van goh musuem

เชื่อว่าคนส่วนใหญ่คงรู้จัก Vincent Willem van Gogh กันจากงาน The Starry Night ที่ขณะนี้เป็นสมบัติของ Museum of Modern Art ที่กรุง New York นอกจากนั้น บางคนอาจจะรู้จักแวนโก๊ะในฐานะที่เค้าเป็นศิลปินที่มีปัญหาทางจิตอย่างหนักที่ถึงกับตัดหูข้างขวาของตัวเอง แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าแวนโก๊ะนั้นใช้ชีวิตเป็นศิลปินวาดภาพเพียง 10 ปี โดยเฉลี่ยแล้วว่ากันว่าเค้าวาดภาพได้ถึง 1 ภาพต่อ 1 วันเลยทีเดียว และยิ่งกว่านั้นแวนโก๊ะเป็นศิลปินไม่มีตังค์ที่สุด ในขณะที่เค้ามีชีวิตอยู่ ผลงานของเค้าไม่มีใครสนใจ ไม่มีใครให้มูลค่า และเค้าไม่มีเงินที่จะจ้างคนอื่นมาเป็นแบบให้เลย ทำให้รูปส่วนใหญ่ของเค้า เป็นรูป Self Portrait ตัวเอง และด้วยรูป Self Portrait นี้เอง เป็นสิ่งที่แวนโก๊ะใช้ฝึกฝีมือการวาดรูปและทดลองเทคนิคใหม่ๆอยู่ตลอด

ผลงานที่จัดแสดงแบ่งออกเป็น ยุคสมัยของแวนโกะห์ได้ 5 ยุค คือ ยุคที่เริ่มวาดที่ The netherlands (1880-1885) แล้วจากนั้นเค้าก็ย้ายไปฝรั่งเศส เมืองปารีส (1886-1888 ) Arles (1888 – 1889) Saint – Remy (1889-1990 ) Auvers-sur-Oise (1890) ซึ่งจะเห็นว่า เค้ามีช่วงทำงานที่สั้นมากแค่ 10 ปี แต่ฝีมือนั้น ดั่งเป็นพรสวรรค์ที่พระเจ้าสร้างให้ โดยที่เค้ามีชีวิตแค่ 37 ปีเท่านั้น (1853 – 1890 )

เราชอบยุคที่เค้าเริ่มมาที่ Arles มากที่สุด เพราะดูจากผลงานหลายชิ้นในยุคนี้จะเห็นว่า ผลงานเค้าเริ่มลงตัวในหลายๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็นรูป Sunflowers ที่โด่งดังไปทั่วโลก ที่รูปนี้เค้าวาดให้เพื่อนรัก โกแกง จนตอนหลังก็ต้องทะเลาะกันเพราะเพื่อนรักคนนี้เหมือนกัน ภาพ Sunflowers นี้มีหลายเวอร์ชันมากเลยค่ะ เราเคยเห็นที่ National gallery ที่ลอนดอนด้วย แล้วที่ทราบมาก็มีที่อเมริกา เยอรมัน แล้วที่เป็นข่าวดังไปทั่วโลกก็ที่ เศรษฐีชาวญี่ปุ่นที่มีเงินเหลือเฟือมหาศาล ประมูลไปกว่า 1300 ล้าน




การตกแต่งนั้นเรียบง่ายมาก ไม่มีสิ่งใดที่จะบ่งบอกว่า นี่คือมิวเซียมของศิลปินชื่อดังระดับโลก เรามองในมุมกลับกันว่า เค้าคงไม่อยากจะให้สถานที่นั้นเด่นเกินผลงานของศิลปินก็เป็นได้ เราเดินขึ้นชั้นที่ 1 ซึ่งเป็นห้องแสดงงานหลักของแวนโกะห์ ประโยคแรกที่เราเห็นแล้ว ทำให้รู้สึกดีตั้งแต่ยังไม่เห็นผลงานของเค้าก็คือ The way to succeed is to keep ones courage and patience and to work on energetically หนทางที่จะประสบความสำเร็จก็คือ คุณต้องมีความกล้าหาญและอดทน แล้วก็ต้องทำงานด้วยพลังที่เปี่ยมล้น เป็นประโยคที่จับใจคนที่ทำงานศิลปะ ที่รู้สึกท้อแท้เช่นเราเหลือเกิน

ที่จริงเค้าไม่ให้ถ่ายภาพในมิวเซียมนะคะ เพราะว่ากลัวแสงแฟลชจะทำให้สีของภาพเสีย แต่ว่า เรามีกูเกิ้ลจะกล้ัวไรกัน เเละอีกอย่างมีคนบอกว่า กล้องถ่ายรูปที่ดีที่สุดคือดวงตาเเละเมมการ์ดที่เหมาะที่สุดคือหัวใจเเละสมองเรานั้นเอง





