GTM-02 EASY อิ่มบุญ OF MYANMAR 3D2N JAN-MAY 17 BY FD
ไหว้พระ 9 วัด พม่า ย่างกุ้ง ชเวดากอง 3วัน2คืน
เดินทาง มกราคม-พฤษภาคม 60
เพียง 10,900 บาท
โดยสายการบิน Air asia


เริ่มต้น 10,900


ส่งให้เพื่อนทางไลน์
ไหว้พระ 9 วัด พม่า ย่างกุ้ง ชเวดากอง 3วัน2คืน เดินทาง มกราคม-พฤษภาคม 60 เพียง 10,900 บาท โดยสายการบิน Air asia
วันที่ 1 กรุงเทพฯ – ย่างกุ้ง – วัดพระเขี้ยวแก้ว – พระหินอ่อน – ปางช้างเผือก
07.00 น. คณะพร้อมกัน ณ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 3 ท่าอากาศยานดอนเมือง อาคาร 1 เคาน์เตอร์ 1-2 ของสายการบิน AIR ASIA (FD) พบเจ้าหน้าที่คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกด้านสัมภาระและบัตรขึ้นเครื่อง
11.35 น. ออกเดินทางสู่ กรุงย่างกุ้ง โดยเที่ยวบินที่ FD255 (ไม่มีบริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)
12.25 น. เดินทางถึง สนามบินมิงกาลาดง กรุงย่างกุ้ง ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว (เวลาท้องถิ่นที่เมียนม่าร์ ช้ากว่าประเทศไทยครึ่งชั่วโมง)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ (วัดที่1) วัดพระเขี้ยวแก้ว พระเขี้ยวแก้วที่ประเทศพม่าได้มาจากศรีลังกาส่วนนอกคือเมืองโคลัมโบ (ภาษาบาลีเรียกว่า กุลุมพุนคเร)เวลานั้นกษัตริย์โคลัมโบ คือ พระเจ้าธรรมปาละ ได้มอบพระเขี้ยวแก้วพร้อมพระธิดาให้แก่ กษัตริย์พม่า ชื่อ บุเรงนอง ประดิษฐานในวังเมืองหงสาวดี ประเทศพม่า พ.ศ.๒๑๐๖ กษัตริย์บุเรงนองให้ทูตไปขอเจ้าหญิงลังกามาเป็นมเหสี พวกทูตมาขึ้นที่เมืองกุลุมพุนครเวลานั้นพระเจ้าธรรมปาละ ได้มอบพระทันตธาตุหุ้มด้วยทองคำบรรจุในพระเจดีย์ประดับพลอย ทูตก็อ้อนวอนขอดู อำมาตย์ก็ไม่ค่อยจะยอมนัก แต่เสียอ้อนวอนไม่ได้ก็พาไปดูในเวลากลางคืนทูตพม่าเห็นเข้าเลื่อมใสนัก รีบสวดมนต์เป็นการใหญ่ แล้วเจรจาขอแลกด้วยทองคำสิบหมื่น อำมาตย์จึงยอมตกลง ทูตพม่าจึงอัญเชิญพระเขี้ยวแก้วแห่แหนมาทางทะเล ครั้นถึงท่าเมืองหงสาวดี ก็เชิญพระเขี้ยวแก้วใส่มณฑปผูกแพล่องขึ้นมาตามลำน้ำ สองฝั่งแม่น้ำมีเสียงร้องสาธุการของพม่ารามัญ พระเจ้าบุเรงนองเองรีบเข้าที่สรงประพรมด้วยน้ำหอมแล้วแต่งพระองค์ใหม่ เสด็จลงมากราบและเชิญพระธาตุ แล้วอัญเชิญมณฑปพระทันตธาตุทูนใส่พระเศียร เสด็จดำเนินไปในกระบวนแห่สู่พระราชวัง โปรดให้สมโภชถึงสองเดือน แล้วสร้างพระวิหารประดิษฐานพระทันตธาตุบูชาไว้ในพระราชฐาน ปัจจุบันชาวพม่าไปสักการะไม่ขาดสาย
จากนั้นนำท่านนมัสการ (วัดที่2) พระหินอ่อน เป็นพระที่สร้างขึ้นจากหินอ่อนเพียงก้อนเดียวเท่านั้น โดยใช้ช่างผีมือดีที่สุดของประเทศพม่า ปัจจุบันชาวเมืองย่างกุ้ง นิยมมากราบขอพรกันมากมาย นำท่านชม ปางช้างเผือก ซึ่งในประเทศไทยไม่มีให้เห็นแล้วในปัจจุบัน ในประเทศพม่าเองป่าเขาอุดมสมบูรณ์ และยังมีช้างเผือกให้ได้ชม ได้เห็นกันอยู่และ ช้างเผือกนั้นต้องตรงตาม คชลักษณะ 5 ประการ คือ 1. งาอุ้มบาตร 2. ผิวเปลือกมะนาว 3. หลังโค้งเหมือนคันธนู 4. หางผู่ 5. เล็บขาว
เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
พักที่ UP TOWN HOTEL, HOLLY HOTEL หรือระดับเทียบเท่า
วันที่ 2 พระตาหวาน-เจดีย์โบตาทาวน์-พระเทพทันใจ-เทพกระซิบ-วัดงาทัตจี-วัดมหาวิชชยะ-เจดีย์ชเวดากอง
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านสักการะ (วัดที่3) พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี หรือ พระนอนตาหวาน นมัสการพระพุทธรูปนอนที่มีความยาว 55 ฟุต สูง 16 ฟุต ซึ่งเป็นพระที่มีความพระที่มีความสวยที่สุดมีขนตาที่งดงาม พระบาทมีภาพมงคล 108 ประการ และพระบาทซ้อนกันซึ่งแตกต่างกับศิลปะของไทย หลังจากนั้น นำท่าน
(วัดที่4)วัดงาทัตจี (Nga That Gyi) เป็นวัดที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยเมื่อ 2,500 ปีก่อน เป็น 1 ใน 10 วัด ที่มีชื่อเสียงของพม่า นอกจากนั้นยังประดิษฐานพระพุทธรูปที่มีความงดงาม สีทองเหลืองอร่าม ให้ทุกท่านได้นมัสการ หลังจากนั้นชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านย่านใจกลางกรุงย่างกุ้ง จากนั้นชม
(วัดที่5) เจดีย์โบตาทาวน์ สร้างโดยทหารพันนายเพื่อบรรจุพระบรมธาตุที่พระสงฆ์อินเดีย 8 รูป ได้นำมาเมื่อ 2,000 ปีก่อน ในปี 2486 เจดีย์แห่งนี้ถูกระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตรเข้ากลางองค์จึงพบโกศทองคำบรรจุพระเกศาธาตุและพระบรมธาตุอีก 2 องค์ และพบพระพุทธรูปทอง เงิน สำริด 700 องค์ และจารึกดินเผาภาษาบาลี และตัวหนังสือพราหมณ์อินเดียทางใต้ ต้นแบบภาษาพม่าภายในเจดีย์ที่ประดับด้วยกระเบื้องสีสันงดงาม และมีมุมสำหรับฝึกสมาธิหลายจุดในองค์พระเจดีย์ จากนั้นนำท่านขอพร นัตโบโบยี หรือ พระเทพทันใจ เทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ของชาวพม่าและชาวไทย วิธีการสักการะรูปปั้นเทพทันใจ (นัตโบโบยี) เพื่อขอสิ่งใดแล้วสมตามความปราถนาก็ ให้เอาดอกไม้ ผลไม้โดยเฉพาะมะพร้าวอ่อน กล้วย หรือผลไม้อื่นๆมาสักการะ นัตโบโบยี จะชอบมาก จากนั้นก็ให้เอาเงินจะเป็นดอลล่า บาท หรือจ๊าด ก็ได้ (แต่แนะนำให้เอาเงินบาทดีกว่าเพราะเราเป็นคนไทย)แล้วเอาไปใส่มือของนัตโบโบยีสัก 2 ใบไหว้ขอพรแล้วดึกกลับมา 1 ใบ เอามาเก็บรักษาไว้ จากนั้นก็เอาหน้าผากไปแตะกับนิ้วชี้ของนัตโบโบยี แค่นี้ท่านก็จะสมตามความปรารถนาที่ขอไว้ จากนั้นนำท่านข้ามฝั่งไปอีกฟากหนึ่งของถนน เพื่อสักการะ เทพกระซิบ ซึ่งมีนามว่า “อะมาดอว์เมี๊ยะ” ตามตำนานกล่าวว่า นางเป็นธิดาของพญานาค ที่เกิดศรัทธาในพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า รักษาศีล ไม่ยอมกินเนื้อสัตว์จนเมื่อสิ้นชีวิตไปกลายเป็นนัต ซึ่งชาวพม่าเคารพกราบไหว้กันมานานแล้ว ซึ่งการขอพรเทพกระซิบต้องไปกระซิบเบาๆ ห้ามคนอื่นได้ยิน ชาวพม่านิยมขอพรจากเทพองค์นี้กันมากเช่นกัน การบูชาเทพกระซิบ บูชาด้วยน้ำนม ข้าวตอก ดอกไม้ และผลไม้
เมืองย่างกุ้ง (วัดที่6) นมัสการเจดีย์มหาวิชยะ (Maha Wizaya Pagoda) เป็นที่เที่ยวที่ถูกละเลยเพราะตั้งอยู่แค่ข้างๆ เจดีย์ชเวดากอง เป็นเจดีย์ที่ถือได้ว่ามีความสวยงามมากทีเดียว ในองค์เจดีย์มีภาพวาดของ 12 ราศี หรือคล้ายๆกับท้องฟ้าจำลองบ้านเรา
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านชมและนมัสการ (วัดที่7) พระมหาเจดีย์ชเวดากอง พระเจดีย์ทองคำคู่บ้านคู่เมืองประเทศพม่าอายุกว่าสองพันห้าร้อยกว่าปี เจดีย์ทองแห่งเมืองดากอง หรือ ตะเกิง ชื่อเดิมของเมืองย่างกุ้ง มหาเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดในพม่า สถานที่แห่งนี้มี ลานอธิฐาน จุดที่บุเรงนองมาขอพรก่อนออกรบ ท่านสามารถนำดอกไม้ธูปเทียน ไปไหว้ เพื่อขอพรจากองค์เจดีย์ชเวดากอง ณ ลานอธิษฐานเพื่อเสริมสร้างบารมีและสิรมงคล นอกจากนี้รอบองค์เจดีย์ยังมีพระประจำวันเกิดประดิษฐานทั้งแปดทิศรวม 8 องค์ หากใครเกิดวันไหนก็ให้ไปสรงน้ำพระประจำวันเกิดตน จะเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต พระเจดีย์นี้ได้รับการบูรณะและต่อเติมโดยกษัตริย์หลายรัชกาลองค์เจดีย์ห่อหุ้มด้วยแผ่นทองคำทั้งหมดน้ำหนักยี่สิบสามตันภายในประดิษฐานเส้นพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าจำนวนแปดเส้นและเครื่องอัฐะบริขารของพระพุทธเจ้าองค์ก่อนทั้งสามพระองค์ บนยอดประดับด้วยเพชรพลอยและอัญมณีต่างๆ จำนวนมาก และยังมีเพชรขนาดใหญ่ประดับอยู่บนยอดบริเวณเจดีย์จะได้ชมความงามของวิหารสี่ทิศ ซึ่งทำเป็นศาลาโถงครอบด้วยหลังคาทรงปราสาท ซ้อนเป็นชั้นๆงานศิลปะและสถาปัตยกรรมทุกชิ้นที่รวมกันขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของพุทธเจดีย์ล้วนมีตำนานและภูมิหลังความเป็นมาทั้งสิ้น ชมระฆังใบใหญ่ที่อังกฤษพยายามจะเอาไปแต่เกิดพลัดตกแม่น้ำย่างกุ้งเสียก่อนอังกฤษกู้เท่าไหร่ก็ไม่ขึ้นภายหลังชาวพม่า ช่วยกันกู้ขึ้นมาแขวนไว้ที่เดิมได้ จึงถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความสามัคคี ซึ่งชาวพม่าถือว่าเป็นระฆังศักดิ์สิทธิ์ ให้ตีระฆัง 3 ครั้งแล้วอธิษฐานขออะไรก็จะได้ดั่งต้องการ จากนั้นให้ท่านชมแสงของอัญมณีที่ประดับบนยอดฉัตรโดยจุดชมแต่ละจุดท่านจะได้เห็นแสงสีต่างกันออกไป เช่น สีเหลือง, สีน้ำเงิน, สีส้ม, สีแดง เป็นต้น
คำไหว้พระมหาเจดีย์ชเวดากอง วันทามิ อุตตมะ ชมพู วระฐาเน สิงกุตตะเร มะโนลัมเม สัตตัง สะรัตนะ ปฐมัง กกุสันธัง สุวรรณะ ตันตัง ธาตุโย ธัสสะติ ทุติยัง โกนาคะมะนัง ธัมมะ การะนัง ธาตุโย ธัสสะติ ตติยัง กัสสปัง พุทธจีวะรัง ธาตุโย ธัสสะติ จตุกัง โคตะมัง อัตถะเกศา ธาตุโย ธัสสะติ อหัง วันทามิ ตุระโต อหัง วันทามิ ธาตุโย อหัง วันทามิ สัพพะทา อหัง วันทามิ สิระสา *** อธิษฐานพร้อมด้วยใบไม้ที่แปลว่าชัยชนะและความสาเร็จ ***
เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร (4) บริการท่านด้วยเมนูสลัดกุ้งมังกร และเป็ดปักกิ่ง
พักที่ UP TOWN HOTEL, HOLLY HOTEL หรือระดับเทียบเท่า
วันที่ 3 เจดีย์ชเวโพนพวิน – ตลาดสก๊อต –วัดบารมี – ท่าอากาศยานมิงกาลาดง – กรุงเทพฯ
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
จากนั้น นำท่านเที่ยวชม (วัดที่8) นมัสการเจดีย์ชเวโพนพวิน เป็นเจดีย์ที่มีความสวยงาม อายุเก่าแก่แห่งหนึ่งในเมืองย่างกุ้ง เป็นจุดศูนย์รวมหมอดูของเมืองย่างกุ้งจนกลายเป็นสมาคม โหราศาสตร์ ตลาดโบโจ๊ก อองซาน หรือ ตลาดสก๊อต เป็นตลาดเก่าแก่ของชาวพม่า สร้างขึ้นโดยชาวสก๊อตในสมัยที่ยังเป็นอาณานิคมของอังกฤษ เป็นลักษณะอาคารเรียงต่อกันหลายหลัง สินค้าที่จำหน่ายในตลาดแห่งนี้มีหลากหลายชนิด เช่น เครื่องเงิน ที่มีศิลปะผสมระหว่างมอญกับพม่าภาพวาด งานแกะสลักจากไม้ อัญมณี หยกผ้าทอเสื้อผ้าสำเร็จรูปแป้งทานาคาเป็นต้น (หากซื้อสิ้นค้าหรืออัญมณีที่มีราคาสูงควรขอใบเสร็จรับเงินด้วย ทุกครั้ง เนื่องจากจะต้องแสดงให้ศุลกากรตรวจ)
(วัดที่9) นมัสการวัดบารมี หรือ วัดพระบารมี วัดเก็บพระเกศาของพระพุทธเจ้า ที่เชื่อว่ายังมีชีวิตอยู่จริง ด้วยองค์พระเกศาธาตุนี้เมื่อนำมาวางบนมือจะสามารถเคลื่อนไหวได้ อีกทั้งได้ชื่อว่าเป็นที่เก็บองค์พระบรมสารีริกธาตุไว้มากที่สุดด้วย ไม่ว่าจะเป็นของพระโมคาลา พระสารีบุตร และองค์พระอรหันต์ต่างๆ เชิญสักการะพระเกศาธาตุของสมเด็จพระสัมมาพุทธเจ้ากัสสปะ ซึ่งเป็นพระพุทธเจ้าองค์ที่สามในกัปป์นี้ พร้อมชมความอัศจรรย์ของพระเกศาธาตุนี้ด้วยพุทธานุภาพทรงขยับพระองค์ไป-มาได้ทั้งในน้ำและบนบก และเป็นพิพิธภัณฑ์พระธาตุใหญ่ที่สุดในพม่า
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
สมควรแก่เวลานำท่านสู่ ท่าอากาศยานมิงกาลาดง เพื่อเตรียมตัวกลับสู่ กรุงเทพมหานคร
17.35 น. ออกเดินทางกลับสู่ กรุงเทพมหานคร โดยเที่ยวบินที่ FD254 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)
19.25 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานดอนเมือง อาคารผู้โดยสารขาเข้า.......โดยสวัสดิภาพ


เริ่มเดินทาง กลับจากเดินทาง ผู้ใหญ่ เด็กมีเตียง เด็กไม่มีเตียง พักเดี่ยว หมายเหตุ
20ม.ค.60 22ม.ค.60 10,900 10,900 10,900 3,500
03ก.พ.60 05ก.พ.60 10,900 10,900 10,900 3,500
24ก.พ.60 26ก.พ.60 10,900 10,900 10,900 3,500
10มี.ค.60 12มี.ค.60 10,900 10,900 10,900 3,500
24มี.ค.60 26มี.ค.60 10,900 10,900 10,900 3,500
11พ.ค.60 13พ.ค.60 10,900 10,900 10,900 3,500
26พ.ค.60 28พ.ค.60 10,900 10,900 10,900 3,500
** ราคาดังกล่าวอาจมีการปรับเปลี่ยนหากสายการบินมีการเรียกเก็บภาษีน้ำมันและภาษีสนามบินเพิ่มเติม **




โปรแกรมการเดินทางอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม และในแต่ละครั้งจะต้องมีจำนวนผู้โดยสารตามที่บริษัทฯ กำหนดไว้