GTM-35 GLA-EK002 สกอตแลนด์ เวลส์ อังกฤษ 8N5D NOV17-MAR18 BY EK
ทัวร์ สกอตแลนด์ เวลส์ อังกฤษ 8 วัน 5 คืน
เดินทาง พ.ย.-มี.ค.61
โดยสายการบิน Emirate Airline
ราคาเริ่มต้น 53,900.-


เริ่มต้น 53,900


ส่งให้เพื่อนทางไลน์
ทัวร์ สกอตแลนด์ เวลส์ อังกฤษ 8 วัน 5 คืน ปราสาทเอดินเบิร์ก - สนามฟุตบอลของทีมปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด - เมืองคาร์ดิฟฟ์ - พิพิธภัณฑ์น้ำแร่ร้อนโรมัน - เสาหินสโตนเฮ้นจ์ - กรุงลอนดอน เดินทาง พ.ย.-มี.ค.61 โดยสายการบิน Emirate Airline ราคาเริ่มต้น 53,900.-
วันแรกของการเดินทาง กรุงเทพฯ
22.00 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศประตู 9 เคาน์เตอร์ T สายการบินเอมิเรตส์ โดยมีเจ้าหน้าที่ คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก
วันที่สองของการเดินทาง กรุงเทพฯ – ดูไบ – กลาสโกว์ – เอดินบะระ – ปราสาทเอดินบะระ
01.05 น. ออกเดินทางสู่ดูไบ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 385
05.00 น. เดินทางถึง สนามบินดูไบ แวะรอเปลี่ยนเครื่อง
07.20 น. ออกเดินทางต่อสู่กลาสโกว์ ประเทศสก็อตแลนด์ โดยเที่ยวบินที่ EK 027
11.30 น. ถึงสนามบินกลาสโกว์ ประเทศสก็อตแลนด์ (Scotland) (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง และจะเปลี่ยนเป็น 7 ชั่วโมงในวันที่ 29 ตุลาคม 2560) นำท่านผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร นำท่านเดินทางเข้าสู่เมืองเอดินเบิร์ก (Edinburgh) เมืองหลวงของสก็อตแลนด์ (Scothland) ดินแดนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่สวยงาม นำท่านเดินทางสู่ย่านเมืองเก่า สู่ถนนรอยัลไมล์ (Royal Mile) ถนนสายสำคัญที่เชื่อมสู่พระตำหนักโฮลี่รู๊ด (Palace of Holyrood House) ซึ่งเป็นที่ประทับของพระราชินี เวลาเสด็จเยือนสกอตแลนด์ และเคยเป็นที่ประทับของพระนางแมรีแห่ง สก็อต ฝั่งตรงข้ามเป็นรัฐสภาแห่งชาติสก็อตอันน่าภาคภูมิใจ ด้วยสถาปัตยกรรมร่วมสมัย
จากนั้นนำท่านเข้าชมปราสาทเอดินบะระ (Edinburgh Castle ) อันสง่างามด้วยทำเลที่ตั้งบนเนินเขาสูง มองเห็นเด่นเป็นสง่าจากทุกมุมเมือง เคยเป็นที่ประทับของกษัตริย์สก๊อต แบ่งเป็นส่วนต่างๆอย่างน่าชม อาทิ ส่วนของป้อมปราการและกำแพงปราสาทโบราณ มีปืนใหญ่เรียงราย รวมทั้งประเพณีการยิงปืนใหญ่ในเวลา 13.00 น. ของทุกวันตลอด 150 ปีที่ผ่านมา, โบสถ์เซนต์ มากาเร็ต สร้างในคริสต์ศตวรรษที่ 12 เพื่อรำลึกถึงพระมารดาของกษัตริย์เดวิดที่ 1 แล้วเข้าสู่พระราชฐานชั้นในส่วนที่เป็น The Palace จัดแสดงเกี่ยวกับเรื่องราวของราชวงศ์แห่งสก็อต
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
นำคณะเข้าสู่ที่พัก โรงแรม NOVOTEL EDINBURGH PARK หรือเทียบเท่า
วันที่สามของการเดินทาง เอดินบะระ – แมนเชสเตอร์ – เข้าชมสนามฟุตบอลโอลด์ แทรฟฟอร์ด – ลิเวอร์พูล
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นออกเดินทางสู่เมืองแมนเชสเตอร์ (Manchester) เมืองอุตสาหกรรม ที่มีชื่อเสียงจากการเป็นเมืองอุตสาหกรรมแห่งแรกของโลก เป็นศูนย์กลางศิลปะ สื่อ และธุรกิจขนาดใหญ่ อีกทั้งยังเป็นเมืองที่ตั้งของสโมสรที่มีชื่อเสียงโด่งดังในวงการฟุตบอลของโลก โดยมีสโมสรฟุตบอล 3 สโมสร ได้แก่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และสโมสรคริกเก็ต แลงคาเชียร์ เคาน์ตี้
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
บ่าย นำคณะเข้าชมสนามฟุตบอลโอลด์ แทรฟฟอร์ด (Old Trafford Stadium and Museum Tour ) ของสโมสรแมนยูฯ ที่จัดว่ารวยที่สุดในโลก เป็นสนามที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของอังกฤษ รองรับแฟนบอลได้มากถึง 76,212 คน เป็นรองจากสนามเวมบลีย์ สเตเดียม (Wembley Stadium) สนามฟุตบอลของทีมชาติอังกฤษเพียงแห่งเดียว และใหญ่เป็นอันดับที่ 11 ของยุโรปนอกจากนั้นยังเป็น 1 ใน 2 สนามในอังกฤษที่ ยูฟ่า รับรองเป็นสนาม 5 ดาว รวมทั้งเข้าชมพิพิธภัณฑ์ (Museum) ที่รวบรวมประวัติความเป็นมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งสโมสร และ ยังมีสิ่งของ ถ้วยรางวัลต่างๆ แสดงโชว์อยู่ด้วย จากนั้นอิสระให้ท่านเลือกซื้อของที่ระลึกของทีมที่ท่านชื่นชอบในร้าน MEGA STORE ที่มากมายไปด้วยของที่ระลึกหลากหลายชนิดสำหรับแฟนบอล ***หมายเหตุ หากไม่สามารถเข้าชมสนามฟุตบอลและพิพิธภัณฑ์ได้ เช่น ในวันที่มีการแข่งขัน ฯลฯ ทางบริษัทขอคืนค่าใช้จ่าย 700 บาท ต่อท่าน*** จากนั้นออกเดินทางสู่เมือง ลิเวอร์พูล (Liverpool) ได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองวัฒนธรรมแห่งยุโรปในปี 2008 และยังเป็นเมืองถิ่นกำเนิดของวงดนตรีสี่เต่าทองหรือเดอะบีทเทิล ความรุ่งเรืองของลิเวอร์พูลมาจากการเป็นเมืองท่าสำคัญ มีการติดต่อค้าขายกับแคริบเบียน, ไอร์แลนด์ และแผ่นดินใหญ่ยุโรป
นำท่านชมบริเวณท่าเรืออัลเบิร์ต (Albert Dock) โดยบริเวณท่าเรือประกอบไปด้วยอาคารท่าเรือและคลังสินค้า ชมตึกรอยัลลิเวอร์ (Royal Liver Building) อีกหนึ่งอาคารที่ถือว่าเป็นสัญลักษณ์และมีชื่อเสียงของเมืองลิเวอร์พูล
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน
นำคณะเข้าสู่ที่พัก โรงแรม NOVOTEL LIVERPOOL หรือเทียบเท่า
วันที่สี่ของการเดินทาง ลิเวอร์พูล – เมืองสแตรทฟอร์ด – คาร์ดิฟฟ์ เมืองหลวงประเทศเวลส์
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นเดินทางต่อสู่ เมืองสแตรทฟอร์ด (Stratford Upon Avon) เมืองที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเอวอน อันเป็นบ้านเกิดของ วิลเลี่ยม เช็คสเปียร์ (William Shakespeare ) กวีที่มีชื่อเสียงที่สุดของอังกฤษ นำท่านเที่ยวชมเมืองแสตรทฟอร์ด ซึ่ง ร่มรื่นไปด้วยสวนสาธารณะ นำชมบ้านเช็คสเปียร์ (ด้านนอก) และชีวิตความเป็นอยู่ของกวีเอกในอดีต ชมโบสถ์เก่าแก่ Holy Trinity แม่น้ำเอวอนอันเงียบสงบ และสถานที่ในประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับกวีเอกผู้นี้ อิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้าที่ระลึกจากร้านค้ามากมาย
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน
บ่าย จากนั้นเดินทางต่อสู่เมืองคาร์ดิฟฟ์ (Cardiff) เมืองหลวงประเทศเวลส์ (Wales) หนึ่งในเครือจักรภพ กลางใจเมืองเป็นที่ตั้งของปราสาทคาร์ดิ๊ฟ เดิมเป็นที่พำนักของขุนนางผู้ปกครองเมือง ถูกล้อมรอบไว้ด้วยกำแพงโบราณ จากนั้นผ่านชมศาลาว่าการเมืองและกลุ่มอาคารโบราณเก่าแก่ผ่านชมเมือง สวนสาธารณะคาร์ดิ๊ฟ, สนามกีฬามิลเลนเนียม, อาคารที่ทำการของรัฐ
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน
เข้าสู่ที่พัก โรงแรม CLAYTON HOTEL CARDIFF หรือเทียบเท่า
วันที่ห้าของการเดินทาง คาร์ดิฟฟ์ – เมืองบาธ – เสาหินสโตนเฮ้นจ์ – ลอนดอน
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ออกเดินทางต่อสู่เมืองบาธ (Bath) ตั้งอยู่ในหุบเขาของแม่น้ำเอวอนในบริเวณที่มีน้ำพุร้อนธรรมชาติที่เป็นที่ตั้งถิ่นฐานของชาวโรมันสมัยที่ยังเรืองอำนาจ และเป็นผู้สร้างโรงอาบน้ำโรมัน (Roman Bath) และยังได้เป็นเมืองมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้ (UNESCO) ในปี ค.ศ. 1987
นำท่านเข้าชมพิพิธภัณฑ์น้ำแร่ร้อนโรมัน (Roman Bath Museum) ซึ่งมีประวัติการค้นพบที่น่าสนใจ ปัจจุบันเป็นกลุ่มอาคารสำคัญของเมือง คือ บริเวณที่เป็นที่ตั้งของบ่อน้ำแร่ร้อนคิงส์ (The Sacred Spring) ส่วนที่สอง คือ บริเวณวัด และส่วนที่สาม คือ บริเวณที่เปิดบริการให้นักท่องเที่ยวหรือชาวเมืองใช้บริการน้ำแร่ซึ่งมีทั้งสระว่ายน้ำ, บ่อน้ำแร่เย็น-ร้อน,ห้องอบไอน้ำ และส่วนที่เป็น Turkish Bath
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง (FISH&CHIPS)
บ่าย นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองซาลิสบัวรี่ (Salisbury) นำท่านชมเสาหินสโตนเฮ้นจ์ (Stonehenge) 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคก่อนประวัติศาสตร์ มีอายุกว่า 5,000 ปี เป็นกลุ่มแท่งหินขนาดใหญ่ ตั้งอยู่กลางทุ่งราบกว้างใหญ่ ซึ่งไม่มีใครทราบวัตถุประสงค์ในการสร้างอย่างชัดเจน
จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่มหานครลอนดอน (London) เมืองที่เป็นศูนย์กลางสำคัญทางธุรกิจ การเมือง วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ของโลก เป็นผู้นำด้านการเงิน การเมือง การสื่อสาร การบันเทิง แฟชั่น ศิลปะ และเป็นที่ยอมรับว่ามีอิทธิพลไปทั่วโลก และยังเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ใหญ่และสำคัญของยุโรปอีกด้วย
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารไทย
นำเข้าสู่ที่พัก โรงแรม HOLIDAY INN LONDON WEST หรือเทียบเท่า
วันที่หกของการเดินทาง อิสระเที่ยวชมลอนดอนตามอัธยาศัย
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
อิสระเต็มวัน โดยมีหัวหน้าทัวร์ให้ข้อมูล หรือ คำแนะนำ และ ทางบริษัทไม่มีรถบริการส่ง ค่าใช้จ่ายทั้งหมดเป็นความรับผิดชอบของตัวท่านเอง อิสระเที่ยวชม หอคอยแห่งลอนดอน เป็นพระราชวังหลวงและป้อมปราการตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำเทมส์ในกรุงลอนดอนในอังกฤษเป็นพระราชวังที่เดิมสร้างโดยพระเจ้าวิลเลียมที่ 1 แห่งอังกฤษ เมื่อปี ค.ศ. 1078 เป็นสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์ พระราชวังเป็นรู้จักกันในนามว่า “หอคอยแห่งลอนดอน” หรือ “หอ” ในประวัติศาสตร์ ตัวปราสาทตั้งอยู่ภายในโบโรแห่งทาวเวอร์แฮมเล็ทส์และแยกจากด้านตะวันออกของนครหลวงลอนดอน (City of London) ด้วยลานโล่งที่เรียกว่าเนินหอคอยแห่งลอนดอน หรือ “ทาวเวอร์ฮิล” (Tower Hill) ยุโรป อิสระเลือกซื้อสิ้นค้าที่ห้างดังใจกลางกรงุลอนดอน เช่น ห้างแฮร์รอดส์ (Harrods) ในย่านไนซ์บริดจ์ (Knights Bridge) จากนั้นอิสระให้ท่านได้สนุกกับการเลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย บริเวณถนนอ๊อกฟอร์ด (Oxford Street) ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางการช๊อปปิ้งในกรุงลอนดอน มีร้านค้าเสื้อผ้าแฟชั่น เครื่องประดับ นาฬิกา ชื่อดังมากมายตลอดแนวถนนกว่า 2 กิโลเมตร อาทิ เช่น Next, Zara, Top Shop, Accessorize, River Island, Nike Town, Uniqlo, Mark&Spencer, H&M, Miss Selfridge ฯลฯ ห้าง John Lewis, House of Fraser และ ยังมีห้างสุดหรูอย่าง Selfridges ที่มีสินค้าซุปเปอร์แบรนด์ ตั้งอยู่อีกด้วย อิสระเลือกซื้อ บริเวณถนนอ๊อกฟอร์ด ยังมีถนนสายช้อปปิ้งชื่อดังเชื่อมต่ออย่าง ถนนคาร์นาบี้ (Canaby Street) แหล่งแฟชั่นสุดฮิตของวัยรุ่นที่มีร้าน G - Star Raw, Diesel, Replay, Vans หรือ ถนนนิว บอนด์ (New Bond Street) ซึ่งเป็นที่ตั้งของร้านซุปเปอร์แบรนด์ อย่างเช่น Louis Vitton, Gucci, Prada, Mulberry, Burberry, Alexander Mc Queen, Long Champ, Bvlgari เป็นต้น อิสระให้ท่านเลือกเที่ยวนอกเมืองตามอัธยาศัย พระราชวังวินเซอร์ (Windsor Castle) เป็นพระราชวังที่ประทับสำหรับการพักผ่อนสุดสัปดาห์ของพระราชินีอังกฤษ พระราชวังนี้เป็นพระราชวังที่ใหญ่ที่สุดในโลกและสร้างมามากกว่า 900 ปี พระราชวังนี้เปิดให้ประชาชนเข้าชมด้านในในส่วนที่อยู่รอบกำแพง และส่วนที่เปิดให้ชม เป็นห้องต่างๆสำหรับการใช้งานในวาระต่างๆ
นำเข้าสู่ที่พัก โรงแรม HOLIDAY INN LONDON WEST หรือเทียบเท่า
วันที่เจ็ดของการเดินทาง เที่ยวลอนดอน – หอนาฬิกาบิกเบน – Bicester Village outlet – สนามบิน
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเที่ยวชม มหานครลอนดอน ผ่านพิคคาดิลลี่เซอร์คัส (Piccadilly Circus) เดิมเป็นวงเวียนที่บรรจบของถนน 6 สาย มีน้ำพุ และรูปปั้นอีรอสตรงกลาง และเข้าสู่ไชน่าทาวน์ ย่านชุมชนชาวจีนกลางมหานครลอนดอน ผ่านจัตุรัสทราฟัลก้าร์ (Trafalgar Square) ที่รายล้อมไปด้วยอาคารที่น่าสนใจ ผ่านมหาวิหารเซนต์ปอล (St.Paul’s Cathedral) ที่มียอดโดมใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก สถานที่ใช้จัดพระราชพิธีอภิเษกสมรสระหว่างเจ้าฟ้าชายชาร์ล และเลดี้ไดอาน่า สเปนเซอร์ แล้วเข้าสู่จัตุรัสรัฐสภา ถ่ายรูปบริเวณด้านนอกของมหาวิหารเวสท์มินส์เตอร์ (Westminster Abbey) ที่ตั้งของรัฐสภาอังกฤษมาตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 16 และยังเป็นที่ตั้งของหอนาฬิกาที่รู้จักกันดีในนามหอนาฬิกาบิกเบน (Big ben) ที่มีความสูง 320 ฟุต ตีบอกเวลาทุกหนึ่งชั่วโมง เป็นนาฬิกาที่มีหน้าปัดใหญ่ที่สุดในโลกและฝั่งตรงข้ามที่มีแม่น้ำเทมส์กั้นอยู่เป็นที่ตั้งของชิงช้าสวรรค์ลอนดอน อาย (London Eye) ชิงช้าสวรรค์ที่สูงที่สุดในยุโรป
จากนั้นนำท่านถ่ายรูปบริเวณด้านนอกของพระราชวังบั้คกิ้งแฮม (Buckingham Palace) ที่ประทับของพระราชินีอลิซาเบธที่ 2 และพระสวามี ใจกลางกรุงลอนดอน
เที่ยง รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคารอาหารจีน โฟร์ซีซั่น เพื่อลิ้มรสเป็ดย่างอันเลื่องชื่อ
บ่าย นำท่านเดินทางสู่ เดินทางสู่ Bicester Village outlet อิสระให้ท่านช้อปปิ้ง จุใจ มีหลากหลายแบรนด์ดังให้ท่านให้เลือกสรร อาทิ เช่น Balenciaga, Valentino, MCM, Ermenegildo Zegna, Alberta Ferretti, Shanghai Tang, Dior, Giorgio Armani, Dolce & Gabrana, Bottega Veneta, Bvlgari, Fendi ฯลฯ
18.00 น. พาท่านเดินทางสู่สนามบินฮีทโธรว์ เพื่อให้ท่านได้มีเวลาทำคืนภาษี (Tax Refund) และเลือกซื้อสินค้าปลอดภาษีในสนามบิน
20.20 น. ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ เที่ยวบินที่ EK 004 ***คณะเดินทางตั่งแต่วันที่ 24 ม.ค. 61 เป็นต้นไป ออกเดินทางเที่ยวบิน ที่ EK 004 เวลา 20.20 น. และถึงดูไบ เวลา 07.20 น.*** ***คณะเดินทางวันที่ 21 – 28 มี.ค. 61 ออกเดินทางเที่ยวบินที่ EK 004 เวลา 20.40 น. และถึงดูไบ เวลา 06.35 น.***
วันที่แปดของการเดินทาง ดูไบ – กรุงเทพฯ
07.05 น. เดินทางถึง สนามบินดูไบ แวะรอเปลี่ยนเครื่อง
09.30 น. ออกเดินทางสู่ประเทศไทย โดยเที่ยวบินที่ EK 372 ***คณะเดินทางวันที่ 21 – 28 มี.ค. 61 ออกเดินทางเที่ยวบินที่ EK 372 เวลา 09.40 น. และถึงกรุงเทพฯ เวลา 18.55 น.***
18.40 น. คณะเดินทางกลับถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ


เริ่มเดินทาง กลับจากเดินทาง ผู้ใหญ่ เด็กมีเตียง เด็กไม่มีเตียง พักเดี่ยว หมายเหตุ
28พ.ย.60 05ธ.ค.60 53,900 53,900 53,900 7,900
06ธ.ค.60 13ธ.ค.60 53,900 53,900 53,900 7,900
28ธ.ค.60 04ม.ค.61 69,900 69,900 69,900 12,500
24ม.ค.61 31ม.ค.61 53,900 53,900 53,900 7,900
16ก.พ.61 23ก.พ.61 53,900 53,900 53,900 7,900
28ก.พ.61 07มี.ค.61 53,900 53,900 53,900 7,900
21มี.ค.61 28มี.ค.61 53,900 53,900 53,900 7,900
** ราคาดังกล่าวอาจมีการปรับเปลี่ยนหากสายการบินมีการเรียกเก็บภาษีน้ำมันและภาษีสนามบินเพิ่มเติม **




โปรแกรมการเดินทางอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม และในแต่ละครั้งจะต้องมีจำนวนผู้โดยสารตามที่บริษัทฯ กำหนดไว้