GTM-14 TURKEY SPRING SEASON 8D6N [NOV17-APR18] BY QR
ทัวร์ TURKEY SPRING SEASON 8D6N 
เมืองอิสตันบูล  คัปปาโดเกีย  โชว์ระบำหน้าท้อง 
อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองคุณภาพที่ ตลาดสไปซ์
เดินทาง มีนาคม-พฤษภาคม 2561 *วันสงกรานต์*
โดยสายการบิน Qatar Airways 
ราคาเริ่มต้น 30,999.-


เริ่มต้น 30,999


ส่งให้เพื่อนทางไลน์
ทัวร์ TURKEY SPRING SEASON 8D6N เมืองอิสตันบูล คัปปาโดเกีย โชว์ระบำหน้าท้อง อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองคุณภาพที่ ตลาดสไปซ์ เดินทาง มีนาคม-พฤษภาคม 2561 *วันสงกรานต์* โดยสายการบิน Qatar Airways ราคาเริ่มต้น 30,999.-
วันที่ 1 สมุทรปราการ (ท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิ) - โดฮา - อิสตันบลู
05:30 น. คณะพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ประตูทางเข้า 8 เคาน์เตอร์ P สายการบิน QATAR AIRWAYS โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับ
08:35 น. ออกเดินทางสู่ ท่าอากาศยาน โดฮา ประเทศกาตาร์ โดยเที่ยวบินที่ QR831
12:00 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยาน โดฮา ประเทศกาตาร์ (เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่อง)
13:40 น. ออกเดินทางต่อสู่ ท่าอากาศยาน อตาเติร์ก เมืองอิสตันบูล ประเทศตุกี โดยสายการบิน QATAR AIRWAYS เที่ยวบินที่ QR245
18:25 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยาน อตาเติร์ก เมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง เดินทางสู่ที่พัก
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
CROWNE PLAZA ISTANBUL HARBIYE HOTEL 5* หรือเทียบเท่า
วันที่ 2 อิสตันบูล
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมอ
นำท่านเดินทางสู่ เมืองอิสตันบูล Istanbul เมืองที่มีความสำคัญที่สุดและเป็นเมืองที่มีประชากรหนาแน่นมากที่สุดในตุรกี เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ริมช่องแคบบอสฟอรัส Bosphorus เดิมชื่อว่า คอนสแตนติโนเปิล ซึ่งเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ เป็นเมืองสำคัญของชนเผ่าจำนวนมากในบริเวณนั้น จึงส่งผลให้อิสตันบูลมีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไป เช่น ไบแซนเทียม คอนสแตนติโนเปิ้ล เป็นต้น
นำท่าน ล่องเรือชมช่องแคบบอสฟอรัส Bosphorus ซึ่งเป็นช่องแคบที่เชื่อมทะเลดำ The Black Sea เข้ากับทะเลมาร์มาร่า Sea of Marmara โดยมีความยาวประมาณ 32 กิโลเมตร ความกว้างเริ่มตั้งแต่ 500 เมตร จนถึง 3 กิโลเมตร ถือว่าช่องแคบนี้เป็นจุดพบกันของสุดขอบทวีปยุโรปและสุดขอบทวีปเอเชีย ซึ่งนอกจากความสวยงามแล้ว ช่องแคบบอสฟอรัสยังเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญยิ่งในการป้องกันประเทศตุรกีอีกด้วย ขณะที่ล่องเรือท่านจะได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ข้างทางไม่ว่าจะเป็นพระราชวังโดลมาบาเชหรือบ้านเรือนสไตล์ยุโรปของบรรดาเศรษฐีทั้งหลาย ซึ่งล้วนแล้วแต่สวยงามตระการตาทั้งสิ้น
นำท่านเข้าชมภายใน สุเหร่าเซนต์โซเฟีย Mosque of Hagia Sophia หรือชื่อในปัจจุบัน คือ พิพิธภัณฑ์ฮายาโซฟีอา หรือฮาเจียโซเฟีย Hagia Sophia Museum เดิมเคยเป็นโบสถ์ของคริสต์ศาสนา นิกายออร์โธดอกส์ ต่อมาถูกเปลี่ยนเป็นสุเหร่า และในปัจจุบันได้กลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์ สุเหร่าเซนต์โซเฟียถือเป็นสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง และมักถูกจัดให้อยู่ในรายการ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง ซึ่งจุดเด่นอยู่ที่ยอดโดมขนาดมหึมากลางวิหาร และนับเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดของสถาปัตยกรรมแบบไบแซนไทน์
นำท่านเข้าชมภายใน สุเหร่าสีน้ำเงิน Blue Mosque สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนาที่มีความสวยงามอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งชื่อนี้ได้มาจากสีน้ำเงินของกระเบื้องเคลือบที่ใช้ปูตลอดแนวฝาผนังด้านใน ถูกสร้างขึ้นบนพื้นที่ซึ่งเคยเป็นวังของจักรพรรดิไบเซนไทน์ โดยสุลต่านอาห์เหม็ดที่ 1 ค.ศ. 1609 ใช้เวลาสร้างโดยรวมแล้ว 7 ปี
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านเดินทางสู่ พระราชวังโดลมาบาห์เช Dolmabahce Palace สร้างโดยสุลต่านอับดุล เมซิด Abdul Mecit ในปี 2399 ใช้เวลาสร้างถึง 30 ปี สร้างด้วยหินอ่อน ศิลปะแบบตะวันออกผสมผสานกับตะวันตก ตัวอาคารยาวถึง 600 เมตร ตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลมาร์มาราในช่องแคบบอสฟอรัสบนฝั่งทวีปยุโรป จุดเด่นของวังแห่งนี้คือมีการประดับตกแต่งด้วยความประณีตวิจิตรตระการตามีทั้งเฟอร์นิเจอร์ พรม โคมไฟ เครื่องแก้วเจียระใน และรูปเขียน รูปถ่ายต่างๆ ที่มีชื่อเสียงมาก ได้แก่ โคมไฟแชนเดอเลียร์ ของขวัญจากอังกฤษทำจากแก้วคริสทัลขนาดใหญ่ที่สุดในโลกหนักถึง 5000 กิโลกรัม ประดับดวงไฟ 750 ดวง พรมทอมือผืนเดียวที่ใหญ่ที่สุดในโลก เสาหินอ่อนบันไดทางขึ้นห้องโถงตรงราวทำด้วยไม้วอลนัต ลูกกรงราวบันไดทำด้วยแก้วคริสทัล พรมชั้นเลิศราคาแพงที่สุดในโลก ทอโดย Cinar ในตุรกี เครื่องแก้วเจียระไนจากโบฮีเมีย ดีที่สุดในโลกของสาธารณรัฐเช็ก หินอ่อนจากอียิปต์มาทำห้องอาบน้ำ เซาน่า ในรูปแบบที่เรียกว่า เตอร์กิชบาธ ที่น่าสังเกตคือมีนาฬิกาวางประดับไว้มากมาย ทุกเรือนจะชี้บอกเวลา 09.06 น. อ้นเป็นเวลาที่ประธานาธิบดีมุสตาฟา เคมาล หรืออตาเติร์กถึงแก่อสัญกรรมในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2484 แลมีรูปภาพเหมือนของสุลต่านหลายพระองค์ที่น่าสนใจคือ รูปสุลต่านอับดุล อาซิส ผู้มีรูปร่างใหญ่มาก สูง 195 เซนติเมตร มีน้ำหนัก 200 กิโลกรัม โปรดกีฬามวยปล้ำ ขี่ม้า ยิ่งธนู เป็นสุลต่านองค์แรกที่เสด็จเยือนต่างประเทศ เช่นอียิปต์ ฝรั่งเศส อังกฤษ เบลเยี่ยม เยอรมนี ออสเตรีย และฮังการี ที่น่าทึ่งและประหลาดใจก็คือ ทุกๆอย่างในพระราชวังเป็นของดั้งเดิม มิได้ถูกขโมยหรือทำลายเสียหาย การเข้าชมภายในพระราชวังก็ต้องเข้าชมเป็นคณะเป็นรอบๆ มีเวลา มีมัคคุเทศก์ของวังนำชมทีละห้องทีละอาคาร มีเจ้าหน้าที่คอยควบคุมอยู่ท้ายคณะ คอยดูแลไม่ให้แตกแถวไม่ให้อยู่ห้องใดห้องหนึ่งนานเกินไป ไม่ให้จับต้องสิ่งของต่างๆและต้องสวมถุงพลาสติกคลุมรองเท้าทุกคน เพื่อป้องกันไม่ให้พื้นปาร์เกต์อันสวยงามต้องสึกหรอ รวมทั้งพื้นพรมอันล้ำค่าเสียหาย พระราชวังเปิดทุกวัน 09.30-16.00 หยุดวันจันทร์และพฤหัสบดี นอกจากนี้ยังมีประตูทางเข้า หอนาฬิกา สวนริมทะเล อุทยาน นาฬิกา ดอกไม้ น้ำพุ สระน้ำ รูปปั้น รูปสลักต่างๆ วางประดับไว้อย่างลงตัว น่าชื่นชมในรสนิยมของสุลต่านแห่งออตโตมันเป็นอย่างยิ่ง
นำท่านเดินทางสู่ อุโมงก์เก็บน้ำเยเรบาทัน Yerebatan Sarnici สร้างในสมัยจักรพรรดิจัสติเนียนในปี ค.ศ. 532 เพื่อเป็นที่เก็บน้ำสำหรับใช้ในพระราชวัง สำรองไว้ใช้ยามอิสตันบูลถูกข้าศึกปิดล้อมเมือง กว้าง 65 เมตร ยาว 143 เมตร มีเสาค้ำหลังคา 336 ต้น แบ่งเป็น 12 แถว จุน้ำได้ทั้งหมด 80,000 ลูกบาศก์เมตร น้ำที่ได้ส่งผ่านท่อมาจากแหล่งน้ำที่อยู่ห่างออกไป 20 กิโลเมตร ใกล้กับทะเลดำ ที่มาของสถานที่แห่งนี้ชวนให้ขนลุกอยู่ไม่น้อย เสาคอลัมน์ หัวเสา และฐานเสานำมาจากซากหักพังของอาคารหลายแห่ง มีเสาทรงแปลกๆ อย่างเสาประดับรูปศีรษะเมดูซาที่กลับหัวลงและตะแคงข้าง รวมทั้งเสาหยาดน้ำตา ในยุคออตโตมัน
นำท่านเดินทางสู่ ย่านช้อปปิ้ง Candy Shop และ ตลาดสไปซ์ Spice Market หรือตลาดเครื่องเทศ ท่านสามารถเลือกซื้อของฝากคุณภาพดีได้ในราคาย่อมเยาไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับ ชา กาแฟ ผลไม้อบแห้ง หรือเตอกิสดีไลท์ สินค้าอันเลื่องชื่อของตุรกีซึ่งมีให้เลือกซื้อมากมาย
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
CROWNE PLAZA ISTANBUL HARBIYE HOTEL 5* หรือเทียบเท่า
วันที่ 3 อิสตันบูล - ชานัคคาเล่ - เปอกามัม
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองชานัคคาเล่ Canakkale ซึ่งตั้งอยู่ริมทะเลมาร์มาร่า ตัดกับทะเลอีเจียนซึ่งเป็นที่ตั้งกรุงทรอย นำท่านเดินทางสู่ เมืองทรอย Troy เมืองที่มีชื่อเสียงมาแต่ในอดีต ถูกสร้างขึ้นมาประมาณ 4,000 ปีมาแล้ว ชม ม้าไม้จำลองแห่งเมืองทรอย Wooden Horse of Troy ซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์อันชาญฉลาดด้านกลศึกของนักรบโบราณ โดยเป็นสาเหตุทำให้กรุงทรอยแตก และสร้างขึ้นเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่หลงใหลในมหากาพย์อีเลียดได้เห็นด้วยตาของตนเองอีกด้วย
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านเดินทางสู่ เมืองเปอร์กามัม Pergamum ชมความสวยงามของ วิหารอะโครโปลิส Acropolis ซึ่งถูกกล่าวขวัญว่าเป็นประหนึ่งดินแดนในเทพนิยายซึ่งสิ่งก่อสร้างที่มีขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงคือ โรงละครที่ชันที่สุดในโลก ซึ่งจุผู้ชมได้ถึง 10,000 คน จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองไอวาลิค Ayvalik
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
HALIC PARK AYVALIC HOTEL 5* หรือเทียบเท่า
วันที่ 4 คูซาดาซี - เอฟฟิซุส - ปามุคคาเล่
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นําท่านเดินทางสู่ เมืองคูซาดาสึ Kusadasi เป็นท่าเรือธรรมชาติที่ใช้มาตั้งแต่ก่อนคริสตกาล หลังจากที่ตกเป็นอาณาจักรออตโตมัน มหาเสนาดีโอคุซ เมห์เหม็ด พาชา ผู้เป็นวิเซียร์แห่งสุลต่านอาห์เหม็ดที่ 1 และสุสต่านออสมันที่ 2 ได้สร้างสุเหร่าคาไลชิและโรงอาบน้ำ ตลอดจนกำแพงเมืองที่พักสำหรับกองคาราวาน เพื่อให้คูซาดาสึเป็นเมืองท่าที่เหมาะในการทำการค้าระหว่างยุโรปและแอฟริกาใต้ และคูซาดาสึเพิ่งเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวเมื่อปี ค.ศ. 1980 ระหว่างทางแวะ โรงงานเครื่องหนัง ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังของประเทศตุรกี
นําท่านเดินทางสู่ เมืองเอฟฟิซุส City of Ephesus เมืองโบราณที่มีการบำรุงรักษาไว้เป็นอย่างดีเมืองหนึ่งเคยเป็นที่อยู่ของชาวโยนก จากกรีก ซึ่งอพยพเข้ามาปักหลักสร้างเมือง ซึ่งรุ่งเรืองขึ้นในศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสตกาล ต่อมาถูกรุกรานเข้ายึดครองโดยพวกเปอร์เซียและกษัตริย์อเล็กซานเดอร์มหาราชภายหลังเมื่อโรมันเข้าครอบครองก็ได้สถาปนา เอฟฟิซุส ขึ้นเป็นเมืองหลวงต่างจังหวัดของโรมัน นำท่านเดินบนถนนหินอ่อนผ่านใจกลางเมืองเก่าที่สองข้างทางเต็มไปด้วยซากสิ่งก่อสร้างเมื่อสมัย 2,000 ปีที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นโรงละครกลางแจ้งที่สามารถจุผู้ชมได้กว่า 30,000 คน ซึ่งยังคงใช้งานได้จนถึงปัจจุบันนี้
นำท่านชม ห้องอาบน้ำแบบโรมันโบราณ Roman Bath ที่ยังคงเหลือร่องรอยของห้องอบไอน้ำให้เห็นอยู่จนถึงทุกวันนี้ ห้องสมุดโบราณที่มีวิธีการเก็บรักษาหนังสือไว้ได้เป็นอย่างดีทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นศิลปะแบบ เฮเลนนิสติคที่มีความอ่อนหวานและฝีมือปราณีต จากนั้นนำท่านเข้าชม บ้านของพระแม่มารี House of Virgin Mary ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นที่สุดท้ายที่พระแม่มารีอาศัยอยู่ และสิ้นพระชนม์ในบ้านหลังนี้
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นําท่านเดินทางสู่ เมืองปามุคคาเล่ Pamukkale เมืองที่มีน้ำพุเกลือแร่ร้อนไหลทะลุขึ้นมาจากใต้ดินผ่านซากปรักหักพังของเมืองเก่าแก่สมัยกรีกก่อนที่ไหลลงสู่หน้าผาผลจากการไหลของน้ำพุเกลือแร่ร้อนนี้ได้ก่อให้เกิดทัศนียภาพของน้ำตกสีขาวเป็นชั้นๆ หลายชั้น และผลจากการแข็งตัวของแคลเซียมทำให้เกิดเป็นแก่งหินสีขาวราวหิมะขวางทางน้ำเป็นทางยาว ซึ่งมีความงดงามมาก เรียกปรากฎการณ์นี้ว่า
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
PAM THERMAL HOTEL 5* หรือเทียบเท่า
วันที่ 5 ปามุคคาเล่ – คอนย่า
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านชม ปราสาทปุยฝ้าย เมืองแห่งน้ำพุเกลือแร่ร้อนที่ซึ่งในอดีตกาลชาวโรมันเชื่อว่า น้ำพุร้อนดังกล่าวรักษาโรคได้ จึงได้สร้าง เมืองฮีเยราโพลิส Hierapolis ล้อมรอบ ท่านจะได้สัมผัสเมืองโบราณอีกแห่งหนึ่งซึ่งสร้างขึ้นในสมัยโรมัน
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นําท่านเดินทางสู่ เมืองคอนย่า Konya อดีตเมืองหลวงของอาณาจักร เซลจูค ในช่วงปี ค.ศ. 1071 – 1308 รวมทั้งยังเป็นศูนย์กลางที่สําคัญของภูมิภาคแถบนี้ ท่านจะได้เพลิดเพลินกับ ทัศนียภาพที่งดงามตามธรรมชาติตลอดสองฝั่งทาง ของภูมิภาคตอนกลางของตุรกี ท่านจะได้ชมวิถีชีวิตตามชนบทและทัศนียภาพที่สวยงามของทุ่งหญ้าสลับกับภูเขา ระหว่างทาง นําท่านแวะชม คาราวานสไรน์ Caravanserai ที่พักแรมและที่แลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างทางของชาวเติร์กในสมัยออตโตมัน
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
Anemon Konya Hotel หรือเทียบเท่า
วันที่ 6 คอนย่า - คัปปาโดเกีย - เกอเรเม่ - คัปปาโดเกีย
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านชม พิพิธภัณฑ์เมฟลานา Mevlana Museum ซึ่งเล่ากันว่าก่อตั้งขึ้นในราวปี ค.ศ. 1231 โดย เมฟลาน่า เจลาเลดดิน รูมี่ ผู้วิเศษในศาสนาอิสลามซึ่งกำเนิดในอัฟกานิสถาน เดินทางมายังเมืองคอนย่าตามคำเชิญของสุลต่านเซลจูค เพื่อเขียนบทกวีลึกลับเป็นภาษาเปอร์เซีย และได้เสียชีวิตลงในปี 1273
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
เดินทางสู่ เมืองคัปปาโดเกีย Cappadocia ชมดินแดนที่มีภูมิประเทศอันน่าอัศจรรย์ ซึ่งในอดีตกาลมีกระแสลาวาภูเขาไฟที่ไหลออกมาปกคลุมพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง แล้วทับถมเป็นเวลาหลายล้านปี และด้วยการกระทำของธรรมชาติ โดยการกัดเซาะของพายุลม ฝน หิมะ และ กาลเวลา ได้ปรุงแต่งดินแดนคัปปาโดเกียออกมาได้อย่างงดงาม แปลกตา และน่าอัศจรรย์ด้วยภูมิลักษณ์ต่างๆ เปรียบดังสวรรค์บนดินจนได้ชื่อว่า ดินแดนแห่งเทพนิยาย หรือดินแดนแห่งปล่องนางฟ้า Fairy Chimney คัปปาโดเกียยังได้รับการแต่งตั้งจากองค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมแห่งแรกของตุรกีอีกด้วย นำท่านเดินทางสู่ เมืองเกอเรเม่ Goreme
นำท่านชม พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเมืองเกอเรเม่ Goreme Open Air Museum ที่เป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์ในช่วง ค.ศ. ที่ 9 เกิดจากความคิดของชาวคริสต์ที่ต้องการเผยแพร่ศาสนา โดยการขุดถ้ำเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างโบสถ์ และยังเป็นการป้องกันการรุกรานจากชนเผ่าลัทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์อีกด้วย อิสระเที่ยวชม และถ่ายรูปตามเหล่าอาคารบ้านเรือนของชาวเมืองคัปปาโดเกีย ที่เกิดจากการขุดเข้าไปในหินภูเขาไฟ และใช้เป็นที่อยู่อาศัย รวมถึงใช้เป็นศาสนสถานต่างๆ นำท่านเดินทางสู่ โรงงานทอพรม Carpet Factory และ โรงงานเซรามิค Pottery at Avanos Village สินค้าคุณภาพดี และขึ้นชื่อของประเทศตุรกี ให้เวลาท่านเลือกซื้อตามอัธยาศัย
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร **พิเศษ** นำท่านชมโชว์ระบำหน้าท้อง สไตล์พื้นเมือง ประเทศตุรกี
RAMADA PLAZA CAPPADOCIA HOTEL 5* หรือเทียบเท่า
วันที่ 7 คัปปาโดเกีย - อังการ่า - โดฮา
โปรแกรมเสริมพิเศษ ไม่รวมอยู่ในค่าทัวร สำหรับท่านใดที่สนใจขึ้นบอลลูนชมความงามของเมืองคัปปาโดเกีย จะต้องออกจากโรงแรม เวลา 06.00 น. ชมความงดงามของเมืองคัปปาโดเกียในอีกมุมหนึ่งที่หาชมได้ยาก ใช้เวลาอยู่บอลลูนประมาณ 1 ชั่วโมง (ค่าขึ้นบอลลูนไม่ได้รวมอยู่ในค่าทัวร์ ราคาประมาณ USD 200 ต่อ 1 ท่าน) **ประกันภัยที่ทำจากเมืองไทย ไม่ครอบคลุมการขึ้นบอลลูน และเครื่องร่อนทุกประเภทกิจกรรมนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของท่าน**
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
เมืองคัปปาโดเกียมี นครใต้ดิน Underground City อยู่หลายแห่ง เกิดจากการขุดเจาะพื้นดินลงไป เพื่อใช้เป็นที่หลบซ่อนของชาวเมืองจากการรุกรานของข้าศึกในสมัยทำสงคราม ซึ่งนครใต้ดินที่ขึ้นชื่อและมีนักท่องเที่ยวไปเยี่ยมเยียนเยอะที่สุด คงหนีไม่พ้น นครใต้ดิน เมืองไคมักลี Underground City Derinkuyu or Kaymakli ที่มีความลึกถึง 11 ชั้น (ลึกที่สุดที่ 85 เมตร) พร้อมทั้งยังมีระบบระบายอากาศ และมีสภาพวิถีชีวิตความเป็นอยู่ใต้ดินพร้อมสรรพ ซึ่งนครใต้ดินนับเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่สร้างจากฝีมือมนุษย์อย่างหนึ่งก็ว่าได้
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านเดินทางสู่ เมืองอังการ่า Ankara เป็นเมืองหลวงของประเทศตุรกีและเป็นเมืองหลวงของจังหวัดอังการา อังการาเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองรองจากอิสตันบูล ตั้งอยู่ในจังหวัดอังการาอยู่ที่ระดับความสูงเฉลี่ย 938 เมตร มีประชากรประมาณ 3.9 ล้านคน อังการาตั้งอยู่บริเวณกลางคาบสมุทรอานาโตเลีย จึงเป็นเมืองที่มีความสำคัญทั้งทางธุรกิจและอุตสาหกรรม เป็นศูนย์กลางของรัฐบาลตุรกี และเป็นที่ตั้งของสถานทูตประเทศต่างๆ อังการายังเป็นศูนย์กลางของทางหลวงและเส้นทางรถไฟทำให้เป็นศูนย์กลางของการค้าขาย
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยาน เอเซนโบก้า เมืองอังการ่า ประเทศตุรกี
21:20 น. ออกเดินทางสู่ ท่าอากาศยาน โดฮา ประเทศกาตาร์ โดยเที่ยวบินที่ QR258
วันที่ 8 โดฮา - สมุทรปราการ (ท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิ)
01:00 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยาน โดฮา ประเทศกาตาร์ (เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่อง)
02:20 น. ออกเดินทางกลับสู่ ประเทศไทย โดยสายการบิน QATAR AIRWAYS เที่ยวบินที่ QR834
12:30 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพพร้อมด้วยความประทับใจ


เริ่มเดินทาง กลับจากเดินทาง ผู้ใหญ่ เด็กมีเตียง เด็กไม่มีเตียง พักเดี่ยว หมายเหตุ
17มี.ค.61 24มี.ค.61 30,999 30,999 30,999 8,900
12เม.ย.61 19เม.ย.61 39,999 39,999 39,999 8,900
05พ.ค.61 12พ.ค.61 30,999 30,999 30,999 8,900
12พ.ค.61 19พ.ค.61 30,999 30,999 30,999 8,900
** ราคาดังกล่าวอาจมีการปรับเปลี่ยนหากสายการบินมีการเรียกเก็บภาษีน้ำมันและภาษีสนามบินเพิ่มเติม **




โปรแกรมการเดินทางอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม และในแต่ละครั้งจะต้องมีจำนวนผู้โดยสารตามที่บริษัทฯ กำหนดไว้