าน) มีเสื้อชูชีพบริการท่านเพื่อความปลอดภัยชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามและสภาพความเป็นอยู่ของชาวบ้าน การสร้างบ้านบนทะเลสาบระหว่างทาง ท่านจะได้พบการพายเรือด้วยเท้าข้างเดียวทั้งชายและหญิงอันเป็นเอกลักษณ์ของชาว อินตา นำท่านชม ตลาด 5 วัน(ตลาดเหยาม่า) ซึ่งเป็นตลาดนัดที่หมุนเวียนกันไปโดยไม่ซ้ำกัน ให้ท่านเลือกซื้อของที่ระลึกกลับบ้าน
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร กลางทะเลสาบอินเล
นำท่านเที่ยวชม วัดพองดออู สร้างในศตวรรษที่ 12 อดีต พระพุทธรูป 5 องค์นี้(พระบัวเข็ม) ชาวบ้านจะ อัญเชิญขึ้นเรือแล้วแห่ไปตามหมู่บ้านต่างๆรอบทะเลสาบ (ซึ่งจะแห่หลังจากเทศกาลออกพรรษา 15 วัน) มีขนาด 5 ซ.ม. แต่ปัจจุบันชาวบ้านเอาทองมาปิดพระจนถึงปัจจุบัน พระพุทธรูปมีขนาดสูงกว่าเดิมถึง 6 เท่า ถือเป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์คู่ทะเลสาบอินเลย์ ให้นำท่านนมัสการ พระบัวเข็ม เพื่อเป็นสิริมงคล จากนั้นนำท่านชม หมู่บ้านทอผ้าอินปอขอม ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่นำเส้นใยบัวมาทอเป็นเสื้อผ้า,ผ้าพันคอ ฯลฯ ชม วัดแมวกระโดด มีอายุ 200 กว่า
จากนั้นนำท่านเดินทางกลับที่พัก พักผ่อนกับบรรยากาศของ ทะเลสาบอินเลย์ หลังจากนั้นเดินทางไปหมู่บ้านผลิตบุหรี่พื้นเมือง และ แปลงสวนผักลอยน้ำ (Floating Garden)ที่ปลูกผักมากมาย เช่น พริก, ผักกาด, มะเขือเทศ ในจำนวนมากพอที่จะเลี้ยงคนพม่าทั้งประเทศได้ หลัง
จากนั้นนำท่านไปวัดแมวลอดห่วงNga-PheKyanngMonastaryเป็นสำนักสงฆ์ที่รวบรวมพระพุทธรูปสำคัญ ๆ ไว้เป็นจำนวนมากเป็นวัดที่ได้รับการประกาศให้เป็นโบราณสถาน ประกอบด้วยเสาไม้สักถึง 654 ต้น สร้างในปี ค.ศ. 1205 สมัยพระเจ้ามินดง ได้เวลาสมควรเข้าสู่ที่พัก
ค่ำ บริการอาหารค่า ณ ห้องอาหารโรงแรม
พักที่ SKY LAKE INLE RESORT ณ ทะเลสาบอินเล (หรือเทียบเท่า)
วันที่ 5 เฮโฮ-มัณฑะเลย์-พระราชวังมัณฑะเลย์-พระราชวังไม้สักชเวนานจอง-วัดกุโสดอ-มิงกุน-หมู่บ้านมิงกุน-ล่องแม่น้ำ -- อิระวดี-วัดกุสินารา-เขามัณฑะเลย์  (เช้า/กลางวัน/เย็น)
06.30 น.  บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
09.40 น. ออกเดินทางไปสนามบินเฮโฮ สู่เมืองมัณฑะเลย์โดยสายการบิน Air Bagan เที่ยวบินที่ W9-011
10.35 น. เดินทางถึง สนามบินมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นำท่านชมพระราชวังมัณฑะเลย์ (Mandalay Palace)พระราชวังที่ส่วนใหญ่ก่อสร้างด้วยไม้สักที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชีย สงครามมหาเอเชียบูรพา หรือสงครามโลกครั้งที่ 2 วันที่ 20 มีนาคม 2488เครื่องบินฝ่ายสัมพันธมิตรโดยกองทัพอังกฤษได้ทิ้งระเบิดจำนวนมากมายถล่มพระราชวังมัณฑะเลย์ของพม่า ด้วยเหตุผลว่าพระราชวังนี้เป็นแหล่งซ่องสุมกำลังของกองทัพญี่ปุ่นพระราชวังมัณฑะเลย์ซึ่งเป็นพระราชวังไม้สักก็ถูกไฟไหม้เผาราบเป็นหน้ากลองหลงเหลือก็แต่ป้อมปราการและคูนํ้ารอบพระราชวังที่ยังเป็นของดั่งเดิมอยู่ปัจจุปันพระราชวังที่เห็นอยู่เป็นพระราชวังที่รัฐบาลพม่าได้จำลองรูปแบบของพระราชวังของเก่าขึ้นมา
นำท่านไป พระราชวังไม้สักชเวนานจอง (Golden Palace Monastry)วังที่สร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง งดงามตามแบบ ศิลปะพม่าแท้ๆ วิจิตรตระการด้วยลวดลายแกะสลักประณีตอ่อนช้อย ทั้งหลังคา บานประตูและหน้าต่าง โดยเน้น รายละเอียดเกี่ยวกับพุทธประวัติและทศชาติของพระพุทธเจ้า สร้างโดยพระเจ้ามินดงในปี พ.ศ. 2400 ซึ่งเป็นปีที่พระองค์ย้ายราชธานีจากอมรปุระมาอยู่ที่เมืองมัณฑะเลย์เพื่อเป็นตำหนักยามแปรพระราชฐาน แต่หลังจากที่พระองค์สิ้นพระชนม์ พระเจ้าธีบอหรือ สีป่อ พระโอรสก็ทรงยกวังนี้ถวายเป็นวัด ถือได้ว่าเป็นงานฝีมือที่ประณีตของ ช่างหลวงชาวมัณฑะเลย์อย่างแท้จริง
นำท่านชม วัดกุโสดอ (Kuthodaw Pagoda)วัดกุโสดอเป็นวัดที่พระเจ้ามินดงทรงโปรดฯให้มีการจัดสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่5ของโลกขึ้นโดยทรงให้จารึกพระไตรปิฎกจำนวน84,000พระธรรมขันธ์ลงบนแผ่นหินอ่อน 729แผ่น รวม1,428หน้า และได้สร้างมณฑปสีขาวครอบแผ่นจารึกหินอ่อนเหล่านี้ไว้ (1แผ่นต่อ 1มณฑป) เรียงรายรอบพระเจดีย์มหาโลกมารชิน ที่จำลองแบบมาจากเจดีย์ชเวสิกองแห่งเมืองพุกามหนังสือกินเนสบุ๊คได้บันทึกไว้ว่า “หนังสือที่ใหญ่ที่สุดในโลก
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านสู่ เมืองมิงกุนโดยการล่องเรือไปตามแม่น้ำอิระวดีสู่มิงกุน จากท่าเรือใกล้เจดีย์ ชเวไจยัต เขตเมืองอมรปุระ ทวนน้ำไปหมู่บ้านมิงกุน ซึ้งเป็นส่วนหนึ่งของอมรปุระ แต่อยู่บนเกาะกลางลำน้ำอิรวดีและไปได้ด้วยเส้นทางเรือเท่านั้นทว่ามีอนุสรณ์สถานที่แสดงความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าปดุง ระหว่างทางจะได้เห็นหมู่บ้านอิรวดีที่มีลักษณะเป็น “กึ่งบ้านกึ่งแพ” เนื่องจากระดับน้ำอิรวดีในแต่ละฤดูกาลจะมีความแตกต่างกันมาก โดยเฉพาะฤดูน้ำหลาก ระดับน้ำจะขึ้นสูงกว่าฤดูแล้วกว่า 10 เมตร ชาวพม่าจึงนิยมสร้างบ้านกึ่งแพ คือถ้าน้ำขึ้นสูงก็ร่วมแรงกันยกบ้านขึ้นที่ดอนครั้นน้ำลงมากก็ยกบ้านมาตั้งใกล้น้ำเพื่อความสะดวกสบายในการใช้แม่น้ำในชีวิตประจำวัน
นำท่านชม เจดีย์มิงกุน ร่องรอยแห่งความทะเยอทะยานของพระเจ้าปดุง ด้วยภายหลังทรงเคลื่อนทัพไปตียะไข่ แล้วสามารถชะลอพระมหามัยมุนีมาประดิษฐานที่มัณฑะเลย์เป็นผลสำเร็จ จึงทรงฮึกเหิมที่จะกระทำการใหญ่ขึ้นและยากขึ้น ด้วยการทำสงครามแผ่ขยายไปรอบด้าน พร้อมกับเกณฑ์แรงงานข้าทาสจำนวนมากก่อสร้างเจดีย์มิงกุนหรือเจดีย์จักรพรรดิเพื่อประดิษฐานพระทันตธาตุที่ได้จากพระเจ้ากรุงจีนโดยทรงมุ่งหวังให้ยิ่งใหญ่เทียบเท่ามหาเจดีย์ในสมัยพุกาม และใหญ่โตโอฬารยิ่ง กว่าพระปฐมเจดีย์ในสยาม ซึ่งในเวลานั้นถือเป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในสุวรรณภูมิ ส่งผลให้ข้าทาสชาวยะไข่หรืออาระกันจำนวน 50,000 คนหลบหนีการขดขี่แรงงานไปอยู่ในเขตเบงกอล เป็นดินแดนในอาณัติของอังกฤษแล้วทำการซ่องสุมกำลังเป็นกองโจรลอบโจมตีกองทัพพม่าอยู่เนืองๆโดยพม่ากล่าวหาว่าอังกฤษหนุนหลังกลายเป็นฉนวนให้เกิดสงครามอังกฤษ-พม่าอันเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พม่าเสียเมืองในที่สุดอย่างไรก็ตาม งานก่อสร้างเจดีย์มิงกุนดำเนินไปได้เพียง7ปี พระเจ้าปดุงเสด็จสวรรคตภายหลังทรงพ่ายแพ้ไทยในสงครามเก้าทัพ มหาเจดีย์อันยิ่งใหญ่ในพระราชหฤทัยของพระองค์จึงปรากฏเพียงแค่ฐานทว่าใหญ่โตมหึมาดั่งภูเขาอิฐที่มีความมั่นคงถึง50 เมตร ซึ่งหากสร้างเสร็จตามแผนจะเป็นเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดและสูงที่สุดในโลก เพราะสูงถึง 152 เมตร ส่วนรอยแตกร้าวตรงกลางฐานเกิดจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในปีระฆังมิงกุนไม่ไกลจากฐานเจดีย์มิงกุนคือระฆังมิงกุนพระเจ้าปดุงโปรดฯให้สร้างโดยสำเร็จ เพื่อทิศทวายแด่มหาเจดีย์มิงกุน จึงต้องมีขนาดใหญ่คู่ควรกัน คือเป็นระฆังยักษ์ที่มีเส้นรอบวงถึง 10เมตร สูง 3.70 เมตร น้ำหนัก87ตัน เล่าขานกันว่า พระเจ้าปดุงทรงไม่ต้องการให้มีใครสร้างระฆังเลียนแบบจึงรับสั่งให้ประหารชีวิตนายช่างทันทีที่สร้างเสร็จ ปัจจุบันถือเป็นระฆังยักษ์ที่มีขนาดเล็กกว่าระฆังแห่งหนึ่งแห่งพระราชวังเครมลินในกรุงมอสโกเพียงใบเดียวทว่าระฆังเครมลินแตกร้าวไปแล้วชาวพม่าจึงภาคภูมิใจว่าระฆังมิงกุนเป็นระฆังยักษ์ที่ยังคงส่งเสียงก้องกังวานทั้งนี้เคยมีการทดสอบความกว้างใหญ่ของระฆังใบนี้ โดยให้เด็กตัวเล็กๆไปยืนรวมกันอยู่ใต้ระฆังได้ถึง100คน เจดีย์ชินพิวมิน(เมียะเต็งดาน)ประดิษฐานอยู่เหนือระฆังมิงกุนไม่ไกล ได้ชื่อว่าเป็นเจดีย์ที่สวยสง่ามากแห่งหนึ่งสร้างขึ้นในปี พ.ศ.2359โดยพระเจ้าบากะยีดอว์ พระราชนัดดาในพระเจ้าปดุง เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความรักที่พระองค์มีต่อพระมหาเทวีชินพิวมิน ซึ่งถึงแก่พิราลัยก่อนเวลาอันควร จึงได้รับสมญานามว่า “ทัชมาฮาลแห่งลุ่มอิรวดี”เจดีย์องค์นี้เป็นพุทธศิลป์ที่สร้างขึ้นด้วยภูมิจักรวาลคือมีองค์เจดีย์สถิตอยู่ตรงกลางณยอดเขาพระสุเมรุอันเชื่อกันว่าเป็นศูนย์กลางและโลกและจักรวาลล้อมรอบด้วยขุนเขาและมหาสมุทรตามหลักไตรภูมิหลังจากนั้นเดินทางกลับมายังมัณฑะเลย์
นำท่านแวะวัดกุสินาราซึ่งมีอายุหลายร้อยปี ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์นำท่านเดินทางสู่เขา Mandalay Hillตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของพระราชวัง เขาลูกนี้สูง 240 เมตร ซึ่งเป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามที่สุดของเมืองมัณฑะเลย์ ซึ่งอยู่บนยอดเขา สามารถมองเห็นทัศนียภาพของเมืองมัณฑะเลย์เกือบทั้งเมือง ชมพระอาทิตย์
ค่ำ  บริการอาหารค่ำเมนูพิเศษ กุ้งแม่น้ำเผา
นำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรมหรูหราระดับ 4 ดาว **โรงแรมระดับ 4 ดาวHAZEL MANDALAY HOTEL 4 STAR
วันที่ 5 ร่วมพิธีล้างหน้าพระพักตร์พระมหามัยมุณี-อมรปุระ-สะพานไม้อูเบ็ง-มัณฑะเลย์-กรุงเทพฯ  (เช้า/กลางวันบนเครื่อง)
04.00 น. นำท่านนมัสการ พระมหามัยมุนี อันเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุด 1 ใน 5 แห่งของพม่า ถือเป็นต้นแบบ
พระพุทธรูปทองคำขนาดใหญ่ทรงเครื่องกษัตริย์ที่ได้รับการขนานนามว่า “พระพุทธรูปทองคำเนื้อนิ่ม”ที่พระเจ้ากรุงยะไข่ทรงหล่อขึ้นที่เมืองธรรมวดี เมื่อปี พ.ศ. 689 สูง 12 ฟุต 7 นิ้ว หุ้มด้วยทองคำเปลวหนา 2 นิ้ว ทรงเครื่องประดับทองปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 9 ฟุต ในปี พ.ศ. 2327 พระเจ้าปดุงได้สร้างวัดมหามุนี หรือวัดยะไข่ (วัดอาระกัน หรือวัดพยาจี) เพื่อประดิษฐานพระมหามัยมุนี และในปี พ.ศ.2422 สมัยพระเจ้า สีปอ ก่อน จะเสียเมืองพม่าให้อังกฤษได้เกิดไฟไหม้วัดทองคำ จึงทำให้ทองคำเปลวที่ปิดพระละลายเก็บเนื้อทองได้นํ้าหนักถึง 700 บาท ต่อมาในปี พ.ศ.2426 ชาวพม่าได้เรี่ยไรเงินเพื่อบูรณะวัดขึ้นใหม่มีขนาดใหญ่กว่าเดิมโดยสายการออกแบบของช่างชาวอิตาลีจึงนับได้ว่าเป็นวัดที่สร้างใหม่ที่สุดแต่ประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่ที่สุดในเมืองพม่า โดยรอบ ๆ ระเบียงเจดีย์ยังมีโบราณวัตถุที่ นำไปจากกรุงศรีอยุธยาเมื่อครั้งกรุงแตกครั้งที่ 1 พร้อมทั้ง เชิญทุกท่านร่วมทำบุญบูรณวัดกุสินารา ซึ่งมีอายุหลายร้อยปี ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ สวยงามมากจากนั้นกลับโรงแรม
07.00 น.  บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
ท่านเดินทางเข้าสู่ตัวเมือง อมรปุระ(Amrapura)เมืองแห่งผู้เป็นอมตะซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของเมืองมัณฑะเลย์ซึ่งเป็นราชธานีเพียง 76 ปี แห่งหนึ่งของพม่าก่อนที่จะย้ายมายอยู่ที่เมืองมัณฑะเลย์ในปี พ.ศ.2400ชม สะพานไม้อูเบ็ง (U-Ben)สะพานไม้สักที่ยาวที่สุดในโลก เสาของสะพานใช้ไม้สักถึง1,208 ต้นซึ่งมีอายุกว่า 200ปีสะพานอูเบ็ง สร้างจากไม้สักที่รื้อถอนจากพระราชวังเก่ากรุงอังวะ โดยพระเจ้าปดุงให้ขุนนางชื่ออูเบ็งคุมงานก่อสร้างสะพานแห่งนี้เลยตั้งชื่อตามผู้คุมทอดข้ามทะเลสาบคองตามัน ไปสู่วัดจอกตอจีซึ่งมีเจดีย์ที่สร้างตามแบบวัดอนันดาแห่งพุกามภายในมีจิตรกรรมฝาผนังทีเป็นศิลปะชาวกรุงศรีอยุธยาที่ถูกกวาดต้อนตอนเสียกรุงให้มาอยู่ในอาณาบริเวณแถบนี้นั่นเอง
12.50 น. ออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยสายการบินไทยแอร์เอเชีย เที่ยวบินที่ FD 245 ** มีบริการอาหารร้อนและเครื่องดื่มบนเครื่อง **
15.15น. เดินทางถึงสนามบินดอนเมือง กรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพ


เริ่มเดินทาง กลับจากเดินทาง ผู้ใหญ่ เด็กมีเตียง เด็กไม่มีเตียง พักเดี่ยว หมายเหตุ
08ธ.ค.60 13ธ.ค.60 34,900 34,500 33,900 8,000
28ธ.ค.60 02ม.ค.61 33,900 33,500 23,900 8,000
09ก.พ.61 14ก.พ.61 31,900 31,500 30,900 8,000
01มี.ค.61 06มี.ค.61 31,900 31,500 30,900 8,000
** ราคาดังกล่าวอาจมีการปรับเปลี่ยนหากสายการบินมีการเรียกเก็บภาษีน้ำมันและภาษีสนามบินเพิ่มเติม **




โปรแกรมการเดินทางอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม และในแต่ละครั้งจะต้องมีจำนวนผู้โดยสารตามที่บริษัทฯ กำหนดไว้