ไปดูโบสถ์เเสงเเละเงาที่ญี่ปุ่นแถมเเฝงไปด้วยสัจธรรม

ทุกครั้งที่ความมืดได้ดับลง จะพบเงาที่มาพร้อมเเสงสว่างเสมอ
.
เฉกเช่น สถาปัตยกรรมที่ชิคๆ อันนี้ ที่ถูกยอมรับด้วยเวทีระดับโลก กับสถาปัตยกรรมจากสถาปนิกชาวญี่ปุ่น ที่ถูกตั้งอยู่ในเมือง ibaraki มีนามว่า Ibaraki Kasugaoka Church (茨木春日丘教会) หรือ Church of Light
คือหนึ่งในชิ้นงานมาสเตอร์พีซของ Tadao Ando ซึ่งสถานที่ตั้งเมืองนี้ก็ไม่ได้ไกลจากโอซาก้าสักเท่าไหร่ โบสถ์นี้เป็นโบสถ์คริสต์ที่ถูกสร้างทดเเทนโบสถ์เก่าที่ทรุดโทรม ด้วยงบประมาณเเละพื้นที่ที่มีอยู่อย่างจำกัด จึงเป็นการท้าทายสถาปนิกครั้งนี้มา
เเต่!!เปิดให้เข้าเยี่ยมชมเพียงปีละ 4-5 ครั้งเท่านั้น เพราะโบสถ์ต้องใช้งานจริงในพิธีทางศาสนาอยู่ ต้องเช็กและจองวันเวลาเข้าชมก่อนทางเว็บ ibaraki-kasugaoka-church.jp

การเดินทาง
เริ่มจาก Osaka Station นั่งรถไฟสาย JR Kyoto Line มาลงที่สถานี Ibaraki เดินข้ามสะพานลอยไปที่ชานชาลาหมายเลข 2 แล้วต่อรถบัส Kintetsu Bus สาย 1 หรือ สาย 2 มาลงที่ป้าย Kasugaokakouen จากนั้นเดินตามถนนขึ้นไปจะมีป้ายบอกทางติดเสาไฟฟ้าที่บอกให้เลี้ยวซ้ายและเดินตรงไปอีกหน่อยก็จะเจอโบสถ์ตั้งอยู่ที่หัวมุมสี่แยก
เริ่มจาก Osaka Station นั่งรถไฟสาย JR Kyoto Line มาลงที่สถานี Ibaraki เดินข้ามสะพานลอยไปที่ชานชา

เมื่อเราเดินเข้าตัวโบสถ์ทางเข้าจะมืดเพราะมีผนังบังแสง แสงที่ผ่านจะเห็นเป็นลำแสงพอให้เรามองเห็นทางเท่านั้น พอเดินเลี้ยวผ่านเข้ามาเสียงนักท่องเที่ยวจากตอนแรกที่ดังก็เงียบลงทันที ภาพที่เห็นคือโบสถ์ที่ดูมืดสลัวๆ แต่ทางด้านหน้าแสงสาดส่องเป็นรูปไม้กางเขน บรรยากาศดูเรียบง่ายและสงบ โดยที่ไม่ต้องมีใครพูดหรือมีป้ายบอกใดๆ ใครที่เข้ามาในนี้ต่างเงียบสงบกันหมด




บรรยากาศที่ดูสลัวและมีแสงสาดส่องเป็นรูปไม้กางเขน ทำให้เรารู้สึกว่าอยู่ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์จริงๆ ไม้กางเขนที่สาดส่องหากเปรียบก็คงเป็นแสงสว่างที่ปลายทางที่คอยนำทางชีวิตให้เราไปต่อได้



บางคนมาภาวนาขอพร
บางคนมาเพื่อต้องการความสงบ
บางคนมาเพื่อที่จะหาที่ยึดเ
หรือ
บางคนมาเพื่อที่จะหยุดอยู่ก

นั่งซึมซับบรรยากาศภายในโบสถ์ลมพัดอ่อนๆเย็นสบาย เผลอแป๊บเดียวเวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง แสงที่สาดส่องเป็นรูปไม้กางเขนเริ่มหายไป ความมืดเริ่มเข้ามาเยือน ไม่มีใครมีความสุขอยู่ตลอด ความสุขผ่านมาแล้วก็ผ่านไปความทุกข์เข้ามาแทนที่ กลับกันความทุกข์ก็ไม่อยู่กับเราคงทนถาวรเช่นกันมันก็มีวันหายไป
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด Space ที่ออกแบบมาดีก็ทำให้เราสัมผัสโมเมนต์เช่นนั้นได้ แม้จะพูดออกมาไม่ได้ก็ตาม


