GTM-29 PARADISE KASHMIR APR-MAY 7D6N AI
ทัวร์อินเดีย แคชเมียร์ เทศกาลทิวลิป
เดินทาง 1-7/11-17 เมษายน 2560
เริ่มต้น 42,900 บาท
โดยสายการบิน แอร์ อินเดีย


เริ่มต้น 42,900


ส่งให้เพื่อนทางไลน์
PARADISE KASHMIR 7วัน 6คืน
วันแรก กรุงเทพฯ – เดลลี (ประเทศอินเดีย)
06.00 น. คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตูทางเข้าที่ 9-10 แถว W สายการบินแอร์ อินเดีย (AI) โดยมีเจ้าหน้าที่คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกให้กับทุกท่าน กระเป๋าเล็กถือติดตัวขึ้นเครื่องบิน กรุณางดนำของมีคม ทุกชนิด เช่น มีดพับ กรรไกรตัดเล็บทุกขนาด ตะไบเล็บ เป็นต้น กรุณาใส่ในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ห้ามนำติดตัวขึ้นเครื่องบิน วัตถุที่เป็นลักษณะของเหลว อาทิ ครีม โลชั่น น้ำหอม ยาสีฟัน เจล สเปรย์ และเหล้าเป็นต้น จะถูกทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยจะอนุญาตให้ไม่เกิน 10 ชิ้น ในบรรจุภัณฑ์ละไม่เกิน 100 ml.
08.50 น. เหิรฟ้า สู่เมืองเดลลี (New Delhi) ประเทศอินเดีย (India) โดยสายการบินแอร์ อินเดีย เที่ยวบินที่ AI 333 (ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง) (บริการอาหารกลางวันบนเครื่อง) เวลาที่อินเดียช้ากว่าประเทศไทย 1.30 ชั่วโมง
12.05 น. ถึงท่าอากาศยานนานาชาติอินทิราคานธีร์ เมืองเดลลี(New Delhi) ตามเวลาท้องถิ่น ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและตรวจรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว
นำท่านเดินทางไปชม อัชดัม(Swaminrayan Akshrdham) สรวงสรรค์บนดิน ณ สถานที่แห่งนี้เป็นตัวอย่างของวัฒนธรรมอินเดียกว่า 10,000 ปี และ ยังเป็นเสมือนเป็นหัวใจสำคัญของงานสถาปัตยกรรมอินเดียโบราณอย่างแท้จริง ที่แสดงถึงวัฒนธรรมความรุ่งเรืองด้านศิลปะ ตลอดจนแสดงถึงจิตวิญญาณของอินเดีย และยังเป็นสัญลักษณ์ของความสุข ความเจริญ และการปรองดองของมนุษยชาติ เป็นวัดที่สร้างขึ้นใหม่ของศาสนาฮินดู สร้างด้วยหินอ่อนสีขาวและสีชมพูดูสวยงามากๆ วัดอัคชาร์ดาม สร้างขึ้นโดยองค์กร BAPS ในเดลี ซึ่งผสมผสานลักษณะทางสถาปัตยกรรมอันหลากหลายของอินเดียเข้าด้วยกันใช้เวลาก่อสร้างทั้งหมด 5 ปี ใช้ช่างศิลปะและสถาปนิกจำนวน 7,000 คน วัดอัคชาร์ดาม ได้เริ่มก่อสร้างเมื่อ ปี 1968 แต่ก็ยังก่อสร้างได้ไม่มากนัก จนกระทั่ง 18 ปีให้หลัง จึงได้มีการก่อสร้างอย่างจริงจังเมื่อปี 2000 และสร้างจนเสร็จสิ้นในปี 2005
นำท่านชม กุตับ มีนาร์ (Gutab Minar) กุตับ มีนาร์ กุตับมีนาร์ หอคอยสุเหร่าที่สูงที่สุดในโลก เป็นหอสูงที่น่าจะถือว่าเป็นเครื่องหมายของกรุงนิวเดลีเป็นถาวรวัตถุ ที่มีความงดงามได้สัดส่วนภายนอกเป็นหิน ทรายแดง สร้างเป็นลูกฟูกขึ้นไปอย่างเกลี้ยงเกลา ซึ่งได้มีการสร้างต่อขึ้นไปหลายทอด หลายยุคสมัย ซึ่งนับเป็นศิลปกรรมแบบมุสลิมผสมฮินดูที่หาดูได้ยาก
ค่ำ บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
ที่พัก ณ HOTEL RADISSON BLU หรือเทียบเท่า อิสระตามอัธยาศัย
วันที่สอง เดลลี – (แคชเมียร์) ศรีนาคา – หุบเขาพาฮาลแกม
เช้า บริการอาหารเช้า ณ โรงแรม
08.00 น. นำท่านเดินทางไปสนามบินภายในประเทศ เพื่อเดินทางสู่แคชเมียร์ “แคชเมียร์” (Kashmir)อยู่ทางตอนเหนือสุดของอินเดีย อยู่ในแคว้น “จามมู” (Jammu) มีเมืองหลวงชื่อ “ศรีนาการ์” (Srinagar) เป็นเมืองใหญ่ที่สุดในแคชเมียร์ ประวัติศาสตร์ของแคชเมียร์มีมายาวนานและเป็นเมืองที่สำคัญ ในอดีตช่วงฤดูร้อน มหาราชาแห่งอินเดียรวมถึงข้าราชบริพารเดินทางมาพักแรมที่แคชเมียร์เป็นการชั่วคราวเพื่อหลบอากาศร้อนจัด แคชเมียร์ตั้งอยู่ทามกลางหุบเขา มีพื้นที่ประมาณ 222,000 ตารางกิโลเมตร ทำให้อากาศค่อนข้างเย็นสบายปัจจุบันแคชเมียร์เป็นเมืองหนึ่งของอินเดีย..แคชเมียร์ “สวิตเซอร์แลนด์แห่งเอเชีย”
11.00 น. เหิรฟ้าสู่ เมืองศรีนาคา (Srinagar) เมืองหลวงของแคว้นจามมู (Jammu) และ แคชเมียร์ (Kashmir) โดยสายการบิน แอร์ อินเดีย เที่ยวบินที่ AI 866 (ใช้เวลาบินประมาณ 1 ชั่วโมง) (มีบริการอาหารกลางวันบนเครื่อง)
13.30 น. เดินทางถึงสนามบินศรีนาคา (Srinagar) ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและพร้อมรับสัมภาระ
14.30 น. ขบวนรถจี๊บ(4-5 ท่าน/คัน) ..ออกเดินทางสู่เมืองศรีนาคาเมืองหลวงแห่งใหญ่แห่งแคชเมียร์เพื่อรับประทานอาหารกลางวัน
นำท่านเดินทางสู่พาฮาลแกม ออกเดินทางจากศรีนาคาสู่ หมู่บ้านพาฮาแกม (Pahalgam) หรือหุบเขาแกะ แห่งแคชเมียร์เดิมเป็นหมู่บ้านของคนเลี้ยงแกะ อยู่ห่างจากศรีนาการ์ออกไปอีก 90 กิโลเมตร เป็นสถานที่ที่ภาพยนตร์นิยมมาถ่ายทำกันที่นี่ ได้รับการขนานนามว่าเป็นเหมือน “สวิตเซอร์แลนด์” พาฮาลแกม คือในช่วงฤดูหนาวจะมีแต่หิมะปกคลุม อากาศหนาวเย็น น้ำในลำธารเย็นเฉียบ แม่น้ำสายย่อยๆจะบรรจบรวมกันเป็น “แม่น้ำลิดดาร์” (Liddar) เป็นแม่น้ำสายสำคัญในพาฮาลแกม นอกจากนี้ยังมีร้านค้าต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้านขายเสื้อผ้าและสินค้าต่างๆโดยเฉพาะ หญ้าฝรั่น (Saffron) มีสรรพคุณลดโคเลสเตอรอลในร่างกาย มีขายอยู่ทั่วไปทั่วทั้งแคชเมียร์แต่ที่พาฮาลแกมคือแหล่งปลูกหญ้าฝรั่นที่ใหญ่ที่สุด มีคุณภาพดีกว่าที่อื่นนอกจากนี้ยังสามารถทำกิจกรรม ปิกนิก ตกปลา ขี่ม้าชมวิวรอบภูเขาหมู่บ้านที่อยู่บนที่มีความสูง 2,130 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง)
ระหว่างทางชมแวะถ่ายรูปกับทุ่งมัสตาร์ด Mustard ทุ่งดอกไม้สีเหลืองอร่าม ดอกมัสตาร์ด มีหลักฐานพบว่า ถูกใช้เป็นเครื่องปรุงแต่งรสอาหารมานานหลายพันปีแล้ว มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่แถบยูเรเซีย และเมดิเตอร์เรเนียน เพราะมัสตาร์ดเป็นพืชเมืองหนาว ดังนั้น จึงเติบโตได้ดีในโซนยุโรปและในเอเชีย…ระหว่างทางสองข้างทางท่านจะผ่านพบวิถีชีวิตของชาวแคชเมียร์ที่หลากหลาย เช่นหมู่บ้านที่ทำ ครกหิน หมู่บ้านที่ทำไม้แบดสำหรับกีฬาคลิกเก็ต ที่เราจะพบเห็นชาวแคชเมียร์เล่นกีฬาประเภทนี้ได้ตามสนามทั่วไป ไม้แบดนี้ทำมาจากต้นหลิว (Willow Tree) ซึ่งพบเห็นได้ทั่วไปทั้งในและนอกเมือง แต่จะพบเห็นได้มาก นอกจากนี้ จะได้เห็นทุ่งโล่งๆ ซึ่งในฤดูใบไม้ร่วงประมาณเดือนตุลาคม ท้องทุ่งแห่งนี้เป็นแหล่งปลูกหญ้าฝรั้น หรือ Saffron ที่ใหญ่ที่สุด ลักษณะดอกจะเป็นสีม่วง ว่ากันว่าเกสรของหญ้า ฝรั้นมีสรรพคุณในการช่วยลดคลอเรสเตอรอลได้ดี ตลอดสองข้างทางชมทิวทัศน์ที่สวยงาม
เย็น อิสระชม เมืองพาฮาลแกม (Pahalgam) ดินแดนสรวงสวรรค์ของแคชเมียร์ นักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศต่างยกย่องให้ ดินแดนแห่งนี้เป็นสถานที่ที่สวยที่สุดในโลก ....จนถึงเวลานัดหมาย
19.00 น. บริการอาหารเย็น ณ โรงแรม
ที่พัก ณ โรงแรม SRING ALPINE RESORT หรือเทียบเท่า อิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย
วันที่สาม (แคชเมียร์) พาฮาลแกม - ศรีนาคา
06.00 น. บริการอาหารเช้า ณ โรงแรม
ยามเช้า นำท่านอิสระชมเมืองพาฮาลแกม (Pahalgam) ที่นี่ คือ ดินแดนสรวงสวรรค์ของแคชเมียร์ นักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศต่างยกย่องให้ ดินแดนแห่งนี้เป็นสถานที่ที่สวยที่สุดในโลก ซึ่งหากคุณยังไม่เชื่อก็ต้องมาพิสูจน์ด้วยตัวเองเท่านั้น……คำว่า พาฮาลแกม หมายถึง หมู่บ้านของคนเลี้ยงแกะ (Village of Shepherds) หรือ หุบเขาแกะ และด้วยทัศนียภาพอันงดงามจนน่าทึ่งของพาฮาลแกม....ดินแดนแห่งนี้ได้รับความสนใจจากนักสร้างภาพยนตร์ จนกลายเป็นสถานที่มีชื่อเสียง ที่สุดของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของอินเดีย
กิจกรรมเด่นพิเศษแนะนำ สุนกสนามกับการขี่ม้าชมหุบเขาพาฮาลแกม (Pahalgam) (ไม่รวมในรายการทัวร์ ค่าขี่ม้า 600 รูปีไม่รวมทิป) การขี่ม้าจะใช้เวลาไป-กลับประมาณ 1-2 ชั่วโมง ....ที่นี่ คือ ดินแดนสรวงสวรรค์ของแคชเมียร์ นักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศต่างยกย่องให้ ดินแดนแห่งนี้เป็นสถานที่ที่สวยที่สุดในโลก ซึ่งหากคุณยังไม่เชื่อก็ต้องมาพิสูจน์ด้วยตัวเองเท่านั้น....ได้เวลาอันสมควรนำท่านกลับโรงแรม
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ โรงแรม
ขบวนรถจี๊บ(4-5 ท่าน/คัน) ออกเดินทางสู่เมืองศรีนาคาเมืองศรีนาคา เป็นเมืองหลวงของจัมมูและแคชเมียร์ และยังเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค. แคชเมียร์ วัลเล่ย์ (Kashmir Valley) เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ซึ่งสามารถย้อนหลังกลับไปอย่างน้อย 3 ศตวรรษก่อนคริสต์ศักราชซึ่งเป็นเมืองหลวงของแคชเมียร์ ประกอบด้วยทะเลสาบขนาดใหญ่ คือ ทะเลสาบดาล และ ทะเลสาบนากิ้น ด้านหลังมีเทือกเขาโอบล้อมโดยรอบ ในสมัยที่ถูกปกครองโดยราชวงศ์โมกุล มีการจัดทำผังเมืองขึ้นมาใหม่ จึงทำให้แคชเมียร์เป็นเมืองที่สวยงาม ปัจจุบันชาว ศรีนาคาเกือบร้อยละ 98 % นับถือศาสนาอิสลาม
บ่าย นำท่านเดินทางไป สวนโมกุล (Mughal Gardens) สวนสวรรค์แห่งดอกไม้ ช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายน ดอกไม้เมืองหนาวออกดอกชูช่ออย่างสวยงาม สวนโมกุล ได้แบ่งออกเป็นส่วนๆ 3 ส่วน ซึ่งภายในสวนมีการประดับตกแต่งในแบบสไตล์สวนเปอร์เซีย ซึ่งประกอบไปด้วย สระน้ำ ลำธารและแปลงไม้ดอก
ชม สวนชาลิมาร์ (Shalimar Garden) เป็นสวนดอกไม้ที่สร้างขึ้นสมัยราชวงศ์โมกุล ก่อสร้างโดยจักรพรรดิ JEHANGIR เพื่อภรรยา Nur Jehan และเมืองศรีนาคา แคชเมียร์ เป็นที่มีชื่อเสียงในการจัดสวนตามแบบสมัยของราชวงศ์โมกุล เนื่องจากภูมิอากาศเย็นเหมาะสมในการเจริญเติบโตของต้นไม้ ดอกไม้เมืองหนาว จึงกลายเป็นที่ประทับพักผ่อนของกษัตริย์ราชวงศ์โมกุลในอดีต ชมต้นเมเปิลอายุกว่า 400 ปี ต้นปอปลาร์ ดอกทิวลิป และดอกไม้นานาชนิดตามฤดูกาล
ชมสวนนิชาท (Nishat) เป็นสวนที่ใหญ่ที่สุด มีต้นเมเปิลอายุกว่า 400 ปี ต้นปอปลาร์ ต้นทิวลิป และดอกไม้นานาชนิดตามฤดูกาล ตั้งอยู่ริมทะเลสาบดาล มีภูเขา Zabarwan ซึ่งตั้งเป็นฉากหลัง
นำท่านชมสวนทิวลิป (Tulip Garden) ดอกทิวลิปจะเริ่มบานตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมและบานจนถึงประมาณกลางเดือนเมษายน ของทุกๆปี เป็นผลงานชิ้นยอดของเมืองศรีนาคาที่รังสรรค์…ได้เวลาสมควรเดินทางกลับ ระหว่างทางกลับศรีนาคา นำท่านชมโรงงานพรมเปอร์เซีย สมควรแก่เวลานำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ โรงแรมลอยน้ำ ชื่นชมทัศนียภาพของเทือกเขาที่ล้อมรอบทะเลสาบเมืองศรีนาคา
ได้เวลาอันสมควรนำท่านสู่บ้านเรือในทะเลสาบ ในเมืองศรีนาคา บ้านเรือนี้ถือกำเนิดจากสมัยที่เจ้าผู้ครองแคว้นแคชเมียร์ยังครองอำนาจกับ อังกฤษที่เข้ามาปกครองอินเดีย และไม่อนุญาตให้อังกฤษมีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน คนอังกฤษจึงหาทางออกด้วยการสร้างบ้านเรือลอยลำอยู่ในทะเลสาบแทน
ค่ำ บริการอาหารเย็น ณ โรงแรมบ้านเรือ...
ที่พักโรงแรมเรือ DELUXE HOUSE BOAT อิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย
วันที่สี่ (แคชเมียร์) ศรีนาคา–หุบกุลมาร์ค-ศรีนาคา
07.00 น. บริการอาหารเช้า ณ โรงแรม
08.00 น. ออกเดินทางโดยรถจิ๊บสู่ กุลมาร์ค (Gulmarg) (คันละ 4-5 ท่าน) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 -3 ชั่วโมง กุลมาร์ค(Gulmarg) สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตในแคชเมียร์ ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก เป็นภูเขาที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในแคชเมียร์ “กุลมาร์ค”เดิมเรียกเการิมาร์ค ตั้งโดยสุลต่าน ยูซุปชาร์ ในศตวรรษที่ 16 เนื่องจากที่นี่เป็นทุ่งหญ้าที่เต็มไปด้วยดอกไม้ป่าตามฤดูกาล และในปัจจุบันยังเป็นสถานที่ตั้งของสนามกอล์ฟ 18 หลุมที่สูงที่สุดในโลก (3,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล) และมีสถานที่เล่นสกีในฤดูหนาวด้วย ตลอดเส้นทางสู่กุลมาร์คจะผ่านทุ่งนาข้าว หมู่บ้านชาวพื้นเมือง ฝูงแกะตามภูเขา และเทือกเขาหิมะสลับซับซ้อนสวยงาม ชาวแคชเมียร์กล่าวขานว่าทุ่งหญ้าแห่งดอกไม้ เป็นเส้นทางที่มุ่งสู่ชายแดนปากีสถาน กุลมาร์คเป็นแหล่งท่องเที่ยวในฤดูหนาว มีระดับความสูง 2,730 เมตร จากระดับน้ำทะเล ในช่วงฤดูร้อนที่นี่จะเป็นที่ตั้งของสนามกอล์ฟที่สูงที่สุดในโลก โดยรอบท่านจะได้พบเห็นกระท่อมรูปทรงแบบในเทพนิยาย และมีป่าสนเป็นฉากหลัง ที่นี่ยังสถานเป็นที่ถ่ายทำภาพยนตร์อีกด้วย……
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ โรงแรม
ไฮไลท์ของกิจกรรมและการท่องเที่ยวที่กุลมาร์ค
13.00 น. นำท่านขึ้นเคเบิลคาร์เฟส 1 (กระเช้าลอยฟ้าหรือกอนโดลา) ขึ้นกระเช้ากอนโดล่าเป็นเคเบิลคาร์ไปเฟส1 ระหว่างทางท่านจะได้เห็นวิวของหิมะที่สวยงามพบเห็นหมู่บ้านยิปซี และหมู่บ้านของคนท้องถิ่น มองลงไปข้างล่างต้นสนระหว่างทางและหิมะที่สวยงามมาก เห็นวิวทิวเขาของเทีอกเขาหิมาลัยเมื่อถึงสถานีลงจากกระเช้าแล้ว ท่านจะพบลานหิมะขนาดใหญ่...อิสระให้ท่าน ถ่ายภาพคู่กับภูเขาหิมะ สวยงามรอบทิศทาง หากฟ้าเปิดสามารถมองเห็นยอดเขา K2 ที่สูงเป็นอันดับสองรองจากยอดเขาเอเวอร์เรส....ถ่ายรูป และเล่นกิจกรรมต่างๆในบริเวณนี้...สนุกสนานกับกิจกรรมนั่งเลื่อนหิมะหรือสกีได้ระหว่างฤดูใบไม้ผลิ มี.ค.-เม.ย. "กุลมาร์ค." เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนุ่งที่คุณไม่ควรพลาด…
รายการเสริม...สำหรับบางท่านต้องการไปอีกจุดชมวิวท่านสามารถขึ้นกระเช้าไปยัง เฟสที่K2 ได้ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ และความปลอดภัยเป็นสำคัญ เฟสที่K2ไม่เหมาะสำหรับท่านที่มีสุขภาพไม่แข็งแรง หรือมีโรคประจำตัวเนื่องจาก K2 จะมีสภาพอากาศที่เบาบางกว่าปกติ..
ฤดูการท่องเที่ยวที่สวยงาม : เดือนกุมภาพันธ์ - เมษายน ชมบรรยากาศของภูเขาหิมะที่เต็มไปด้วยน้ำแข็งและเล่นสกีน้ำแข็ง : เดือนพฤษภาคม - กรกฏาคม ชมบรรยากาศของทุ่งหญ้าที่เขียวขจี ทุ่งดอกไม้ป่าที่ตัดกับภูเขาหิมะ
โปรแกรมแนะนำ กิจกรรมนั่งสเลส (มีคนลาก) (ประมาณ500-800 รูปี /ต่อท่าน นั่งประมาณ 1 ชม.หรือ สโนว์โมบิล (มีคนขับ) ประมาณ 20 นาที 1,500 รูปี/ต่อคัน สู่เนินเขา ณ ลานกุลมาร์ค ไม่รวมในรายการทัวร์ กรุณาสอบถามรายละเอียดและราคาจากหัวหน้าทัวร์หรือไกด์ท้องถิ่นของท่านนะค่ะค่ากระเช้าเฟส2,ค่าเลี่อน,ค่าสกี,ค่าขี่ม้า,ไม่รวมในราคาทัวร์)
จนถึงเวลานัดหมายนำท่านเดินทางกลับสู่เมืองศรีนาคาตามเส้นทางเดิม
นำท่านล่องเรือสิคารา(เรือพายแบบแคชเมียร์) ชมความงดงามทะเลสาบ ให้ท่านได้ชื่นชมทัศนียภาพของเทือกเขาหิมะที่ล้อมรอบ ชมวิถีชีวิตชาวบ้านริมน้ำ (ใช้เวลาในการล่องเรือประมาณ 1 ชม.) รอบทะเลสาบ นกนานาชนิด พืชดอกไม้น้ำ ทะเลสาบใสสวยงาม สนุกสนานกลางทะเลสาบเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองของชาวแคชเมียร์ที่นำของมาขายให้ท่านได้เลือกซื้อในราคาตามความสามารถได้เวลาสมควรพายเรือกลับที่พัก
เย็น บริการอาหารเย็น ณ โรงแรมบ้านเรือ อิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย
ที่พักโรงแรมเรือ DELUXE HOUSE BOAT
อิสระหลังอาหาร สนุกสนานกับการช้อปปิ้งสิ้นค้าเพื้อนเมือง ที่จะมีพ่อค้าชาวแคชเมียร์พายเรือมาขายให้ถึงที่เลย อาทิ ผ้าพาศมิน่า,เปเปอร์มาเช่,สร้อยคอ,กำไร,และเครื่องเงินต่างๆ มากมาย ...ให้ทุกท่านใช้ความสามารถพิเศษให้เต็มที่กันเลยค่ะ
วันที่ห้า (แคชเมียร์) ศรีนาคา-โซนามาร์ค-ศรีนาคา
07.00 น. บริการอาหารเช้า ณ โรงแรม
08.00 น. นำท่านเดินทางสู่ โซนามาร์ค (Sonamarg) (ประมาณ 3 ชั่วโมง) อ้อมกอดหิมาลัยที่โซนามาร์คท้องทุ่งแห่งทองคำ Meadow of gold แห่งแคชเมียร์ สูงกว่าระดับน้ำทะเล 2,740 เมตร เป็นแหล่งท่องเที่ยวอันมีวิวทิวทัศน์อันสวยงาม อยู่บนเส้นทางระหว่างเมืองศรีนาคากับเมืองเลห์ ในบริเวณหุบเขาโซนามาร์กนี้มีธารน้ำแข็งสีขาวบริสุทธิ์ที่ปกคลุมอยู่ตามลาดไหล่เขา อีกทั้งเทือกเขาหิมะที่สะท้อนแสงแดดเป็นประกายสีทอง จึงเป็นที่มาของชื่อ โซนามาร์ค และยังมีเทือกเขาหิมาลัยเป็นฉากหลัง ที่เรียกขานตามท้องถิ่นว่า ทาจิวาส ภูเขาซึ่งปกคลุมไปด้วยหิมะตลอดปี มีแม่น้ำสินธุ ลดเลี้ยวผ่านหุบเขาในอีกฟากของถนน “โซนามาร์ค” เป็นสถานีเริ่มต้นที่จะมุ่งหน้าไปยังลาดัคห์ หรือเป็นรู้จักกันดีในชื่อว่า “ประตูสู่ลาดัคห์” เส้นทางนี้จะเป็นเส้นทางที่มีทิวทัศน์สวยงาม ตลอดสองข้างทาง ยังมี “ธารน้ำแข็งกราเซีย” (Thajiwas Glacier) ที่เกิดจากการทับถมของหิมะมายาวนาน ละลายเป็นธารน้ำแข็งตามแนวเขา....ตลอดเส้นทางจึงเป็นเส้นทางที่ให้ขับรถไปถ่ายรูปไป...เลยทีเดียว
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน แบบปิกนิก กลางภูเขาหิมะ ชมวิวที่กว้างไกลชนิดกล้องเก็บไม่หมด
บ่าย นำท่านเที่ยว ชม กราเซียน้ำแข็งโซนามาร์ค อิสระเดินชมธรรมชาติสัมผัสอากาศสบายๆ ชมวิวภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะและสองฟากฝั่งถนนที่เต็มไปด้วยธารน้ำแข็ง ถนนบางช่วงต้องตัดผ่านช่องน้ำแข็งขนาดใหญ่ ที่นี่จะมีกิจกรรมแบบแคชเมียร์ให้ท่านได้ลองหาประสบการณ์ (ในช่วงฤดูหนาวธ.ค. – เม.ย.)
โปรแกรมแนะนำ ...ท่านที่หลงใหลในธรรมชาติ สามารถขี่ม้าชมความงามของกลาเซียร์อย่างใกล้ชิดมากขึ้น หรือ สนุกการนั่งเลื่อน (มีคนลาก) สู่เนินหิมะด้านบนจากนั้นปล่อยให้ลื่นไหลลงมา (ค่านั่งเลื่อน 500-600 รูปี และค่าขี่ม้า 500-600 รูปี ไม่รวมทิปและไม่รวมในค่าทัวร์ โปรดสอบถามรายละเอียดจากหัวหน้าทัวร์) (ค่าเลี่อน,ค่าสกี,ค่าขี่ม้า,ไม่รวมในราคาทัวร์ค่ะ) ได้เวลาพอสมควร เดินทางกลับสู่ศรีนาคา
เย็น บริการอาหารเย็น ณ โรงแรมบ้านเรือ
ที่พักโรงแรมเรือ DELUXE HOUSE BOAT อิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย
วันที่หก (แคชเมียร์) ศรีนาคา-เดลลี
06.30 น. บริการอาหารเช้า ณ โรงแรมบ้านเรือ
07.30 น. นำท่านชมจามามัสยิด “Jama Masjid” ซึ่งสร้างเป็นครั้งแรกสมัยสุลต่านสิคานเดอร์ และบูรณะต่อมาอีกหลายสมัย เป็นมัสยิดที่สร้างด้วยรูปแบบของสถาปัตยกรรมแบบจีนและเนปาล ด้วยหลังคาทรงสี่เหลี่ยม ภายในมีเสาที่ตัดจากต้นซีดาลทั้งต้นกว่า 300 ต้น....สมควรเวลานำท่านเดินทางสู่สนามบิน
11.00 น. บริการอาหารกลางวัน ณ โรงแรมเรือ
นำท่านเดินทางสู่สนามบินภายในประเทศเพื่อเดินทางกลับสู่เมืองเดลลี(New Delhi)
14.10 น. เหิรฟ้าสู่เมืองเดลลี (New Delhi) โดยสายการบินแอร์ อินเดีย เที่ยวบินที่ AI822
17.00 น. ถึง เมืองเดลลี (New Delhi) ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง และพร้อมรับสัมภาระ
นำท่านชมเมืองหลวงเดลลี ซึ่งเป็นเมืองเดิมตั้งแต่โบราณ เป็นนคร หลวงของวีระบุรุษสงครามภารตะ และ กลายเป็นนิวเดลลี นครหลวงใหม่ที่สวยงามในปัจจุบันเมืองเดลลีใหม่ มีความใหม่ตามวัฒนธรรมอังกฤษ เมืองหลวงของประเทศอินเดีย ชมศิลปะการก่อสร้างเมืองที่อังกฤษ ได้สร้างและมีการวาง ผังเมืองที่ทันสมัย และสวยงามตามวัฒนธรรมของอังกฤษและติดอับดับหนึ่งในโลก... ผ่านชมที่ทำการของคณะรัฐมนตรี, ทำเนียบประธานาธิบดี,ชมประตูเมืองอินเดีย “Indian Gate” ใช้เป็นอนุสาวรีย์ของทหารที่เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง จุดไฟอมรชีวินบูชาวิญญาณนักรบไม่เคยดับ โดยมีไฟจุดเป็นการไว้อาลัยตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่ พ.ศ.2474 (ค.ศ. 1931) จวบจนปัจจุบัน มีชื่อจารึกไว้ที่แผ่นหิน 85,500 ชื่อ มีป้ายบอกว่า อมรชีวัน หมายถึงชีวิตที่ไม่ตาย
จากนั้นนำท่านช้อปปิ้งของที่ระลึกที่ตลาดจันปาท อันมีชื่อเสียงอาทิพื้นปูนโต๊ะสไตล์อินเดีย กำไลข้อมือและข้อเท้า และอื่นๆอีกมากมายอิสระต่อรองสิ้นค้าตามความสามารถเฉพาะตัวนะค่ะ
ค่ำ บริการอาหารบริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก HOTEL RADISSON BLUE หรือเทียบเท่า พักผ่อนตาม อธัยาศัย
วันที่เจ็ด เดลลี – กรุงเทพฯ
06.00 น. บริการอาหารเช้า ณ โรงแรม (บุฟเฟนานาชาติ)
10.00 น. นำท่านเดินทางสู่ท่าอากาศยานนานาชาติอินทิรา คานธี
13.45 น. ออกเดินทางสู่กรุงเทพ ฯ โดยสายการบิน แอร์ อินเดีย เที่ยวบินที่ AI 332 (บริการอาหารกลางวันบนเครื่อง)
19.20 น. ถึง...ท่าอากาศสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ


เริ่มเดินทาง กลับจากเดินทาง ผู้ใหญ่ เด็กมีเตียง เด็กไม่มีเตียง พักเดี่ยว หมายเหตุ
01เม.ย.60 07เม.ย.60 42,900 8,000
11เม.ย.60 17เม.ย.60 42,900 8,000
** ราคาดังกล่าวอาจมีการปรับเปลี่ยนหากสายการบินมีการเรียกเก็บภาษีน้ำมันและภาษีสนามบินเพิ่มเติม **




โปรแกรมการเดินทางอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม และในแต่ละครั้งจะต้องมีจำนวนผู้โดยสารตามที่บริษัทฯ กำหนดไว้