พระราชวังชัยปุระ เมื่อราชวงศ์อินเดีย นำ City Palace เข้า Airbnb
นอนอย่างมหาหรู อยู่อย่างราชา เมื่อราชวงศ์อินเดีย นำ City Palace เข้า Airbnb ถึงทีสามัญชนได้เข้าไปกินอยู่อย่างมหาราชา
แม้ว่าราคาของการเข้าพักในพระราชวังแห่งนี้จะดูสูงพอๆ หรือมากกว่าโรงแรมระดับ 5 ดาวหรือไม่ก็พวกรีสอร์ทหรูระดับเจ็ทเซ็ททั้งหลาย แต่ราคาที่ว่านี้รวมไปถึงบริการและกิจกรรมแสนเก๋ นับตั้งแต่เหยียบแผ่นดินชัยปุระกันเลยทีเดียว เมื่อคุณเดินทางมาถึงสนามบิน จะมีรถยนต์ส่วนตัวพร้อมคนขับมารับไปส่งที่พระราชวัง พูดคุยทักทายกับพ่อบ้านส่วนตัวที่จะคอยดูแลคุณตลอดการพำนัก (ที่ว่ากันว่า ก็เป็นพ่อบ้านเดียวกันกับที่ทำงานให้รับเหล่าราชวงศ์นี่แหละ) จากนั้นพ่อบ้านจะพาคุณไปยังห้อง ‘Gudilya’ ซึ่งเป็นห้องสวีทส่วนพระองค์ ห้องเดียวกับที่แขกระดับโลกที่กล่าวไปเข้าพัก

ของบริการก็ครบถ้วนสมบูรณ์แบบตามอย่างคลับเฉพาะ มีเลาจน์ ห้องครัว ห้องอาบน้ำ แถมด้วยสระว่ายน้ำในร่ม ให้ใช้ชีวิตหะหรูหะหรากันได้อย่างเต็มสตีม เรื่องอาหารการกิน ท่านจะได้ทานอาหารสูตรดั้งเดิมตามอย่างที่ชาววังทานกัน โดยมีวิวเป็นระเบียงที่มองออกไปเป็นสวนนกยูงขนาดใหญ่ (นกยูง คือสัตว์สัญลักษณ์แห่งอำนาจและวาสนา คล้ายๆ กับช้างเผือกของแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) พร้อมกันนี้ ยังพ่วงด้วยบริการทัวร์ชมสถาปัตยกรรมและการตกแต่งของพระราชวังชัยปุระ พร้อมพาชมพื้นที่ exclusive อื่นๆ ที่นักท่องเที่ยวทั่วไปเข้าไปชมไม่ได้ เมื่อความรู้แน่นปึ๊กแล้ว ก็เดินทางออกไปเที่ยวชมสถานที่อื่นๆ นอกเมือง พร้อมเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งสินค้าท้องถิ่นคุณภาพระดับโอท็อปมากมาย (เอ๊ะ นั่นมันของบ้านเรา!)

ความพีคกว่านั้นก็คือ Host ที่ระบุใน Airbnb ไม่ใช่ไก่กา ไม่ได้ระบุว่าแค่เป็นสำนักราชวังชัยปุระ แต่โฮสต์เป็นถึงมหาราชา Padmanabh Singh วัย 21 ปีที่เป็นหนุ่มหล่อคมเข้มตามอย่างอินเดียเค้าล่ะ แถมยังเป็นมิตรมากๆ และไม่ถือตัวพร้อมต้อนรับแขกจากแดนไกลอย่างเต็มที่เต็มธรรมเนียม มหาราชาหนุ่มให้สัมภาษณ์ว่า ตัวเขาเองก็เป็นหนึ่งในนักเดินทางที่ออกเดินทางไปทั่วโลกและได้รับประสบการณ์สุดพิเศษและดีงามจากเหล่าที่พักใน Airbnb จึงเป็นเรื่องที่ยินดีมากๆ ที่เขาจะได้มีโอกาสมอบประสบการณ์สุดพิเศษกลับคืนไปยังเหล่านักท่องเที่ยวเช่นกัน (กล่าวอย่างแอดเวอร์ทอเรียลมาก)

ความน่ารักสุดท้ายก็คือ รายได้ของการเข้าพักไม่ได้ตั้งใจจะเอาเข้ากระเป๋าท่านมหาราชาเองแต่อย่างใด เพราะรายได้จะนำไปบริจาคให้กับมูลนิธิเจ้าหญิงดิยากุมารี (The Princess Diya Kumari Foundation) เพื่อช่วยพัฒนาและมอบโอกาสให้กับชุมชนด้อยโอกาสในรัฐราชาสถานต่อไป ว่าแล้วก็เริ่มเข้าไปจองได้เลย ตั้งแต่วันที่ 23 พฤศจิกายนนี้เป็นต้นไปนะนายจ๋า





