GTM-29 WONDERFUL SIKKIM DARJILING APR BY 6E
เที่ยวดาร์จีลิ่ง รัฐสิกขิม 8วัน6คืน
เดินทาง 9-16 เมษายน 60 วันหยุดสงกรานต์
เพียงท่านละ 45,900 บาท


เริ่มต้น 45,900

ส่งให้เพื่อนทางไลน์
เที่ยวดาร์จีลิ่ง รัฐสิกขิม 8วัน6คืน เดินทาง 9-16 เมษายน 60 วันหยุดสงกรานต์ เพียงท่านละ 45,900 บาท
วันแรก วันอาทิตย์ที่ 09 เมษายน 2560 กรุงเทพฯ – กัลกัตตา
14.00 น. คณะพร้อมกันที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 5 เคาน์เตอร์ สายการบิน INDIGO AIRLINES (6E) โดยเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้ความสะดวกแก่ท่าน
กระเป๋าเล็กถือติดตัวขึ้นเครื่องบิน  กรุณางดนำของมีคม ทุกชนิด เช่น มีดพับ กรรไกรตัดเล็บทุกขนาด ตะไบเล็บ เป็นต้น กรุณาใส่ในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ห้ามนำติดตัวขึ้นเครื่องบิน  วัตถุที่เป็นลักษณะของเหลว อาทิ ครีม โลชั่น น้ำหอม ยาสีฟัน เจล สเปรย์ และเหล้าเป็นต้น จะถูกทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยจะอนุญาตให้ไม่เกิน 10 ชิ้น ในบรรจุภัณฑ์ละไม่เกิน 100 ml.  (แนะนำให้โหลดของที่ไม่จำเป็นลงใต้ท้องเครื่อง เพราะเจ้าหน้าที่อินเดียตรวจค่อนข้างละเอียด เพื่อเป็นการไม่เสียเวลา แนะนำให้ถือเฉพาะกระเป๋าถือและของมีค่าขึ้นเครื่องเท่านั้น)
15.45 น. ออกเดินทางสู่เมืองกัลกัตตา KOLKATA โดยสายการบิน INDIGO AITLINES เที่ยวบินที่ 6E78 **หมายเหตุ** สายการบินอินดิโก้แอร์ไลน์ไม่มีบริการอาหารบนเครื่อง
16.50 น. ถึง.ท่าอากาศยานนานาชาติกัลกัตตา KOLKATA INTERNATIONAL AIRPORT (เวลาท้องถิ่น) หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและตรวจรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก “เมืองกัลกัตตา” เป็นเมืองใหญ่อันดับสองของอินเดีย ที่พรั่งพร้อมไปด้วยเวียงวังในยุคอังกฤษและเป็นศูนย์กลางทาง วัฒธรรมที่มีชีวิตชีวามาก มีชาวยุโรปเดินทางเข้ามาสู่อินเดียมากมายทำให้เมืองเจริญรุ่งเรืองมากและที่นี่จึงกลายเป็นบ้านอีกแห่งที่อยู่ไกลแสนไกลจากอังกฤษเพราะมีพร้อมทั้งจัตุรัสเอสปลานาดกับถนนสแตรนย์ ก่อนจะมีการย้ายเมืองหลวงไปที่ เดลลี หลังจากอินเดียได้รับเอกราชในปี 1911
19.00 น. บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหาร
เข้าสู่ที่พัก ณ VICEROY HOTEL (KOLKATA) หรือเทียบเท่า อิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย
วันที่สอง วันจันทร์ที่ 10 เมษายน 2560 กรุงเทพฯ –  กัลกัตตา -  เมืองสีลิกูรี- เมืองดาร์จีลิ่ง
06.30 น. รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม
07.30 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบินภายในประเทศเพื่อเดินทางสู่เมืองดาร์จีลิ่ง
เมืองดาร์จีลิ่ง (DARJEELING) เป็นเมืองที่ผสมผสานความเจริญของโลกตะวันตกที่แผ่ขยายมาในช่วงอินเดียตกเป็นอาณานิคมของสหราชอาณาจักร บ้านเมืองจึงเต็มไปด้วยตึกรามและอาคารบ้านเรือนที่สร้างตามไหล่เขาในสไตล์ยุโรป แต่บรรยากาศยังคงพลุกพล่านเบียดเสียดยัดเยียดแบบอินเดีย และแซมด้วยวัดแบบทิเบตที่ประยุตก์แล้ว มีศูนย์กลางการศึกษาของชาวอังกฤษที่เข้ามาตั้งถิ่นฐาน สูงเหนือระดับน้ำทะเล 2,134 ม. ตัวเมืองหันหน้าเข้าหาเทือกเขาหิมาลัย ประชากรของดาร์จีลิ่งมีทั้งชาวเนปาล เลปชา ทิเบตและภูเตีย ที่นี่อังกฤษเข้ามาพัฒนาให้เป็นเมืองพักตากอากาศบนภูเขาได้อย่างสวยงาม
10.35 น. ออกเดินทางสู่ เมืองสีลิกูรี Bandogra Airportโดยสายการบิน INDIGO AIRLINES เที่ยวบินที่ 6E797 **หมายเหตุ** สายการบินอินดิโก้แอร์ไลน์ไม่มีบริการอาหารบนเครื่อง
11.45 น. ถึง...ท่าอากาศยานบักโดกรา หลังตรวจรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว
จากนั้นนำท่านเดินทางโดยรถ TOYOTA INNOVA นั่ง 4 ท่าน ต่อ 1 คัน
12.30 น. สู่ ภัตตาคาร เมืองบักโดกรา
13.30 น. นำท่านเดินทางสู่เมืองดาร์จีลิ่ง (DARJEELING) เมืองราชินีแห่งภูเขา หรือ เมืองพักตากอากาศบนภูเขา.. ...ถึงเมืองดาร์จีลิ่ง ..ประมาณ 4-5 ชั่วโมง..ระหว่างทาง แวะถ่ายรูปแม่น้ำสองสี...ดาร์จีลิ่ง ราชินีแห่งขุนเขาไร่ชาดาร์จีลิงนั้นเป็นไร่ชาที่ขึ้นชื่อลือชามากที่สุดในโลกที่บรรดาคอชาทั้งหลายที่ไปเที่ยวอินเดียต่างใฝ่ฝันต้องไปให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต ..แวะถ่ายรูปวิวระหว่างทางที่เขียวชอุ่มไปด้วยไรชาสองข้างทางมีชื่อเสียงอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของชาที่มีกลิ่นหอมละมุ่น เลิศรส ซึ่งตลอดเส้นทางท่านจะได้เห็นไร่ชาที่เขียวชอุ่มอย่างสวยงาม
ถึงเมืองดาร์จีลิ่ง ...นำท่านเยือน วัดกูม (Ghoom Monastery) เป็นวัดทิเบตลามะนิกายหมวกเหลืองที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1850 ศาสนาพุทธยังเป็นหนึ่งในศาสนาสำคัญในแถบหิมาลัยตะวันออก โดยเฉพาะพุทธ มหายานแบบทิเบต ทำให้ยังมีวัดทิเบตสีสันสดใสตั้งอยู่ตามเมืองต่างๆ ทั้งในสิกขิมและดาร์จีลิ่งการสวดมนต์ก็เดินหมุนวงล้อสวดมนต์ที่มีอยู่รอบวัดด้านนอกตามเข็มนาฬิกาจนครบ 1 รอบอธิษฐานขอพรตามที่ปราถนาวัดกูมมีจุดเด่นอยู่ที่พระพุทธรูปMaitreya Buddha หรือ Future Buddha ซึ่งสูงถึง 5 เมตรที่แห่งนี้จึงดูกลมกลืนงดงามและทรงเสน่ห์อย่างมิอาจลืมเลือน
นำท่าน ชม โรงงานผลิตชา ไร่ชาแฮปปี้วัลเล่ย์ (Happy Valley) ชมขั้นตอนการผลิตชาที่มีชื่อเสียงของเมืองดาร์จีลิ่ง ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อครั้งอังกฤษเข้ามาปกครองอินเดียโดยชาของที่นี่เป็นชาที่เก่าแก่มีชื่อเสียงมาก ในดาร์จีลิ่ง และมีชื่อในระดับโลกเลยทีเดียว เมื่อมาที่ไร่ชานี้แล้วสามารถเยี่ยมชมโรงงานและขั้นตอนการผลิต อีกทั้งยังซื้อชาชั้นดีกลับไปเป็นของฝากได้ด้วย“ชาดาร์จีลิ่ง” (Darjeeing Tea) ได้ รับการยกย่องว่าเป็นแชมเปญช์แห่งชา เนื่องจากน้ำชามีกลิ่นหอมและรสชาติอ่อนนุ่มชาดาร์จีลิ่งปลูกมากในแทบเทือกเขาหิมาลัย และ ชาเขียวดาร์จีลิ่งซึ่งมีรสชาติเยี่ยมเป็นเอกลักษณ์นั้น เป็นชาหายากเช่นเดียวกับชาเซนฉะของญี่ปุ่น
จากนั้นนำท่านเดินช้อปปิ้ง ย่านช้อปปิ้งชอร์ราสตา (Chawrasta) ตลาดพื้นเมืองชอร์รัสต้าแหล่งช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียง จำหน่ายสินค้าพื้นเมือง เป็นย่านที่ถนนสี่สายมาบรรจบกัน เพราะฉะนั้นที่นี่จึงมีถนนแยกไปได้หลายสาย โดยเฉพาะย่านถนน The Mall ซึ่งเป็นถนนที่สวยงาม มีสินค้าพื้นเมือง ของฝาก ของที่ระลึกมากมายให้เลือกช้อปปิ้งกัน.....จากนั้นนำท่านเข้าที่พัก
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมอิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย
วันทีสาม วันอังคารที่ 11 เมษายน 2560 เมืองดาร์จีลิ่ง – เมืองหลวงกังต็อก (รัฐสิกขิม)
เช้ามืด จุดชมวิวไทเกอร์ฮิลล์ : เป็นจุดชมวิวเทือกเขาหิมาลัยยามเช้า ซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดของเมืองดาร์จีลลิ่งที่ระดับ 2590 เมตรจากระดับทะเล จึงเหมาะแก่การชมวิวหากฟ้าเปิดเราจะได้เห็นยอดเขาคันเชงจุงก้า ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงเป็นอันดับ 3 ของโลก เทือกเขาคันชังจุงก้า (Khanchendzonga) เทือกเขาที่สูงเป็นอันดับสามของโลก อยู่ในเขตสิกขิมของอินเดีย ประกอบไปด้วยอดเขาทั้งหมด 5 ยอดเขา ซึ่ง 4 ใน 5 ยอดเขานี้คือยอดเขา ไทเกอร์ฮิล (TigerHill) ความสูง 8,450 เมตร ซึ่งนักท่องเที่ยวนิยมไปชม ในวันที่อากาศสดใส สามารถมองเห็นเทือกเขาคันเซ็งฌองกาได้จากหลายเมือง ทั้งสิกขิม กาลิมปง เพลลิ่ง ทั้งนี้ ชาวสิกขิมให้ความเคารพนับถือเทือกเขาคันเซ็งฌองกามาก เนื่องจากถือว่าเป็นเทือกเขาศักดิ์สิทธิ์
บริการเครื่องดื่มร้อน..ชา กาแฟ จิปอุ่นๆ ชมพระอาทิตย์ทอแสงทองส่องปลายฟ้าหิมาลัยฉายาว่า “ดินแดนที่ไร้ราบ
จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู๋โรงแรมที่พัก
08.30 น. รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม
09.30 น. นำท่านขึ้น ทรอยเทรน (Toy Train ) หรือ Darjeeling Himalayan Railway รถไฟหัวจักรไอน้ำสายเก่าแก่ เป็นรถไฟสายหนึ่งของอินเดีย หรือ ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก รถไฟสายนี้สร้างโดยอังกฤษ และวิ่งครั้งแรกในปี ค.ศ. 1881 ปัจจุบันนักท่องเที่ยวสามารถนั่งรถไฟไต่ภูเขาสูงระดับ 4,000-5,000 ฟุต นั่งรถไฟชมเมือง จะมีการจอดให้ลงถ่ายรูปในแต่ละสถานที่ที่น่าสนใจ แวะบันทึกภาย ณ สถานีบาตาเซียลูป (Batasia Loop) ก่อสร้างขึ้นเพื่อใช้สำหรับให้เป็นจุดเลี้ยวกลับสำหรับรถไฟที่มาจากสถานีดาร์จีลิ่ง
ชม War Memorialสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1994 ในบริเวณบาตาเชียลูปอนุสาวรีย์นี้มีลักษณะเป็นสามเหลี่ยม มีความสูง 30 ฟุต บริเวณรอบๆ อนุสาวรีย์จะตกแต่งประดับด้วยดอกไม้หลากหลายชนิด สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ทหารหาญชาวดาร์จีลิ่งทุกคนที่ต้องเสียชีวิตจากสงครามหลายๆ ครั้งที่ผ่านมาในอดีต ลงจากรถไฟแวะชม พิพิธภัณฑ์กูม ด้านในแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับการสร้างทางรถไฟเส้นนี้ ตั้งแต่อุปกรณ์ต่างๆ ภาพถ่ายเหตุการ์สำคัญ ป้ายประจำสถานี ประกาศนียบัตรจากองค์การยูเนสโก
นำท่านชมพิพิธภัณฑ์ปีนเขาหิมาลัย(HimalayanMountaineeringInstitute)สถาบันนักปีนเขาเทือกเขาหิมาลัยนี้ ก่อตั้งโดยท่านเซอร์เอ็ดมันด์ ฮิลลารี (Sir.Edmund Hillary) จากนิวซีแลนด์ และเทนซิงก์ นอร์เกย์(Tenzing Norgay) ชาวซาปาจากดาร์จีลิ่ง ได้ปีนขึ้นไปถึงยอดเอเวอร์เรสต์ได้สำเร็จ หลังจากพิชิตเอเวอร์เรสต์ได้สำเร็จเพียงปีเดียว เทนซิงก์ก็ได้กลับมาก่อตั้งสถาบันนักปีนเทือกเขาหิมาลัย ตั้งแต่ ปีค.ศ. 1954 เพื่อฝึกฝนชาวอินเดียผู้จะเป็นคนนำทางการปีนเขาซึ่งในปัจจุบันคือพิพิธภัณฑ์ของการปีนเขา (Mountaineering Museum) อันมีแบบจำลองเทือกเขาหิมาลัย ประวัติการปีนเขา รูปภาพและประวัติของผู้พิชิตยอดเขาต่างๆ โมเดลของยอดเขาสูงในแต่ละทวีป อุปกรณ์ปีนเขาตั้งแต่ยุคแรกๆ รวมถึงการตั้งแคมป์บนที่สูง (Altitude Camp) ตัวอย่างพรรณไม้และพันธุ์สัตว์ของเทือกเขาหิมาลัย
13.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
14.30 น. นำท่านเดินทางเมืองหลวงสู่กังต็อก (Gangtok) เมืองหลวงแห่งรัฐสิกขิม (ประเทศอินเดีย) เมืองสายหมอก รัฐสิกขิม (Sikkim) เป็นรัฐทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย มีภูมิประเทศแบบที่ราบสูงบนเทือกเขาหิมาลัย มีพรมแดนติดกับหลายประเทศ อาทิ เขตปกครองตนเองทิเบต, เนปาล และภูฏาน แต่เดิมสิกขิมเป็นรัฐเอกราช มีขนาดใหญ่กว่ากรุงเดลี เมืองหลวงของอินเดียเล็กน้อย ปกครองโดยราชวงศ์นัมเยล ด้วยความเป็นรัฐเอกราชเล็กๆ อาจถูกบั่นทอนจากจีนซึ่งยึดทิเบตได้แล้วขณะนั้น เมื่ออินเดียได้รับเอกราชจากอังกฤษ รัฐสิกขิม จึงยอมอยู่ใต้เอกราชเดียวกับอินเดีย...ชมวิวทัศน์ระหว่างสองข้างอย่างสวยงาม(ประมาณ 3-4 ชม.)…ถึงเมืองหลวงกังต๊อกนำท่านเข้าสู่ที่พัก
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรม
เข้าสู่ที่พัก ณ KEEPSA RESCIDENCY (GANGTOK) หรือเทียบเท่า อิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย
วันที่สี่ วันพุธ ที่ 12 เมษายน 2560 เมืองกังต๊อก-ทะเลสาบฌางโก-เมืองกังต๊อก
06.00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม
07.00 น. นำท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบฉางโก(Tsomgo Lake) (ระยะทาง 34 กม.ประมาณ 2 ชม.) ทะเลสาบฌางโก สูงประมาณ 3,774 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกของสิกขิม มีลักษณะคล้ายรูปไข่ยาว 1กิโลเมตรลึก15 เมตร เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำลุงเฌ่ชูไหลไปบรรจบกับแม่น้ำรังโปและถือกันว่าเป็นแหล่งต้นน้ำธรรมชาติที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดแห่งหนึ่ง เป็นทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์ของชาวฮินดูและชาวพุทธ ในสมัยอดีตพระลามะหลวงจะทำนายดวงชะตาเมืองจากการเพ่งกสิณ ณทะเลสาบแห่งนี้ ในช่วงหน้าหนาวน้ำจะกลายเป็นน้ำแข็งและละลายในช่วงเดือนพฤษภาคม-สิงหาคมรอบๆจะมีกุหลาบพันธ์ปีดอกไอริสและดอกป็อปปี้รวมถึงสัตว์ป่าหายากเช่นแพนด้าแดงเป็ด Brahmini และนกอพยพต่างๆรวมถึงแย็ก(Yakหรือจามรี) อิสระ ถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกกับกิจกรรมขี่จามรีสัตว์ภูเขาที่ได้รับการแต่งตัวด้วยสีสันสดใส กันตามอัธยาศัย จนถึงเวลานัดหมาย..ได้เวลาอันสมควรกลับสู่เมืองกังต็อก
ระหว่างทางสู่กังต๊อก นำท่านแวะชม คเณศต็อก(Ganesh Tok) เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวฮินดู ชาวบ้านนิยมมาสวดมนต์ ด้านบนสามารถชมวิวเมืองกังต็อกได้ 180 องศา ถ้าอากาศดีจะมองเห็นวิวยอดเขาคันเช็งฌองกาได้ด้วย ภายนอกประดับธงแบบทิเบต วัดนี้ตั้งอยู่บนความสูง 6,100 ฟุต ติดกับทีวีทาวเวอร์ เป็นวัดเล็กๆ สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับลอร์ดกาเนชซึ่งเป็นวัดสำคัญของศาสนาฮินดู ประดิษฐานพระพิคเณศเทพเจ้าแห่งการขจัดอุปสรรคและเป็นเทพแห่งศิลปะทุกแขนง
ชมหนุมานต็อก (Hanuman Tok) เป็นวัดในศาสนาฮินดู ที่สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่หมุมานทหารกล้าของพระรามในวรรณคดีก้องโลกรามเกียรต์ชาวสิกขิมบูชาและเคารพท่านในฐานะเทพผู้กล้าหาญ และจงรักภักดีต่อพระราม หนุมานจึงเป็นเสมือนหนึ่งเทพเจ้าองค์หนึ่งที่ชาวสิกขิมนับถือเป็นอย่างมากหากต้องการความกล้าหาญและความหึกเหิมใจต้องมาบูชาท่านและที่วัดหนุมานนี้ยังเป็นจุดชมวิวยอดเขาคังซังจังก้า ยอดเขาที่สูงเป็นอันดับ 3 ของโลกและเทือกเขาหิมาลัยอีกด้วย ในวันที่ฟ้าสดใส
13.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
14.30 น. นำท่านชมวัดรุมเต็ก (Rumtek Monastery) อยู่ในเมืองกังต๊อก รู้จักกันในนามของ ศูนย์ธรรมจักร (Dharmachakra Centre) สร้างโดย การ์มาปา วังชุก ดอร์เจ ที่9 ในศตวรรษที่ 16 สำหรับใช้เป็นที่พักอาศัยของผู้สืบเชื้อสาย Karma Kagyu ในสิกขิม แต่เมื่อวัดถูกทำลาย พื้นที่ถูกปล่อยร้างจนพระสังฆราชการ์มาปาที่ 16 ซึ่งเป็นชาวทิเบต ได้ลี้ภัยมายังสิกขิมในปี ค.ศ. 1959 เนื่องจากกองทัพจีนบุกไปยืดทิเบตพระองค์ได้สร้างวัดรุมเต็กอีกครั้ง เพื่อใช้เป็นที่ลี้ภัยจากกองทัพจีน โดยได้รับความช่วยเหลือจากราชวงศ์สิกขิมและรัฐบาลอินดีย ที่ตรงนี้มีลักษณะภูมิประเทศที่ดี มีลำธาร ภูเขาอยู่ด้านหลัง ภูเขาหิมะอยู่ด้านหน้าและมีแม่น้ำอยู่ด้านล่าง ใช้เวลาสร้างนาน 4 ปี มีสถาปัตยกรรมแบบทิเบต ปัจจุบันเป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดในสิกขิม จากนั้นไม่นานพระสังฆราชการ์มาปาที่ 16 ได้สถาปนาวัดนี้เป็น ศูนย์ธรรมจักร สถานที่ใช้เรียน ฝึกฝนและปฏิบัติตนของชาวพุทธรวมทั้งเผยแผ่คำสอนของพระพุทธเจ้าในวันขึ้นปีใหม่ของทิเบต ในปี ค.ศ. 1966
นำท่านชม ความงามแห่งดงดอกไม้นานาพันธ์ ณ FLOWER SHOW HALL ซึ่งภายในจะจัดแสดงพันธุ์ไม้เมืองสิกขิมหลากหลายพันธุ์และท่านช้อปปิ้ง
19.00 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรม
เข้าสู่ที่พัก ณ KEEPSA RESCIDENCY (GANGTOK) หรือเทียบเท่า อิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย
หมายเหตุ รับกระเป๋าใบเล็กจากบริษัทฯ (สมนาคุณพิเศษรับจากหัวหน้าทัวร์ที่รร.กังต๊อกเท่านั้น) ให้ท่านจัดกระเป๋าใบเล็ก สำหรับไปพักที่หมู่บ้านลา 1 คืน จะมีอุณหภูมิหนาวที่สุดในโปรแกรมของเรานะค่ะ อย่าลืมจัดเสื้อผ้าที่ให้ความอบอุ่นที่สุดไปด้วยค่ะส่วนกระเป๋าใบใหญ่ฝากไว้ที่โรงแรมในเมืองกังต๊อกกลับมารับคืนในวันที่ออกมาจากลาชุงค่ะ
วันที่ห้า วันพฤหัสบดี ที่ 13 เมษายน 2560 เมืองกังต๊อก-หมู่บ้านลาชุง
06.30 น. รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม
07.30 น. นำท่านเดินทางออกจากเมืองกังต๊อกเพื่อเดินทางหมู่บ้านลาชุง
แวะจุดชมวิวทาชิ (Tashi View Point) ซึ่งเป็นจุดชมความงดงาม ยอดเขาคันชังจุงก้า ยอดที่สูงเป็นอันดับสามของโลก ที่ดีที่สุดในเมืองกังต็อก ที่รายล้อมด้วยเทือกเขาบริวารมากมาย ในวันที่อากาศดี ฟ้าเปิดจะมองเห็น เช่น ยอดเขาทาลุง ยอดเขาปานดิม และวิวทิวทัศน์ของเมืองกังต๊อกเมืองหลวงของอาณาจักรสิกขิมได้ชัดเจนที่สุดและสวยที่สุด
จากนั้นตามหากุหลาบพันปีที่สิกขิม…นำท่านออกเดินทางสู่ “หมู่บ้านลาชุง” (Lachung) หมู่บ้านกลางหุบเขาหมู่บ้านลาชุง ในอดีตเป็นศูนย์กลางการค้าระหว่างสิกขิมและทิเบต ที่นี่มีหุบเขายุมถัง หรือสวิตเซอร์แลนด์แห่งดินแดนตะวันออกและวัดลาชุง (ช่วงเดือน ธันวาคม – กุมภาพันธ์ อาจขึ้นมาที่หมู่บ้านนี้ไม่ได้เนื่องจากหิมะตกหนัก) เป็นเมืองเล็กๆ ที่เงียบสงบ อยู่ทางตอนเหนือของสิกขิม และมีอาณาเขตติดต่อกับประเทศจีน โดยประชากรของเมืองนี้ส่วนใหญ่จะเป็นชาวเลปซาและชาวทิเบต จากเมืองกังต็อกใช้เวลานั่งรถจีปประมาณ 6-7 ชั่วโมงคะ ท่านจะได้สัมผัสกับภูมิทัศน์และบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติหมู่บ้านนี้โอบล้อมด้วยเทือกเขาหิมาลัยและวิวทิวทัศน์อันสวยงามตลอดเส้นทาง
12.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง ระหว่างทาง
13.30 น. นำท่านเดินทางต่อไป.. ระหว่างทางไปลาชุง เราจะได้แวะน้ำตกเจ็ดสาวน้อย เป็นน้ำตกขนาดเล็กไม่ใหญ่มาก และแวะชมน้ำตกอันสวยงามตลอดเส้นทาง ท่านจะได้เห็นและสัมผัสกับน้ำตกที่สวยงามและแปลกตา บางช่วงปรากฏสายน้ำทิ้งตัวพุ่งดิ่งผ่านผาสูงลิบลิ่ว (จุดหมายไม่ใช่ปลายทางแต่ในระหว่างทางเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุด)
18.30 น. ถึง หมู่บ้านลาชุง หมู่บ้านที่โอบล้อมด้วยเทือกเขาหิมาลัย ท่านจะได้สัมผัสกับบรรยากาศสุดโรแมนติกและยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะตลอดนำท่านเข้าสู่ที่พัก
19.00 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรม
ที่พัก ณ SNOWLION MOUNTAIN RESORT (LACHUNG) หรือเทียบเท่า อิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย
วันที่หก วันศุกร์ ที่ 14 เมษายน 2560 หมู่บ้านลาชุง – หุบเขายุมถัง หุบเขาแห่งดอกไม้- เมืองกังต๊อก
07.30 น. รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม
08.30 น. นำท่านเดินทางสู่ หุบเขายุมถัง หรือ ทุ่งหญ้าลอยฟ้า (Yumthang Valley) สวิสเซอร์แลนด์แห่งสิกขิม...สถานที่ท่องเที่ยวที่งดงามที่สุดของสิกขิม และยังเป็นดินแดนแห่งตำนานและความฝันเป็นเหมือนสวนสวรรค์สุขาวดีที่งดงามราวกับอยู่บนสรวงสวรรค์ ยุมถังเป็นหุบเขาแสนสวย สองข้างทางมียอดเขาหิมะของเทือกหิมาลัยตั้งตระหง่าน ผ่านธารน้ำแข็งน้อยใหญ่และป่าสนกับยอดเขาสูงเสียดฟ้า ถ้ามาช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม ซึ่งเป็นฤดูใบไม้ผลิจะเห็นป่ากุหลาบพันปีมากกว่า 36 สายพันธุ์ผลิดอกบานสะพรั่งทั้งหุบเขา หรือถ้ามาเดือนพฤศจิกายน - เดือนมกราคม จะเห็นเทือกเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะสวยงามแบบสวิสเซอร์แลนด์ ยุมถัง ดินแดนที่ได้รับสมญานามว่า “สวิสแห่งเอเชีย” ที่นี่นอกจากจะเป็นดินแดนแห่งดอกไม้ และดอกกุหลาบพันปีหลากหลายสายพันธุ์แล้ว ยังมีน้ำพุร้อน และที่ปลายสุดของยอดเขาสูง “Zero Point” หุบเขาหิมะแห่งสิกขิมดินแดนสวยงามที่ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ มีความสูงถึง 4,800 เมตรจากระดับน้ำทะเล.......ช่วงที่เหมาะที่จะเที่ยวที่หุบเขายุมถัง คือ ช่วงเดือนเมษายน – กลางเดือนมิถุนายน ซึ่งจะเป็นช่วงที่ดอกไม้บานสวยงามมาก แต่ถ้าหากอยากเห็นตอนภูเขาปกคลุมไปด้วยหิมะและท้องฟ้าสดใส เวลาที่เหมาะสมที่สุดคือช่วงเดือนพฤศจิกาย – เดือนมกราคม …ยกเว้นถ้ามีหิมะตกหนัก ก็ไม่สามารถขึ้นไปได้
ระหว่างการเดิน ทางผ่านความงดงามของธรรมชาติที่ได้สรรสร้างท้องฟ้าสีน้ำเงินสดโอบล้อมหุบเขาที่เต็มไปด้วยหิมะ ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ระหว่างเดือนเมษายน ถึงพฤษภาคม ทั่วทั้งอาณาบริเวณของยุมถังจะเต็มไปด้วยสีสันของดอกไม้นานาพันธุ์ จนได้รับสมญานามว่า “หุบเขาแห่งดอกไม้” และเต็มไปด้วยหิมะขาวโพลนไปตลอดทั้งปีและมีหิมะมากยิ่งขึ้นในฤดูหนาว อิสระถ่ายภาพความกับทรงจำอันสวยงามที่ไม่รู้ลืม จนได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางกลับสู่หมู่บ้านลาชุง ระหว่างทางแวะจิบน้ำชา กาแฟ และของว่าง ท่ามกลางธรรมชาติอันสวยงามของพุ่มดอกกุหลาบพันปีและพิมมูล่า แมคโนเลีย ระหว่างเส้นทางของหุบเขายุมถัง
พาท่านชม หมู่บ้านลาชุง กลางวงล้อมของภูเขาหิมะแสนสวย สงบเงียบงดงามอยู่บนเทือกเขาหิมาลัย มีทั้งวัดทิเบตและภูเขาหิมะรูปพีระมิด เคลิ้มจนลืมบ้านเกิด เหมือนตกอยู่ในดินแดนในฝัน
13.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ โรงแรม (เมืองลาชุง)
อำลาหมู่บ้านลาชุงอันงดงามไว้ หรือชมความงดงามของเทือกเขาหิมาลัยดินแดนอันไร้ที่ราบ
14.00 น. เดินทางสู่ ..เมืองกังต็อก (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5-6 ชั่วโมง)ชมแสงอาทิตย์ที่ทอแสงผ่านสายหมอกที่พาดพันขุนเขาสูง เปลี่ยนเป็นลำแสง พราวพรรณ ตกลงต้องหุบเขาและ แม่น้ำทิสต้า“TESTA”ที่อยู่เบื้องล่าง อิสระชมทิวทัศน์ระหว่างสองข้างทางที่สวยงามตลอดเส้นทางชมแสงอาทิตย์ที่ทอแสงผ่านสายหมอกที่พาดพันขุนเขาสูงเปลี่ยนเป็นลำแสงสีทองตกลงต้องกับหุบเขาและแม่น้ำทิสต้าที่อยู่เบื้องล่าง อิสระชมทิวทัศน์ระหว่างสองข้างทางที่สวยงามตลอดเส้นทาง นำท่านชมวัดเอนเซย์ (Enchey Monastery) ขึ้นมาในปี ค.ศ. 1840 กังต็อกจึงกลายเป็นศูนย์กลางของการแสวงบุญไปโดยปริยาย ต่อมาในปี ค.ศ. 1894 ธูทอบ นัมเกล (Thutob Namgyall) กษัตริย์ผู้ปกครองสิกขิมซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษอีกที ได้ย้ายเมืองหลวงจากเมืองทุมลอง (Tumlong) มาอยู่ที่เมืองกังต็อก (Gangtok) แทน นับแต่นั้นมา กังต็อกซึ่งมีบทบาทมากในฐานะเมืองหลวงแห่งสิกขิม (แม้ว่าภายหลังสิกขิมจะกลายเป็นรัฐที่ 22 ภายใต้การปกครองของอินเดีย กังต็อกก็ยังเป็นเมืองหลวงเช่นเดิม)กังต็อกประกอบด้วยชาวเนปาล ภูฏาน และชาวอินเดียเป็นส่วนใหญ่
จากนั้นอิสระช้อปปิ้งถนนมหาตมคานธี มาร์ก หรือ ถนนเอ็มจีมาร์ก (Mahatma Gandhi Road) M.G. Marg ถนนมหาตมคานธีเป็นถนนช้อปปิ้งสายหลักของสิกขิมที่มีร้านค้าจำนวนมาก โดยถนนเส้นนี้ในช่วงเย็นจะกลายเป็นถนนคนเดิน ห้ามรถวิ่งผ่านไปมา ถือเป็นถนนที่น่าเดินเล่น
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรม
เข้าสู่ที่พัก ณ KEEPSA RESCIDENCY (GANGTOK) หรือเทียบเท่า อิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย
วันที่เจ็ด วันเสาร์ ที่ 15 เมษายน 2560 เมืองกังต๊อก–สีลิกูรี (บักโดกรา)–กัลกัตตา-กรุงเทพฯ
06.00 น. บริการอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
07.00 น. สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ท่าอากาศยานบักโดกรา เมืองสีลิกูรี (บักโดกรา BAGDOGRA) (ใช้เวลาเดินทางโดยประมาณ 4 ชั่วโมง)
11.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ แบบกล่อง เพื่อการสำดวกในการเชคอินขึ้นเครื่อง
12.20 น. ออกเดินทางสู่เมืองกัลกัตตา โดยสายการบิน INDIGO AITLINES เที่ยวบินที่ 6E958
13.20 น. ถึง.. เมืองกัลกัตตา (KOLKATA) เป็นเมืองใหญ่อันดับสองของอินเดีย หลังตรวจรับสัมภาระแล้ว “เมืองกัลกัตตา” เป็นเมืองใหญ่อันดับสองของอินเดีย ที่พรั่งพร้อมไปด้วยเวียงวังในยุคอังกฤษและเป็นศูนย์กลางทาง วัฒธรรมที่มีชีวิตชีวามาก มีชาวยุโรปเดินทางเข้ามาสู่อินเดียมากมายทำให้เมืองเจริญรุ่งเรืองมากและที่นี่จึงกลายเป็นบ้านอีกแห่งที่อยู่ไกลแสนไกลจากอังกฤษเพราะมีพร้อมทั้งจัตุรัสเอสปลานาดกับถนนสแตรนย์ ก่อนจะมีการย้ายเมืองหลวงไปที่ เดลลี หลังจากอินเดียได้รับเอกราชในปี 1911 นำท่านเข้าสู่ตัวเมืองกัลกัตต้า
นำท่านชม(ด้านนอก) สถาปัตยกรรมอันงดงามของ VICTORIA MEMORIAL HALL ที่มียอดโดมใหญ่สูงถึง 62 เมตรและบนยอดสุดมีรูปนางฟ้ากางปีกแสดงท่าบินเวลาลดพัดหมุนรอบตัวเองได้ ซึ่งสร้างขึ้นเมืองปี 2449 ด้วยหินอ่อนสีขาวทั้งหลัง (ปีเดียวกับที่มีการก่อสร้างพระที่นั่งอนันตสมาคม) ภายในจัดแสดงประวัติศาสตร์ยุควิคตอเรียกับข้าวของที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์เบงกอล อิสระช้อปปิ้งย่าน New Market สิ้นค้าพื้นเมืองทั้งราคาส่ง-ปลีก ให้เลือกมาเป็นของฝากมากมาย อาทิ ผ้าพันคอแบบอินเดีย กำไล หลากหลายแบบราคาแบบเป็นของฝากเพื่อนที่บ้านได้สบายของอินเดียแท้ๆๆ นะค้า...จนถึงเวลานัดหมาย
16.30 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบินเมืองกัลกัตต้า เพื่อเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ
บริการอาหารค่ำแบบกล่อง ณ สนามบินเพื่อเพิ่มเวลาช้อปปิ้ง
20.45 น. เหิรฟ้าสู่...กรุงเทพฯ โดยสายการบิน INDIGO AIRLINES เที่ยวบินที่ 6E77 (2045-0055+1)
00.55 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ
วันอาทิตย์ ที่ 16 เมษายน 2560 เวลา 00.55 น. (เที่ยงคืนที่ 17 เมษายน) เดินทางถึง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ
00.55 น. (เที่ยงคืนที่ 17 เมษายน) เดินทางถึง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ


เริ่มเดินทาง กลับจากเดินทาง ผู้ใหญ่ เด็กมีเตียง เด็กไม่มีเตียง พักเดี่ยว หมายเหตุ
09เม.ย.60 16เม.ย.60 45,900 45,900 45,900 9,500
** ราคาดังกล่าวอาจมีการปรับเปลี่ยนหากสายการบินมีการเรียกเก็บภาษีน้ำมันและภาษีสนามบินเพิ่มเติม **




โปรแกรมการเดินทางอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม และในแต่ละครั้งจะต้องมีจำนวนผู้โดยสารตามที่บริษัทฯ กำหนดไว้